น้องแว่น — Kelomn Legal Café · กฎหมายแรงงาน
10 เรื่องกฎหมายแรงงานที่ทุกคนควรรู้
ชื่อในบทความนี้เป็นชื่อสมมติ ไม่มีตัวตนจริง เป็นเพียงการเล่าเรื่องทางวิชาการ ไม่ได้ตั้งใจจะพาดพิงบุคคลใดนะคะ
ทำงานกินเงินเดือนทุกวัน แต่พอถามว่า “สิทธิแรงงานของเรามีอะไรบ้าง?” หลายคนตอบไม่ได้เต็มปาก — ทั้งที่กฎหมายเขียนคุ้มครองไว้ชัดเจน
ที่ Kelomn เรารวบ ๑๐ เรื่องกฎหมายแรงงานที่ทุกคนควรรู้ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ (รวมฉบับแก้ไขล่าสุด ฉบับที่ ๙ พ.ศ. ๒๕๖๘ ที่เพิ่มสิทธิลาคลอดและลาช่วยคู่สมรส) มาให้คุณอ่านง่าย ๆ พร้อมตัวบทจริงให้ดูทุกข้อ — เพราะเราอยากให้คุณรู้สิทธิของตัวเองค่ะ
ข้อ 1–4 · เวลาทำงานและวันหยุด
ทำงานวันละกี่ชั่วโมงถึงจะถูกกฎหมาย?
หลายคนทำงานยาวจนไม่แน่ใจว่า “เกินไปไหม” — กฎหมายวางเพดานเวลาทำงานปกติไว้ชัดเจน นายจ้างกำหนดได้ แต่ห้ามเกินกรอบนี้
ป้าแดงทำงานโรงงาน เจ้านายให้เข้างาน ๘ โมงเช้า เลิก ๖ โมงเย็นทุกวัน รวมแล้ววันละ ๑๐ ชั่วโมง — แบบนี้เกินที่กฎหมายให้ไหม?
| ประเภทงาน | ต่อวัน | ต่อสัปดาห์ |
|---|---|---|
| งานทั่วไป | ไม่เกิน ๘ ชม. | ไม่เกิน ๔๘ ชม. |
| งานอันตรายต่อสุขภาพ (ตามกฎกระทรวง) | ไม่เกิน ๗ ชม. | ไม่เกิน ๔๒ ชม. |
(ทำเกินเวลาปกติ = เข้าเรื่องค่าล่วงเวลา ดูข้อ ๑๐)
มาตรา ๒๓ ให้นายจ้างประกาศเวลาทำงานปกติให้ลูกจ้างทราบ โดยกำหนดเวลาเริ่มต้นและเวลาสิ้นสุดของการทำงานแต่ละวันของลูกจ้างได้ไม่เกินเวลาทำงานของแต่ละประเภทงานตามที่กำหนดในกฎกระทรวง แต่วันหนึ่งต้องไม่เกินแปดชั่วโมง ในกรณีที่เวลาทำงานวันใดน้อยกว่าแปดชั่วโมง นายจ้างและลูกจ้างจะตกลงกันให้นำเวลาทำงานส่วนที่เหลือนั้นไปรวมกับเวลาทำงานในวันทำงานปกติอื่นก็ได้ แต่ต้องไม่เกินวันละเก้าชั่วโมงและเมื่อรวมเวลาทำงานทั้งสิ้นแล้ว สัปดาห์หนึ่งต้องไม่เกินสี่สิบแปดชั่วโมง เว้นแต่งานที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพและความปลอดภัยของลูกจ้างตามที่กำหนดในกฎกระทรวงต้องมีเวลาทำงานปกติวันหนึ่งไม่เกินเจ็ดชั่วโมง และเมื่อรวมเวลาทำงานทั้งสิ้นแล้วสัปดาห์หนึ่งต้องไม่เกินสี่สิบสองชั่วโมง ในกรณีที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกันให้นำเวลาทำงานส่วนที่เหลือไปรวมกับเวลาทำงานในวันทำงานปกติอื่นตามวรรคหนึ่งเกินกว่าวันละแปดชั่วโมงให้นายจ้างจ่ายค่าตอบแทนไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าครึ่งของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานตามจำนวนชั่วโมงที่ทำเกินสำหรับลูกจ้างรายวันและลูกจ้างรายชั่วโมงหรือไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าครึ่งของอัตราค่าจ้างต่อหน่วยในวันทำงานตามจำนวนผลงานที่ทำได้ในชั่วโมงที่ทำเกินสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงาน ในกรณีที่นายจ้างไม่อาจประกาศกำหนดเวลาเริ่มต้นและเวลาสิ้นสุดของการทำงานแต่ละวันได้เนื่องจากลักษณะหรือสภาพของงาน ให้นายจ้างและลูกจ้างตกลงกันกำหนดชั่วโมงทำงานแต่ละวันไม่เกินแปดชั่วโมง และเมื่อรวมเวลาทำงานทั้งสิ้นแล้วสัปดาห์หนึ่งต้องไม่เกินสี่สิบแปดชั่วโมง
น้องแว่นสรุปค่ะ
- งานทั่วไป — วันละไม่เกิน ๘ ชั่วโมง สัปดาห์ละไม่เกิน ๔๘ ชั่วโมง
- งานที่อันตรายต่อสุขภาพ — วันละไม่เกิน ๗ ชั่วโมง สัปดาห์ละไม่เกิน ๔๒ ชั่วโมง
- ทำเกินเวลาปกติ = เข้าเรื่องค่าล่วงเวลา (ดูข้อ 10)
สัปดาห์หนึ่งต้องได้หยุดอย่างน้อยกี่วัน?
วันหยุดประจำสัปดาห์เป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน ไม่ใช่ของแถมจากนายจ้าง — กฎหมายบังคับให้ต้องมี
ร้านอาหารแห่งหนึ่งเปิดทุกวันไม่มีวันปิด ลูกจ้างทำติดกัน ๑๕ วันยังไม่เคยได้หยุดเลย — ผิดกฎหมายไหม?
| กรณี | สิทธิวันหยุดประจำสัปดาห์ |
|---|---|
| งานทั่วไป | อย่างน้อย ๑ วัน/สัปดาห์ และห่างกันไม่เกิน ๖ วัน |
| งานโรงแรม ขนส่ง งานในป่า/ทุรกันดาร | สะสมและเลื่อนได้ แต่ต้องอยู่ใน ๔ สัปดาห์ติดต่อกัน |
มาตรา ๒๘ ให้นายจ้างจัดให้ลูกจ้างมีวันหยุดประจำสัปดาห์ สัปดาห์หนึ่งไม่น้อยกว่าหนึ่งวัน โดยวันหยุดประจำสัปดาห์ต้องมีระยะห่างกันไม่เกินหกวัน นายจ้างและลูกจ้างอาจตกลงกันล่วงหน้ากำหนดให้มีวันหยุดประจำสัปดาห์วันใดก็ได้ ในกรณีที่ลูกจ้างทำงานโรงแรม งานขนส่ง งานในป่า งานในที่ทุรกันดาร หรืองานอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง นายจ้างและลูกจ้างอาจตกลงกันล่วงหน้าสะสมวันหยุดประจำสัปดาห์และเลื่อนไปหยุดเมื่อใดก็ได้ แต่ต้องอยู่ในระยะเวลาสี่สัปดาห์ติดต่อกัน
น้องแว่นสรุปค่ะ
- ต้องมีวันหยุดประจำสัปดาห์อย่างน้อย ๑ วัน
- วันหยุดต้องห่างกันไม่เกิน ๖ วัน (ทำติดกันเกิน ๖ วันไม่ได้)
- นายจ้าง–ลูกจ้างตกลงเลือกวันหยุดล่วงหน้าได้
วันหยุดตามประเพณี ปีหนึ่งได้กี่วัน?
นอกจากวันหยุดประจำสัปดาห์ ยังมี “วันหยุดตามประเพณี” ที่นายจ้างต้องประกาศล่วงหน้า
บริษัทประกาศวันหยุดตามประเพณีปีนี้ให้ ๑๐ วัน แต่ไม่มีวันแรงงานแห่งชาติอยู่ในนั้น — แบบนี้ถูกต้องหรือยัง?
| องค์ประกอบ | กฎหมายกำหนด |
|---|---|
| จำนวนขั้นต่ำ | ไม่น้อยกว่า ๑๓ วัน/ปี |
| ต้องรวม | วันแรงงานแห่งชาติ (๑ พ.ค.) |
| ถ้าตรงวันหยุดประจำสัปดาห์ | หยุดชดเชยในวันทำงานถัดไป |
มาตรา ๒๙ ให้นายจ้างประกาศกำหนดวันหยุดตามประเพณีให้ลูกจ้างทราบเป็นการล่วงหน้าปีหนึ่งไม่น้อยกว่าสิบสามวันโดยรวมวันแรงงานแห่งชาติตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ให้นายจ้างพิจารณากำหนดวันหยุดตามประเพณีจากวันหยุดราชการประจำปี วันหยุดทางศาสนา หรือขนบธรรมเนียมประเพณีแห่งท้องที่ ในกรณีที่วันหยุดตามประเพณีวันใดตรงกับวันหยุดประจำสัปดาห์ของลูกจ้าง ให้ลูกจ้างได้หยุดชดเชยวันหยุดตามประเพณีในวันทำงานถัดไป ในกรณีที่นายจ้างไม่อาจให้ลูกจ้างหยุดตามประเพณีได้ เนื่องจากลูกจ้างทำงานที่มีลักษณะหรือสภาพของงานตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ให้นายจ้างตกลงกับลูกจ้างว่า จะหยุดในวันอื่นชดเชยวันหยุดตามประเพณีหรือนายจ้างจะจ่ายค่าทำงานในวันหยุดให้ก็ได้
น้องแว่นสรุปค่ะ
- ปีหนึ่งไม่น้อยกว่า ๑๓ วัน
- ต้องรวมวันแรงงานแห่งชาติเสมอ
- ถ้าวันหยุดประเพณีตรงกับวันหยุดประจำสัปดาห์ ได้หยุดชดเชยวันทำงานถัดไป
ทำงานครบปีแล้ว ลาพักร้อนได้กี่วัน?
วันหยุดพักผ่อนประจำปี (พักร้อน) เป็นสิทธิเมื่อทำงานครบกำหนด ไม่ใช่ทำได้แค่ตามใจนายจ้าง
น้องเอเพิ่งทำงานครบ ๑ ปีพอดี ขอลาพักร้อน แต่เจ้านายบอกว่า “พักร้อนต้องทำครบ ๒ ปีก่อน” — จริงไหม?
| อายุงาน | สิทธิวันหยุดพักผ่อนประจำปี |
|---|---|
| ยังไม่ครบ ๑ ปี | นายจ้างคำนวณให้ตามส่วนได้ |
| ครบ ๑ ปี | ไม่น้อยกว่า ๖ วันทำงาน/ปี |
| ปีต่อ ๆ ไป | ให้มากกว่า ๖ วันได้ และตกลงสะสมข้ามปีได้ |
มาตรา ๓๐ ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันมาแล้วครบหนึ่งปีมีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีได้ปีหนึ่งไม่น้อยกว่าหกวันทำงานโดยให้นายจ้างเป็นผู้กำหนดวันหยุดดังกล่าวให้แก่ลูกจ้างล่วงหน้าหรือกำหนดให้ตามที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกัน ในปีต่อมานายจ้างอาจกำหนดวันหยุดพักผ่อนประจำปีให้แก่ลูกจ้างมากกว่าหกวันทำงานก็ได้ นายจ้างและลูกจ้างอาจตกลงกันล่วงหน้าให้สะสมและเลื่อนวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่ยังมิได้หยุดในปีนั้นรวมเข้ากับปีต่อ ๆ ไปได้ สำหรับลูกจ้างซึ่งทำงานยังไม่ครบหนึ่งปี นายจ้างอาจกำหนดวันหยุดพักผ่อนประจำปีให้แก่ลูกจ้างโดยคำนวณให้ตามส่วนก็ได้
น้องแว่นสรุปค่ะ
- ทำงานครบ ๑ ปี = พักร้อนไม่น้อยกว่า ๖ วันทำงาน/ปี
- นายจ้างให้มากกว่า ๖ วันได้
- ตกลงสะสม/เลื่อนวันพักร้อนข้ามปีได้
- ทำงานยังไม่ครบปี นายจ้างคำนวณให้ตามส่วนได้
ข้อ 5–6 · สิทธิการลา
ลาป่วยได้กี่วัน ต้องมีใบรับรองแพทย์ไหม?
เรื่องที่เข้าใจผิดบ่อย — “ลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริง” ไม่ได้จำกัดจำนวนวันที่ป่วยจริง
น้องบีลาป่วยจริง ๕ วันเพราะไข้หวัดใหญ่ พอกลับมาเจ้านายขอใบรับรองแพทย์ แต่บีไปคลินิกที่ไม่ได้ออกใบให้ — จะโดนตัดสิทธิไหม?
| จำนวนวันลาป่วย | ใบรับรองแพทย์ |
|---|---|
| ๑–๒ วัน | ไม่บังคับ |
| ตั้งแต่ ๓ วันทำงานขึ้นไป | นายจ้างขอได้ |
| ไม่มีใบรับรอง | ชี้แจงให้นายจ้างทราบได้ (ไม่ใช่ตัดสิทธิทันที) |
มาตรา ๓๒ ให้ลูกจ้างมีสิทธิลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริง การลาป่วยตั้งแต่สามวันทำงานขึ้นไป นายจ้างอาจให้ลูกจ้างแสดงใบรับรองของแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งหรือของสถานพยาบาลของทางราชการ ในกรณีที่ลูกจ้างไม่อาจแสดงใบรับรองของแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งหรือของสถานพยาบาลของทางราชการได้ ให้ลูกจ้างชี้แจงให้นายจ้างทราบ ในกรณีที่นายจ้างจัดแพทย์ไว้ ให้แพทย์นั้นเป็นผู้ออกใบรับรอง เว้นแต่ลูกจ้างไม่สามารถให้แพทย์นั้นตรวจได้ วันที่ลูกจ้างไม่สามารถทำงานได้เนื่องจากประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นเนื่องจากการทำงาน และวันลาเพื่อคลอดบุตรตามมาตรา ๔๑ มิให้ถือเป็นวันลาป่วยตามมาตรานี้
น้องแว่นสรุปค่ะ
- ลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริง
- ลา ๓ วันทำงานขึ้นไป นายจ้างขอใบรับรองแพทย์ได้
- ไม่มีใบรับรอง = ชี้แจงนายจ้างได้ (ไม่ใช่ตัดสิทธิทันที)
- วันลาคลอด ไม่นับเป็นวันลาป่วย
มีธุระจำเป็น ลากิจได้กี่วัน ได้เงินไหม?
ลากิจธุระจำเป็นเป็นสิทธิตามกฎหมาย และเป็นสิทธิที่ “ได้รับค่าจ้าง” ด้วย
น้องซีขอลาไปทำเรื่องเอกสารราชการที่ต้องไปเอง เจ้านายบอก “ลากิจได้ แต่ไม่จ่ายเงินนะ” — ถูกต้องหรือเปล่า?
| รายการ | สิทธิตามกฎหมาย |
|---|---|
| จำนวนวันลากิจธุระจำเป็น | ไม่น้อยกว่า ๓ วันทำงาน/ปี |
| ค่าจ้าง | ได้รับค่าจ้าง ปีหนึ่งไม่เกิน ๓ วันทำงาน (ม.๕๗/๑) |
มาตรา ๓๔ ให้ลูกจ้างมีสิทธิลาเพื่อกิจธุระอันจำเป็นได้ปีละไม่น้อยกว่าสามวันทำงาน
มาตรา ๕๗/๑ ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างในวันลาเพื่อกิจธุระอันจำเป็นตามมาตรา ๓๔ เท่ากับค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ปีหนึ่งต้องไม่เกินสามวันทำงาน
น้องแว่นสรุปค่ะ
- ลากิจธุระจำเป็นได้ปีละไม่น้อยกว่า ๓ วันทำงาน
- เป็นวันลาที่ได้รับค่าจ้าง ปีหนึ่งไม่เกิน ๓ วันทำงาน (ม.๕๗/๑)
- เป็นสิทธิขั้นต่ำ นายจ้างให้มากกว่านี้ได้
ข้อ 7–9 · สิทธิคลอดบุตร (ฉบับใหม่ ๒๕๖๘)
ลาคลอดได้กี่วัน? (ฉบับใหม่ ๒๕๖๘ เพิ่มเป็น ๑๒๐ วัน)
นี่คือการเปลี่ยนแปลงสำคัญ — พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๖๘ ขยายสิทธิลาคลอดให้มากขึ้น
คุณนิดกำลังตั้งครรภ์ ได้ยินว่ากฎหมายใหม่ปี ๒๕๖๘ เพิ่มวันลาคลอด เลยอยากรู้ว่าตอนนี้ลาคลอดได้กี่วันกันแน่?
| ประเภทวันลา | จำนวนวัน |
|---|---|
| ลาคลอด (รวมตรวจครรภ์ก่อนคลอด + นับรวมวันหยุด) | ไม่เกิน ๑๒๐ วัน |
| ลาต่อเพื่อเลี้ยงดูบุตร (บุตรป่วย/พิการ มีใบรับรองแพทย์) | เพิ่มอีกไม่เกิน ๑๕ วัน |
มาตรา ๔๑ ให้ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงมีครรภ์มีสิทธิลาเพื่อคลอดบุตรครรภ์หนึ่งไม่เกินหนึ่งร้อยยี่สิบวัน หรือตามจำนวนวันที่กำหนดในพระราช กฤษฎีกา วันลาเพื่อคลอดบุตรตามมาตรานี้ให้หมายความรวมถึงวันลาเพื่อตรวจครรภ์ก่อนคลอดบุตรด้วย วันลาตามวรรคหนึ่ง ให้นับรวมวันหยุดที่มีในระหว่างวันลาด้วย ลูกจ้างหญิงซึ่งใช้สิทธิลาเพื่อคลอดบุตรตามวรรคหนึ่งแล้ว มีสิทธิลาต่อเนื่องเพื่อเลี้ยงดูบุตรได้อีกไม่เกินสิบห้าวัน ในกรณีที่บุตรมีภาวะการเจ็บป่วยที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคแทรกซ้อน มีความผิดปกติ หรือมีภาวะความพิการ ทั้งนี้ ให้ลูกจ้างแสดงใบรับรองแพทย์แผนปัจจุบันประกอบการลา ด้วย
น้องแว่นสรุปค่ะ
- ลาคลอดได้ไม่เกิน ๑๒๐ วัน (เพิ่มขึ้นตามฉบับ ๒๕๖๘)
- รวมวันลาตรวจครรภ์ก่อนคลอด และนับรวมวันหยุดในช่วงลา
- ลาต่อเพื่อเลี้ยงดูบุตรกรณีบุตรป่วย/พิการ ได้อีกไม่เกิน ๑๕ วัน (มีใบรับรองแพทย์)
สามี/คู่สมรสลาไปช่วยภรรยาคลอดได้ไหม?
สิทธิใหม่ล่าสุดที่หลายคนยังไม่รู้ — ฉบับ ๒๕๖๘ เพิ่ม “สิทธิลาช่วยเหลือคู่สมรสคลอดบุตร” เข้ามาเป็นมาตรา ๔๑/๑
คุณต้นเพิ่งมีลูก อยากลาไปช่วยภรรยาดูแลลูกอ่อนช่วงแรก แต่ไม่แน่ใจว่ากฎหมายให้สิทธิสามี/คู่สมรสด้วยไหม?
| เงื่อนไข | รายละเอียด |
|---|---|
| จำนวนวัน | ไม่เกิน ๑๕ วัน |
| ช่วงเวลาใช้สิทธิ | ภายใน ๙๐ วันนับแต่วันคลอด |
| ค่าจ้าง | ได้รับค่าจ้าง ไม่เกิน ๑๕ วัน (ม.๕๙/๒) |
มาตรา ๔๑/๑ ให้ลูกจ้างมีสิทธิลาเพื่อช่วยเหลือคู่สมรสซึ่งคลอดบุตรครรภ์หนึ่งได้ไม่เกินสิบห้าวัน โดยใช้สิทธิก่อนหรือในวันที่ลาภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่คลอดบุตร
น้องแว่นสรุปค่ะ
- เป็นสิทธิใหม่ตามฉบับ ๒๕๖๘ (มาตรา ๔๑/๑)
- ลาช่วยคู่สมรสคลอดได้ไม่เกิน ๑๕ วัน
- ต้องใช้สิทธิภายใน ๙๐ วันนับแต่วันคลอด
- เป็นวันลาที่ได้รับค่าจ้าง ไม่เกิน ๑๕ วัน (ม.๕๙/๒ — ดูข้อ 9)
ลาคลอด–เลี้ยงดูบุตร–ช่วยคู่สมรส แล้วได้ค่าจ้างแค่ไหน?
ลาได้กี่วัน กับ “ได้ค่าจ้างกี่วัน” เป็นคนละเรื่อง ฉบับ ๒๕๖๘ วางเรื่องค่าจ้างวันลาไว้ ๓ มาตราเชื่อมกัน
คุณนิดลาคลอดเต็มสิทธิ ๑๒๐ วัน แต่พอดูสลิปเงินเดือนกลับได้ค่าจ้างจากนายจ้างไม่ครบ ๑๒๐ วัน — ทำไมถึงเป็นแบบนั้น?
| ประเภทการลา | ค่าจ้างที่นายจ้างต้องจ่าย |
|---|---|
| ลาคลอด (ม.๔๑ วรรคหนึ่ง) | เท่าค่าจ้าง แต่ไม่เกิน ๖๐ วัน (ม.๕๙) |
| ลาเลี้ยงดูบุตรกรณีป่วย/พิการ | ร้อยละ ๕๐ ของค่าจ้าง ไม่เกิน ๑๕ วัน (ม.๕๙/๑) |
| ลาช่วยเหลือคู่สมรสคลอด | เท่าค่าจ้าง ไม่เกิน ๑๕ วัน (ม.๕๙/๒) |
(วันลาคลอดส่วนที่เกิน ๖๐ วัน มักได้รับสิทธิจากกองทุนประกันสังคม ซึ่งเป็นคนละกฎหมาย)
มาตรา ๕๙ ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงมีครรภ์ในวันลาเพื่อคลอดบุตรตามมาตรา ๔๑ วรรคหนึ่ง เท่ากับค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ไม่เกินหกสิบวันหรือตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา
มาตรา ๕๙/๑ ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างซึ่งใช้สิทธิลาตามมาตรา ๔๑ วรรคสี่ เท่ากับค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ลาในอัตราร้อยละห้าสิบของค่าจ้างสำหรับวันที่ลา
มาตรา ๕๙/๒ ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างซึ่งใช้สิทธิลาตามมาตรา ๔๑/๑ เท่ากับค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ลาแต่ไม่เกินสิบห้าวัน
น้องแว่นสรุปค่ะ
- ลาคลอด — นายจ้างจ่ายค่าจ้างไม่เกิน ๖๐ วัน (ม.๕๙)
- ลาเลี้ยงดูบุตรกรณีป่วย/พิการ ๑๕ วัน — ได้ค่าจ้างร้อยละ ๕๐ (ม.๕๙/๑)
- ลาช่วยคู่สมรสคลอด — ได้ค่าจ้างเต็มไม่เกิน ๑๕ วัน (ม.๕๙/๒)
- วันลาคลอดส่วนที่เกิน ๖๐ วัน มักได้รับสิทธิจากประกันสังคม (คนละกฎหมาย)
ข้อ 10 · ค่าล่วงเวลาและค่าชดเชย
ทำโอที + ถูกเลิกจ้าง ได้เงินเท่าไหร่?
สองเรื่องที่กระทบกระเป๋าตรง ๆ — ค่าล่วงเวลา (โอที) และค่าชดเชยเมื่อถูกเลิกจ้างโดยไม่ได้ทำผิดร้ายแรง
ลุงมานพทำงานบริษัทเดียวมา ๘ ปี อยู่ ๆ ถูกเลิกจ้างโดยไม่ได้ทำผิดอะไร และเดือนก่อนก็ทำโอทีไปหลายชั่วโมง — เขาควรได้เงินอะไรบ้าง?
| รายการ | อัตราขั้นต่ำ |
|---|---|
| ค่าล่วงเวลาในวันทำงาน (ม.๖๑) | ไม่น้อยกว่า ๑.๕ เท่าของค่าจ้างต่อชั่วโมง |
| อายุงาน | ค่าชดเชยขั้นต่ำ (ค่าจ้างอัตราสุดท้าย) |
|---|---|
| ครบ ๑๒๐ วัน แต่ไม่ครบ ๑ ปี | ๓๐ วัน |
| ครบ ๑ ปี แต่ไม่ครบ ๓ ปี | ๙๐ วัน |
| ครบ ๓ ปี แต่ไม่ครบ ๖ ปี | ๑๘๐ วัน |
| ครบ ๖ ปี แต่ไม่ครบ ๑๐ ปี | ๒๔๐ วัน |
| ครบ ๑๐ ปี แต่ไม่ครบ ๒๐ ปี | ๓๐๐ วัน |
| ครบ ๒๐ ปีขึ้นไป | ๔๐๐ วัน |
(อ้างอิงจากพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๑๘ — ใช้กรณีเลิกจ้างที่ลูกจ้างไม่ได้ทำผิดร้ายแรงตามมาตรา ๑๑๙)
มาตรา ๖๑ ในกรณีที่นายจ้างให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลาในวันทำงานให้นายจ้างจ่ายค่าล่วงเวลาให้แก่ลูกจ้างในอัตราไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าครึ่งของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานตามจำนวนชั่วโมงที่ทำ หรือไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าครึ่งของอัตราค่าจ้างต่อหน่วยในวันทำงานตามจำนวนผลงานที่ทำได้สำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย
มาตรา ๑๑๘ ให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างซึ่งเลิกจ้างดังต่อไปนี้ (๑) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบหนึ่งร้อยยี่สิบวัน แต่ไม่ครบหนึ่งปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสามสิบวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสามสิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย (๒) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบหนึ่งปี แต่ไม่ครบสามปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายเก้าสิบวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานเก้าสิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย (๓) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบสามปี แต่ไม่ครบหกปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายหนึ่งร้อยแปดสิบวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานหนึ่งร้อยแปดสิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย (๔) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบหกปี แต่ไม่ครบสิบปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสองร้อยสี่สิบวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสองร้อยสี่สิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย (๕) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบสิบปี แต่ไม่ครบยี่สิบปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสามร้อยวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสามร้อยวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย (๖) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบยี่สิบปีขึ้นไป ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสี่ร้อยวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสี่ร้อยวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย การเลิกจ้างตามมาตรานี้ หมายความว่า การกระทำใดที่นายจ้างไม่ให้ลูกจ้างทำงานต่อไปและไม่จ่ายค่าจ้างให้ ไม่ว่าจะเป็นเพราะเหตุสิ้นสุดสัญญาจ้างหรือเหตุอื่นใด และหมายความรวมถึงกรณีที่ลูกจ้างไม่ได้ทำงานและไม่ได้รับค่าจ้างเพราะเหตุที่นายจ้างไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไป ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับแก่ลูกจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอนและเลิกจ้างตามกำหนดระยะเวลานั้น การจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาตามวรรคสามจะกระทำได้สำหรับการจ้างงานในโครงการเฉพาะที่มิใช่งานปกติของธุรกิจหรือการค้าของนายจ้างซึ่งต้องมีระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดของงานที่แน่นอน หรือในงานอันมีลักษณะเป็นครั้งคราวที่มีกำหนดการสิ้นสุด หรือความสำเร็จของงาน หรือในงานที่เป็นไปตามฤดูกาลและได้จ้างในช่วงเวลาของฤดูกาลนั้น ซึ่งงานนั้นจะต้องแล้วเสร็จภายในเวลาไม่เกินสองปี โดยนายจ้างและลูกจ้างได้ทำสัญญาเป็นหนังสือไว้ตั้งแต่เมื่อเริ่มจ้าง
น้องแว่นสรุปค่ะ
- ค่าล่วงเวลาวันทำงาน ไม่น้อยกว่า ๑.๕ เท่าของค่าจ้างต่อชั่วโมง
- ค่าชดเชยเลิกจ้าง คิดตามอายุงาน ๖ ขั้น (๓๐–๔๐๐ วัน)
- ทำงาน ๒๐ ปีขึ้นไป ได้ค่าชดเชยสูงสุด ๔๐๐ วัน
- ใช้กรณีเลิกจ้างที่ลูกจ้างไม่ได้ทำผิดร้ายแรง (ม.๑๑๙)
สิทธิแรงงานทั้ง ๑๐ ข้อนี้มีหัวใจเดียวกัน — เป็นสิทธิ ขั้นต่ำตามกฎหมาย ที่นายจ้างตกลงให้ น้อยกว่านี้ไม่ได้ ค่ะ
- เวลาทำงาน วันละไม่เกิน ๘ ชั่วโมง และสัปดาห์ละไม่เกิน ๔๘ ชั่วโมง ดูข้อ 1
- วันหยุดประจำสัปดาห์ อย่างน้อย ๑ วัน/สัปดาห์ และห่างกันไม่เกิน ๖ วัน ดูข้อ 2
- วันหยุดตามประเพณี ปีหนึ่งไม่น้อยกว่า ๑๓ วัน รวมวันแรงงานแห่งชาติ ดูข้อ 3
- พักร้อน ทำงานครบ ๑ ปี ได้พักร้อนไม่น้อยกว่า ๖ วันทำงาน/ปี ดูข้อ 4
- ลาป่วย ลาได้เท่าที่ป่วยจริง — ลา ๓ วันขึ้นไปนายจ้างขอใบรับรองแพทย์ได้ ดูข้อ 5
- ลากิจจำเป็น ปีละไม่น้อยกว่า ๓ วันทำงาน และได้รับค่าจ้าง ดูข้อ 6
- ลาคลอด ไม่เกิน ๑๒๐ วัน (เพิ่มขึ้นตามฉบับ ๒๕๖๘) ดูข้อ 7
- ลาช่วยคู่สมรสคลอด ไม่เกิน ๑๕ วัน ภายใน ๙๐ วันนับแต่คลอด (สิทธิใหม่ ๒๕๖๘) ดูข้อ 8
- ค่าจ้างวันลา ลาคลอด ๖๐ วัน · เลี้ยงดูบุตร ๕๐% · ช่วยคู่สมรส ๑๕ วัน ดูข้อ 9
- โอที + ค่าชดเชย โอที ๑.๕ เท่า · ค่าชดเชยเลิกจ้าง ๓๐–๔๐๐ วันตามอายุงาน ดูข้อ 10
ถ้ากรณีของคุณซับซ้อน เช่น ถูกเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม หรือนายจ้างไม่จ่ายตามสิทธิ แนะนำให้ปรึกษาทนายหรือพนักงานตรวจแรงงานเพื่อดูรายละเอียดเฉพาะกรณีนะคะ
ถ้าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์ ให้ส่ง กาแฟและขนมปัง ให้เป็นกำลังใจ
กดให้กาแฟ หรือ ขนมปัง สัก 1 อย่างไหมคะ?