Kelomn.com
Business Law for the Business Life

แชร์บทความนี้

แชท ฟีด เครือข่ายงาน โพสต์สั้น
น้องแว่นในร้านกาแฟ อ่านหนังสือกฎหมาย

น้องแว่น — Kelomn Legal Café · กฎหมายแรงงาน

10 เรื่องกฎหมายแรงงานที่ทุกคนควรรู้

ชื่อในบทความนี้เป็นชื่อสมมติ ไม่มีตัวตนจริง เป็นเพียงการเล่าเรื่องทางวิชาการ ไม่ได้ตั้งใจจะพาดพิงบุคคลใดนะคะ

ทำงานกินเงินเดือนทุกวัน แต่พอถามว่า “สิทธิแรงงานของเรามีอะไรบ้าง?” หลายคนตอบไม่ได้เต็มปาก — ทั้งที่กฎหมายเขียนคุ้มครองไว้ชัดเจน

ที่ Kelomn เรารวบ ๑๐ เรื่องกฎหมายแรงงานที่ทุกคนควรรู้ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ (รวมฉบับแก้ไขล่าสุด ฉบับที่ ๙ พ.ศ. ๒๕๖๘ ที่เพิ่มสิทธิลาคลอดและลาช่วยคู่สมรส) มาให้คุณอ่านง่าย ๆ พร้อมตัวบทจริงให้ดูทุกข้อ — เพราะเราอยากให้คุณรู้สิทธิของตัวเองค่ะ

ข้อ 1–4  ·  เวลาทำงานและวันหยุด

1

ทำงานวันละกี่ชั่วโมงถึงจะถูกกฎหมาย?

หลายคนทำงานยาวจนไม่แน่ใจว่า “เกินไปไหม” — กฎหมายวางเพดานเวลาทำงานปกติไว้ชัดเจน นายจ้างกำหนดได้ แต่ห้ามเกินกรอบนี้

ป้าแดงทำงานโรงงาน เจ้านายให้เข้างาน ๘ โมงเช้า เลิก ๖ โมงเย็นทุกวัน รวมแล้ววันละ ๑๐ ชั่วโมง — แบบนี้เกินที่กฎหมายให้ไหม?

ประเภทงานต่อวันต่อสัปดาห์
งานทั่วไปไม่เกิน ๘ ชม.ไม่เกิน ๔๘ ชม.
งานอันตรายต่อสุขภาพ (ตามกฎกระทรวง)ไม่เกิน ๗ ชม.ไม่เกิน ๔๒ ชม.

(ทำเกินเวลาปกติ = เข้าเรื่องค่าล่วงเวลา ดูข้อ ๑๐)

💡จำง่าย ๆ: วันละไม่เกิน ๘ ชั่วโมง และสัปดาห์หนึ่งรวมแล้วไม่เกิน ๔๘ ชั่วโมง — ส่วนงานอันตรายต่อสุขภาพ ลดเหลือวันละ ๗ ชั่วโมง / สัปดาห์ละ ๔๒ ชั่วโมง
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ บัญญัติไว้ว่า
มาตรา ๒๓  ให้นายจ้างประกาศเวลาทำงานปกติให้ลูกจ้างทราบ โดยกำหนดเวลาเริ่มต้นและเวลาสิ้นสุดของการทำงานแต่ละวันของลูกจ้างได้ไม่เกินเวลาทำงานของแต่ละประเภทงานตามที่กำหนดในกฎกระทรวง แต่วันหนึ่งต้องไม่เกินแปดชั่วโมง ในกรณีที่เวลาทำงานวันใดน้อยกว่าแปดชั่วโมง นายจ้างและลูกจ้างจะตกลงกันให้นำเวลาทำงานส่วนที่เหลือนั้นไปรวมกับเวลาทำงานในวันทำงานปกติอื่นก็ได้ แต่ต้องไม่เกินวันละเก้าชั่วโมงและเมื่อรวมเวลาทำงานทั้งสิ้นแล้ว สัปดาห์หนึ่งต้องไม่เกินสี่สิบแปดชั่วโมง เว้นแต่งานที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพและความปลอดภัยของลูกจ้างตามที่กำหนดในกฎกระทรวงต้องมีเวลาทำงานปกติวันหนึ่งไม่เกินเจ็ดชั่วโมง และเมื่อรวมเวลาทำงานทั้งสิ้นแล้วสัปดาห์หนึ่งต้องไม่เกินสี่สิบสองชั่วโมง

ในกรณีที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกันให้นำเวลาทำงานส่วนที่เหลือไปรวมกับเวลาทำงานในวันทำงานปกติอื่นตามวรรคหนึ่งเกินกว่าวันละแปดชั่วโมงให้นายจ้างจ่ายค่าตอบแทนไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าครึ่งของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานตามจำนวนชั่วโมงที่ทำเกินสำหรับลูกจ้างรายวันและลูกจ้างรายชั่วโมงหรือไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าครึ่งของอัตราค่าจ้างต่อหน่วยในวันทำงานตามจำนวนผลงานที่ทำได้ในชั่วโมงที่ทำเกินสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงาน

ในกรณีที่นายจ้างไม่อาจประกาศกำหนดเวลาเริ่มต้นและเวลาสิ้นสุดของการทำงานแต่ละวันได้เนื่องจากลักษณะหรือสภาพของงาน ให้นายจ้างและลูกจ้างตกลงกันกำหนดชั่วโมงทำงานแต่ละวันไม่เกินแปดชั่วโมง และเมื่อรวมเวลาทำงานทั้งสิ้นแล้วสัปดาห์หนึ่งต้องไม่เกินสี่สิบแปดชั่วโมง
ที่มา: พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๒๓
น้องแว่น Kelomn

น้องแว่นสรุปค่ะ

  1. งานทั่วไป — วันละไม่เกิน ๘ ชั่วโมง สัปดาห์ละไม่เกิน ๔๘ ชั่วโมง
  2. งานที่อันตรายต่อสุขภาพ — วันละไม่เกิน ๗ ชั่วโมง สัปดาห์ละไม่เกิน ๔๒ ชั่วโมง
  3. ทำเกินเวลาปกติ = เข้าเรื่องค่าล่วงเวลา (ดูข้อ 10)
2

สัปดาห์หนึ่งต้องได้หยุดอย่างน้อยกี่วัน?

วันหยุดประจำสัปดาห์เป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน ไม่ใช่ของแถมจากนายจ้าง — กฎหมายบังคับให้ต้องมี

ร้านอาหารแห่งหนึ่งเปิดทุกวันไม่มีวันปิด ลูกจ้างทำติดกัน ๑๕ วันยังไม่เคยได้หยุดเลย — ผิดกฎหมายไหม?

กรณีสิทธิวันหยุดประจำสัปดาห์
งานทั่วไปอย่างน้อย ๑ วัน/สัปดาห์ และห่างกันไม่เกิน ๖ วัน
งานโรงแรม ขนส่ง งานในป่า/ทุรกันดารสะสมและเลื่อนได้ แต่ต้องอยู่ใน ๔ สัปดาห์ติดต่อกัน
💡อย่างน้อยสัปดาห์ละ ๑ วัน และวันหยุดสองครั้งต้องห่างกันไม่เกิน ๖ วัน จะตกลงล่วงหน้าว่าหยุดวันไหนก็ได้
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ บัญญัติไว้ว่า
มาตรา ๒๘ ให้นายจ้างจัดให้ลูกจ้างมีวันหยุดประจำสัปดาห์ สัปดาห์หนึ่งไม่น้อยกว่าหนึ่งวัน โดยวันหยุดประจำสัปดาห์ต้องมีระยะห่างกันไม่เกินหกวัน นายจ้างและลูกจ้างอาจตกลงกันล่วงหน้ากำหนดให้มีวันหยุดประจำสัปดาห์วันใดก็ได้

ในกรณีที่ลูกจ้างทำงานโรงแรม งานขนส่ง งานในป่า งานในที่ทุรกันดาร หรืองานอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง นายจ้างและลูกจ้างอาจตกลงกันล่วงหน้าสะสมวันหยุดประจำสัปดาห์และเลื่อนไปหยุดเมื่อใดก็ได้ แต่ต้องอยู่ในระยะเวลาสี่สัปดาห์ติดต่อกัน
ที่มา: พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๒๘
น้องแว่น Kelomn

น้องแว่นสรุปค่ะ

  1. ต้องมีวันหยุดประจำสัปดาห์อย่างน้อย ๑ วัน
  2. วันหยุดต้องห่างกันไม่เกิน ๖ วัน (ทำติดกันเกิน ๖ วันไม่ได้)
  3. นายจ้าง–ลูกจ้างตกลงเลือกวันหยุดล่วงหน้าได้
3

วันหยุดตามประเพณี ปีหนึ่งได้กี่วัน?

นอกจากวันหยุดประจำสัปดาห์ ยังมี “วันหยุดตามประเพณี” ที่นายจ้างต้องประกาศล่วงหน้า

บริษัทประกาศวันหยุดตามประเพณีปีนี้ให้ ๑๐ วัน แต่ไม่มีวันแรงงานแห่งชาติอยู่ในนั้น — แบบนี้ถูกต้องหรือยัง?

องค์ประกอบกฎหมายกำหนด
จำนวนขั้นต่ำไม่น้อยกว่า ๑๓ วัน/ปี
ต้องรวมวันแรงงานแห่งชาติ (๑ พ.ค.)
ถ้าตรงวันหยุดประจำสัปดาห์หยุดชดเชยในวันทำงานถัดไป
💡ปีละไม่น้อยกว่า ๑๓ วัน และต้องรวมวันแรงงานแห่งชาติ (๑ พ.ค.) ด้วยเสมอ
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ บัญญัติไว้ว่า
มาตรา ๒๙ ให้นายจ้างประกาศกำหนดวันหยุดตามประเพณีให้ลูกจ้างทราบเป็นการล่วงหน้าปีหนึ่งไม่น้อยกว่าสิบสามวันโดยรวมวันแรงงานแห่งชาติตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด

ให้นายจ้างพิจารณากำหนดวันหยุดตามประเพณีจากวันหยุดราชการประจำปี วันหยุดทางศาสนา หรือขนบธรรมเนียมประเพณีแห่งท้องที่

ในกรณีที่วันหยุดตามประเพณีวันใดตรงกับวันหยุดประจำสัปดาห์ของลูกจ้าง ให้ลูกจ้างได้หยุดชดเชยวันหยุดตามประเพณีในวันทำงานถัดไป

ในกรณีที่นายจ้างไม่อาจให้ลูกจ้างหยุดตามประเพณีได้ เนื่องจากลูกจ้างทำงานที่มีลักษณะหรือสภาพของงานตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ให้นายจ้างตกลงกับลูกจ้างว่า จะหยุดในวันอื่นชดเชยวันหยุดตามประเพณีหรือนายจ้างจะจ่ายค่าทำงานในวันหยุดให้ก็ได้
ที่มา: พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๒๙
น้องแว่น Kelomn

น้องแว่นสรุปค่ะ

  1. ปีหนึ่งไม่น้อยกว่า ๑๓ วัน
  2. ต้องรวมวันแรงงานแห่งชาติเสมอ
  3. ถ้าวันหยุดประเพณีตรงกับวันหยุดประจำสัปดาห์ ได้หยุดชดเชยวันทำงานถัดไป
4

ทำงานครบปีแล้ว ลาพักร้อนได้กี่วัน?

วันหยุดพักผ่อนประจำปี (พักร้อน) เป็นสิทธิเมื่อทำงานครบกำหนด ไม่ใช่ทำได้แค่ตามใจนายจ้าง

น้องเอเพิ่งทำงานครบ ๑ ปีพอดี ขอลาพักร้อน แต่เจ้านายบอกว่า “พักร้อนต้องทำครบ ๒ ปีก่อน” — จริงไหม?

อายุงานสิทธิวันหยุดพักผ่อนประจำปี
ยังไม่ครบ ๑ ปีนายจ้างคำนวณให้ตามส่วนได้
ครบ ๑ ปีไม่น้อยกว่า ๖ วันทำงาน/ปี
ปีต่อ ๆ ไปให้มากกว่า ๖ วันได้ และตกลงสะสมข้ามปีได้
💡ทำงานครบ ๑ ปี มีสิทธิพักร้อน ไม่น้อยกว่า ๖ วันทำงานต่อปี — ปีต่อ ๆ ไปนายจ้างให้มากกว่านี้ได้ และตกลงสะสมข้ามปีได้
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ บัญญัติไว้ว่า
มาตรา ๓๐ ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันมาแล้วครบหนึ่งปีมีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีได้ปีหนึ่งไม่น้อยกว่าหกวันทำงานโดยให้นายจ้างเป็นผู้กำหนดวันหยุดดังกล่าวให้แก่ลูกจ้างล่วงหน้าหรือกำหนดให้ตามที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกัน

ในปีต่อมานายจ้างอาจกำหนดวันหยุดพักผ่อนประจำปีให้แก่ลูกจ้างมากกว่าหกวันทำงานก็ได้

นายจ้างและลูกจ้างอาจตกลงกันล่วงหน้าให้สะสมและเลื่อนวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่ยังมิได้หยุดในปีนั้นรวมเข้ากับปีต่อ ๆ ไปได้

สำหรับลูกจ้างซึ่งทำงานยังไม่ครบหนึ่งปี นายจ้างอาจกำหนดวันหยุดพักผ่อนประจำปีให้แก่ลูกจ้างโดยคำนวณให้ตามส่วนก็ได้
ที่มา: พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๓๐
น้องแว่น Kelomn

น้องแว่นสรุปค่ะ

  1. ทำงานครบ ๑ ปี = พักร้อนไม่น้อยกว่า ๖ วันทำงาน/ปี
  2. นายจ้างให้มากกว่า ๖ วันได้
  3. ตกลงสะสม/เลื่อนวันพักร้อนข้ามปีได้
  4. ทำงานยังไม่ครบปี นายจ้างคำนวณให้ตามส่วนได้

ข้อ 5–6  ·  สิทธิการลา

5

ลาป่วยได้กี่วัน ต้องมีใบรับรองแพทย์ไหม?

เรื่องที่เข้าใจผิดบ่อย — “ลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริง” ไม่ได้จำกัดจำนวนวันที่ป่วยจริง

น้องบีลาป่วยจริง ๕ วันเพราะไข้หวัดใหญ่ พอกลับมาเจ้านายขอใบรับรองแพทย์ แต่บีไปคลินิกที่ไม่ได้ออกใบให้ — จะโดนตัดสิทธิไหม?

จำนวนวันลาป่วยใบรับรองแพทย์
๑–๒ วันไม่บังคับ
ตั้งแต่ ๓ วันทำงานขึ้นไปนายจ้างขอได้
ไม่มีใบรับรองชี้แจงให้นายจ้างทราบได้ (ไม่ใช่ตัดสิทธิทันที)
💡ลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริง — ใบรับรองแพทย์จะขอได้เมื่อลาตั้งแต่ ๓ วันทำงานขึ้นไป ถ้าไม่มีใบรับรอง ให้ชี้แจงนายจ้างได้
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ บัญญัติไว้ว่า
มาตรา ๓๒ ให้ลูกจ้างมีสิทธิลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริง การลาป่วยตั้งแต่สามวันทำงานขึ้นไป นายจ้างอาจให้ลูกจ้างแสดงใบรับรองของแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งหรือของสถานพยาบาลของทางราชการ ในกรณีที่ลูกจ้างไม่อาจแสดงใบรับรองของแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งหรือของสถานพยาบาลของทางราชการได้ ให้ลูกจ้างชี้แจงให้นายจ้างทราบ

ในกรณีที่นายจ้างจัดแพทย์ไว้ ให้แพทย์นั้นเป็นผู้ออกใบรับรอง เว้นแต่ลูกจ้างไม่สามารถให้แพทย์นั้นตรวจได้

วันที่ลูกจ้างไม่สามารถทำงานได้เนื่องจากประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นเนื่องจากการทำงาน และวันลาเพื่อคลอดบุตรตามมาตรา ๔๑ มิให้ถือเป็นวันลาป่วยตามมาตรานี้
ที่มา: พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๓๒
น้องแว่น Kelomn

น้องแว่นสรุปค่ะ

  1. ลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริง
  2. ลา ๓ วันทำงานขึ้นไป นายจ้างขอใบรับรองแพทย์ได้
  3. ไม่มีใบรับรอง = ชี้แจงนายจ้างได้ (ไม่ใช่ตัดสิทธิทันที)
  4. วันลาคลอด ไม่นับเป็นวันลาป่วย
6

มีธุระจำเป็น ลากิจได้กี่วัน ได้เงินไหม?

ลากิจธุระจำเป็นเป็นสิทธิตามกฎหมาย และเป็นสิทธิที่ “ได้รับค่าจ้าง” ด้วย

น้องซีขอลาไปทำเรื่องเอกสารราชการที่ต้องไปเอง เจ้านายบอก “ลากิจได้ แต่ไม่จ่ายเงินนะ” — ถูกต้องหรือเปล่า?

รายการสิทธิตามกฎหมาย
จำนวนวันลากิจธุระจำเป็นไม่น้อยกว่า ๓ วันทำงาน/ปี
ค่าจ้างได้รับค่าจ้าง ปีหนึ่งไม่เกิน ๓ วันทำงาน (ม.๕๗/๑)
💡ลากิจธุระจำเป็น ปีละไม่น้อยกว่า ๓ วันทำงาน และนายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างในวันลากิจดังกล่าว (มาตรา ๕๗/๑)
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ บัญญัติไว้ว่า
มาตรา ๓๔ ให้ลูกจ้างมีสิทธิลาเพื่อกิจธุระอันจำเป็นได้ปีละไม่น้อยกว่าสามวันทำงาน
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ บัญญัติไว้ว่า
มาตรา ๕๗/๑ ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างในวันลาเพื่อกิจธุระอันจำเป็นตามมาตรา ๓๔ เท่ากับค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ปีหนึ่งต้องไม่เกินสามวันทำงาน
ที่มา: พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๓๔ และมาตรา ๕๗/๑
น้องแว่น Kelomn

น้องแว่นสรุปค่ะ

  1. ลากิจธุระจำเป็นได้ปีละไม่น้อยกว่า ๓ วันทำงาน
  2. เป็นวันลาที่ได้รับค่าจ้าง ปีหนึ่งไม่เกิน ๓ วันทำงาน (ม.๕๗/๑)
  3. เป็นสิทธิขั้นต่ำ นายจ้างให้มากกว่านี้ได้

ข้อ 7–9  ·  สิทธิคลอดบุตร (ฉบับใหม่ ๒๕๖๘)

7

ลาคลอดได้กี่วัน? (ฉบับใหม่ ๒๕๖๘ เพิ่มเป็น ๑๒๐ วัน)

นี่คือการเปลี่ยนแปลงสำคัญ — พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๖๘ ขยายสิทธิลาคลอดให้มากขึ้น

คุณนิดกำลังตั้งครรภ์ ได้ยินว่ากฎหมายใหม่ปี ๒๕๖๘ เพิ่มวันลาคลอด เลยอยากรู้ว่าตอนนี้ลาคลอดได้กี่วันกันแน่?

ประเภทวันลาจำนวนวัน
ลาคลอด (รวมตรวจครรภ์ก่อนคลอด + นับรวมวันหยุด)ไม่เกิน ๑๒๐ วัน
ลาต่อเพื่อเลี้ยงดูบุตร (บุตรป่วย/พิการ มีใบรับรองแพทย์)เพิ่มอีกไม่เกิน ๑๕ วัน
💡ลูกจ้างหญิงมีครรภ์ ลาคลอดได้ไม่เกิน ๑๒๐ วัน (รวมวันลาตรวจครรภ์ก่อนคลอด และนับรวมวันหยุดด้วย) และยังลาต่อเพื่อเลี้ยงดูบุตรกรณีบุตรป่วย/พิการได้อีกไม่เกิน ๑๕ วัน
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ บัญญัติไว้ว่า
มาตรา ๔๑  ให้ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงมีครรภ์มีสิทธิลาเพื่อคลอดบุตรครรภ์หนึ่งไม่เกินหนึ่งร้อยยี่สิบวัน หรือตามจำนวนวันที่กำหนดในพระราช กฤษฎีกา

วันลาเพื่อคลอดบุตรตามมาตรานี้ให้หมายความรวมถึงวันลาเพื่อตรวจครรภ์ก่อนคลอดบุตรด้วย

วันลาตามวรรคหนึ่ง ให้นับรวมวันหยุดที่มีในระหว่างวันลาด้วย

ลูกจ้างหญิงซึ่งใช้สิทธิลาเพื่อคลอดบุตรตามวรรคหนึ่งแล้ว มีสิทธิลาต่อเนื่องเพื่อเลี้ยงดูบุตรได้อีกไม่เกินสิบห้าวัน ในกรณีที่บุตรมีภาวะการเจ็บป่วยที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคแทรกซ้อน มีความผิดปกติ หรือมีภาวะความพิการ ทั้งนี้ ให้ลูกจ้างแสดงใบรับรองแพทย์แผนปัจจุบันประกอบการลา ด้วย
ที่มา: พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๔๑ (แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ ๙ พ.ศ. ๒๕๖๘)
น้องแว่น Kelomn

น้องแว่นสรุปค่ะ

  1. ลาคลอดได้ไม่เกิน ๑๒๐ วัน (เพิ่มขึ้นตามฉบับ ๒๕๖๘)
  2. รวมวันลาตรวจครรภ์ก่อนคลอด และนับรวมวันหยุดในช่วงลา
  3. ลาต่อเพื่อเลี้ยงดูบุตรกรณีบุตรป่วย/พิการ ได้อีกไม่เกิน ๑๕ วัน (มีใบรับรองแพทย์)
8

สามี/คู่สมรสลาไปช่วยภรรยาคลอดได้ไหม?

สิทธิใหม่ล่าสุดที่หลายคนยังไม่รู้ — ฉบับ ๒๕๖๘ เพิ่ม “สิทธิลาช่วยเหลือคู่สมรสคลอดบุตร” เข้ามาเป็นมาตรา ๔๑/๑

คุณต้นเพิ่งมีลูก อยากลาไปช่วยภรรยาดูแลลูกอ่อนช่วงแรก แต่ไม่แน่ใจว่ากฎหมายให้สิทธิสามี/คู่สมรสด้วยไหม?

เงื่อนไขรายละเอียด
จำนวนวันไม่เกิน ๑๕ วัน
ช่วงเวลาใช้สิทธิภายใน ๙๐ วันนับแต่วันคลอด
ค่าจ้างได้รับค่าจ้าง ไม่เกิน ๑๕ วัน (ม.๕๙/๒)
💡ลูกจ้างลาเพื่อช่วยเหลือคู่สมรสที่คลอดบุตรได้ไม่เกิน ๑๕ วัน โดยใช้สิทธิภายใน ๙๐ วันนับแต่วันคลอด
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ บัญญัติไว้ว่า
มาตรา ๔๑/๑  ให้ลูกจ้างมีสิทธิลาเพื่อช่วยเหลือคู่สมรสซึ่งคลอดบุตรครรภ์หนึ่งได้ไม่เกินสิบห้าวัน โดยใช้สิทธิก่อนหรือในวันที่ลาภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่คลอดบุตร
ที่มา: พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๔๑/๑ (เพิ่มโดยฉบับที่ ๙ พ.ศ. ๒๕๖๘)
น้องแว่น Kelomn

น้องแว่นสรุปค่ะ

  1. เป็นสิทธิใหม่ตามฉบับ ๒๕๖๘ (มาตรา ๔๑/๑)
  2. ลาช่วยคู่สมรสคลอดได้ไม่เกิน ๑๕ วัน
  3. ต้องใช้สิทธิภายใน ๙๐ วันนับแต่วันคลอด
  4. เป็นวันลาที่ได้รับค่าจ้าง ไม่เกิน ๑๕ วัน (ม.๕๙/๒ — ดูข้อ 9)
9

ลาคลอด–เลี้ยงดูบุตร–ช่วยคู่สมรส แล้วได้ค่าจ้างแค่ไหน?

ลาได้กี่วัน กับ “ได้ค่าจ้างกี่วัน” เป็นคนละเรื่อง ฉบับ ๒๕๖๘ วางเรื่องค่าจ้างวันลาไว้ ๓ มาตราเชื่อมกัน

คุณนิดลาคลอดเต็มสิทธิ ๑๒๐ วัน แต่พอดูสลิปเงินเดือนกลับได้ค่าจ้างจากนายจ้างไม่ครบ ๑๒๐ วัน — ทำไมถึงเป็นแบบนั้น?

ประเภทการลาค่าจ้างที่นายจ้างต้องจ่าย
ลาคลอด (ม.๔๑ วรรคหนึ่ง)เท่าค่าจ้าง แต่ไม่เกิน ๖๐ วัน (ม.๕๙)
ลาเลี้ยงดูบุตรกรณีป่วย/พิการร้อยละ ๕๐ ของค่าจ้าง ไม่เกิน ๑๕ วัน (ม.๕๙/๑)
ลาช่วยเหลือคู่สมรสคลอดเท่าค่าจ้าง ไม่เกิน ๑๕ วัน (ม.๕๙/๒)

(วันลาคลอดส่วนที่เกิน ๖๐ วัน มักได้รับสิทธิจากกองทุนประกันสังคม ซึ่งเป็นคนละกฎหมาย)

💡ลาคลอด: นายจ้างจ่ายค่าจ้างไม่เกิน ๖๐ วัน (ม.๕๙) · ลาเลี้ยงดูบุตรกรณีป่วย/พิการ ๑๕ วัน: ได้ค่าจ้างร้อยละ ๕๐ (ม.๕๙/๑) · ลาช่วยคู่สมรสคลอด: ได้ค่าจ้างเต็มไม่เกิน ๑๕ วัน (ม.๕๙/๒)
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ บัญญัติไว้ว่า
มาตรา ๕๙  ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงมีครรภ์ในวันลาเพื่อคลอดบุตรตามมาตรา ๔๑ วรรคหนึ่ง เท่ากับค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ไม่เกินหกสิบวันหรือตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ บัญญัติไว้ว่า
มาตรา ๕๙/๑  ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างซึ่งใช้สิทธิลาตามมาตรา ๔๑ วรรคสี่ เท่ากับค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ลาในอัตราร้อยละห้าสิบของค่าจ้างสำหรับวันที่ลา
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ บัญญัติไว้ว่า
มาตรา ๕๙/๒  ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างซึ่งใช้สิทธิลาตามมาตรา ๔๑/๑ เท่ากับค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ลาแต่ไม่เกินสิบห้าวัน
ที่มา: พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๕๙, มาตรา ๕๙/๑ และมาตรา ๕๙/๒
น้องแว่น Kelomn

น้องแว่นสรุปค่ะ

  1. ลาคลอด — นายจ้างจ่ายค่าจ้างไม่เกิน ๖๐ วัน (ม.๕๙)
  2. ลาเลี้ยงดูบุตรกรณีป่วย/พิการ ๑๕ วัน — ได้ค่าจ้างร้อยละ ๕๐ (ม.๕๙/๑)
  3. ลาช่วยคู่สมรสคลอด — ได้ค่าจ้างเต็มไม่เกิน ๑๕ วัน (ม.๕๙/๒)
  4. วันลาคลอดส่วนที่เกิน ๖๐ วัน มักได้รับสิทธิจากประกันสังคม (คนละกฎหมาย)

ข้อ 10  ·  ค่าล่วงเวลาและค่าชดเชย

10

ทำโอที + ถูกเลิกจ้าง ได้เงินเท่าไหร่?

สองเรื่องที่กระทบกระเป๋าตรง ๆ — ค่าล่วงเวลา (โอที) และค่าชดเชยเมื่อถูกเลิกจ้างโดยไม่ได้ทำผิดร้ายแรง

ลุงมานพทำงานบริษัทเดียวมา ๘ ปี อยู่ ๆ ถูกเลิกจ้างโดยไม่ได้ทำผิดอะไร และเดือนก่อนก็ทำโอทีไปหลายชั่วโมง — เขาควรได้เงินอะไรบ้าง?

รายการอัตราขั้นต่ำ
ค่าล่วงเวลาในวันทำงาน (ม.๖๑)ไม่น้อยกว่า ๑.๕ เท่าของค่าจ้างต่อชั่วโมง
อายุงานค่าชดเชยขั้นต่ำ (ค่าจ้างอัตราสุดท้าย)
ครบ ๑๒๐ วัน แต่ไม่ครบ ๑ ปี๓๐ วัน
ครบ ๑ ปี แต่ไม่ครบ ๓ ปี๙๐ วัน
ครบ ๓ ปี แต่ไม่ครบ ๖ ปี๑๘๐ วัน
ครบ ๖ ปี แต่ไม่ครบ ๑๐ ปี๒๔๐ วัน
ครบ ๑๐ ปี แต่ไม่ครบ ๒๐ ปี๓๐๐ วัน
ครบ ๒๐ ปีขึ้นไป๔๐๐ วัน

(อ้างอิงจากพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๑๘ — ใช้กรณีเลิกจ้างที่ลูกจ้างไม่ได้ทำผิดร้ายแรงตามมาตรา ๑๑๙)

💡โอทีวันทำงาน ต้องได้ ไม่น้อยกว่า ๑.๕ เท่า ของค่าจ้างต่อชั่วโมง ส่วนค่าชดเชยเลิกจ้าง คิดตามอายุงานเป็นขั้น ๆ (ดูตาราง)
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ บัญญัติไว้ว่า
มาตรา ๖๑ ในกรณีที่นายจ้างให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลาในวันทำงานให้นายจ้างจ่ายค่าล่วงเวลาให้แก่ลูกจ้างในอัตราไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าครึ่งของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานตามจำนวนชั่วโมงที่ทำ หรือไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าครึ่งของอัตราค่าจ้างต่อหน่วยในวันทำงานตามจำนวนผลงานที่ทำได้สำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ บัญญัติไว้ว่า
มาตรา ๑๑๘ ให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างซึ่งเลิกจ้างดังต่อไปนี้

(๑) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบหนึ่งร้อยยี่สิบวัน แต่ไม่ครบหนึ่งปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสามสิบวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสามสิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย

(๒) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบหนึ่งปี แต่ไม่ครบสามปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายเก้าสิบวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานเก้าสิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย

(๓) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบสามปี แต่ไม่ครบหกปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายหนึ่งร้อยแปดสิบวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานหนึ่งร้อยแปดสิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย

(๔) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบหกปี แต่ไม่ครบสิบปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสองร้อยสี่สิบวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสองร้อยสี่สิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย

(๕)  ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบสิบปี แต่ไม่ครบยี่สิบปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสามร้อยวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสามร้อยวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย

(๖)  ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบยี่สิบปีขึ้นไป ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสี่ร้อยวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสี่ร้อยวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย

การเลิกจ้างตามมาตรานี้ หมายความว่า การกระทำใดที่นายจ้างไม่ให้ลูกจ้างทำงานต่อไปและไม่จ่ายค่าจ้างให้ ไม่ว่าจะเป็นเพราะเหตุสิ้นสุดสัญญาจ้างหรือเหตุอื่นใด และหมายความรวมถึงกรณีที่ลูกจ้างไม่ได้ทำงานและไม่ได้รับค่าจ้างเพราะเหตุที่นายจ้างไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไป

ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับแก่ลูกจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอนและเลิกจ้างตามกำหนดระยะเวลานั้น

การจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาตามวรรคสามจะกระทำได้สำหรับการจ้างงานในโครงการเฉพาะที่มิใช่งานปกติของธุรกิจหรือการค้าของนายจ้างซึ่งต้องมีระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดของงานที่แน่นอน หรือในงานอันมีลักษณะเป็นครั้งคราวที่มีกำหนดการสิ้นสุด หรือความสำเร็จของงาน หรือในงานที่เป็นไปตามฤดูกาลและได้จ้างในช่วงเวลาของฤดูกาลนั้น ซึ่งงานนั้นจะต้องแล้วเสร็จภายในเวลาไม่เกินสองปี โดยนายจ้างและลูกจ้างได้ทำสัญญาเป็นหนังสือไว้ตั้งแต่เมื่อเริ่มจ้าง
ที่มา: พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๖๑ และมาตรา ๑๑๘
น้องแว่น Kelomn

น้องแว่นสรุปค่ะ

  1. ค่าล่วงเวลาวันทำงาน ไม่น้อยกว่า ๑.๕ เท่าของค่าจ้างต่อชั่วโมง
  2. ค่าชดเชยเลิกจ้าง คิดตามอายุงาน ๖ ขั้น (๓๐–๔๐๐ วัน)
  3. ทำงาน ๒๐ ปีขึ้นไป ได้ค่าชดเชยสูงสุด ๔๐๐ วัน
  4. ใช้กรณีเลิกจ้างที่ลูกจ้างไม่ได้ทำผิดร้ายแรง (ม.๑๑๙)

สิทธิแรงงานทั้ง ๑๐ ข้อนี้มีหัวใจเดียวกัน — เป็นสิทธิ ขั้นต่ำตามกฎหมาย ที่นายจ้างตกลงให้ น้อยกว่านี้ไม่ได้ ค่ะ

  1. เวลาทำงาน วันละไม่เกิน ๘ ชั่วโมง และสัปดาห์ละไม่เกิน ๔๘ ชั่วโมง  ดูข้อ 1
  2. วันหยุดประจำสัปดาห์ อย่างน้อย ๑ วัน/สัปดาห์ และห่างกันไม่เกิน ๖ วัน  ดูข้อ 2
  3. วันหยุดตามประเพณี ปีหนึ่งไม่น้อยกว่า ๑๓ วัน รวมวันแรงงานแห่งชาติ  ดูข้อ 3
  4. พักร้อน ทำงานครบ ๑ ปี ได้พักร้อนไม่น้อยกว่า ๖ วันทำงาน/ปี  ดูข้อ 4
  5. ลาป่วย ลาได้เท่าที่ป่วยจริง — ลา ๓ วันขึ้นไปนายจ้างขอใบรับรองแพทย์ได้  ดูข้อ 5
  6. ลากิจจำเป็น ปีละไม่น้อยกว่า ๓ วันทำงาน และได้รับค่าจ้าง  ดูข้อ 6
  7. ลาคลอด ไม่เกิน ๑๒๐ วัน (เพิ่มขึ้นตามฉบับ ๒๕๖๘)  ดูข้อ 7
  8. ลาช่วยคู่สมรสคลอด ไม่เกิน ๑๕ วัน ภายใน ๙๐ วันนับแต่คลอด (สิทธิใหม่ ๒๕๖๘)  ดูข้อ 8
  9. ค่าจ้างวันลา ลาคลอด ๖๐ วัน · เลี้ยงดูบุตร ๕๐% · ช่วยคู่สมรส ๑๕ วัน  ดูข้อ 9
  10. โอที + ค่าชดเชย โอที ๑.๕ เท่า · ค่าชดเชยเลิกจ้าง ๓๐–๔๐๐ วันตามอายุงาน  ดูข้อ 10

ถ้ากรณีของคุณซับซ้อน เช่น ถูกเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม หรือนายจ้างไม่จ่ายตามสิทธิ แนะนำให้ปรึกษาทนายหรือพนักงานตรวจแรงงานเพื่อดูรายละเอียดเฉพาะกรณีนะคะ

อ้างอิง  ·  ① ม.๒๓ (เวลาทำงาน)  ·  ② ม.๒๘ (วันหยุดสัปดาห์)  ·  ③ ม.๒๙ (วันหยุดประเพณี)  ·  ④ ม.๓๐ (พักร้อน)  ·  ⑤ ม.๓๒ (ลาป่วย)  ·  ⑥ ม.๓๔+๕๗/๑ (ลากิจ)  ·  ⑦ ม.๔๑ (ลาคลอด ๑๒๐ วัน)  ·  ⑧ ม.๔๑/๑ (ลาช่วยคู่สมรส)  ·  ⑨ ม.๕๙+๕๙/๑+๕๙/๒ (ค่าจ้างวันลา)  ·  ⑩ ม.๖๑+๑๑๘ (โอที+ค่าชดเชย) — พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ (แก้ไข ฉบับที่ ๙ พ.ศ. ๒๕๖๘)

ถ้าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์ ให้ส่ง กาแฟและขนมปัง ให้เป็นกำลังใจ

กดให้กาแฟ หรือ ขนมปัง สัก 1 อย่างไหมคะ?

ทานกาแฟ ไปแล้ว 3 แก้ว · ทานขนมปัง ไปแล้ว 7 แผ่น

อ่านต่อในชุดกฎหมายแรงงาน

กลับหน้าหลัก กฎหมายแรงงาน ฟรีแลนซ์หรือลูกจ้าง? เช็คสิทธิแรงงานที่ต้องรู้ 5 เรื่องแรงงานใกล้ตัวที่คนมักนึกไม่ถึง นายจ้างต้องจัดสวัสดิการอะไรในที่ทำงาน

คำถามที่พบบ่อย

บทความนี้เหมาะกับใคร?
เหมาะกับผู้อ่านที่ต้องการทำความเข้าใจกฎหมายแรงงานในประเด็น 10 เรื่องกฎหมายแรงงานที่ทุกคนควรรู้ เพื่อใช้ตั้งคำถาม ตรวจความเสี่ยงเบื้องต้น และเตรียมข้อมูลก่อนตัดสินใจ
อ่านแล้วควรทำอะไรต่อ?
ควรแยกข้อเท็จจริงของตนเองออกจากตัวอย่างในบทความ รวบรวมเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้อง และตรวจข้อกฎหมายปัจจุบันก่อนนำไปใช้จริง
บทความนี้ใช้แทนคำปรึกษาทนายได้ไหม?
ไม่ได้ บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการศึกษาและการวางกรอบประเด็น ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมายเฉพาะคดีหรือเฉพาะธุรกิจ

💛 หมายเหตุจาก Kelomn: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลความรู้ทั่วไปด้านกฎหมายแรงงาน ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะกรณี สำหรับการตัดสินใจในกรณีเฉพาะหรือข้อพิพาททางแรงงาน ควรตรวจตัวบทฉบับเป็นทางการและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านแรงงานเพิ่มเติมเพื่อความรัดกุม ตัวบทกฎหมายทางการสามารถดูได้ที่ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS) — Kelomn · AI Legal Research Project · Business Law for the Business Life

รับอัปเดตกฎหมายธุรกิจจาก Kelomn

ติดตามบทความใหม่ เครื่องมือ KKB และสรุปประเด็นกฎหมายธุรกิจที่ควรรู้จากหน้านี้ได้ต่อใน KKB Fans

สมัครรับข่าว ติดต่อทีม Kelomn