ขายของออนไลน์ ต้องเสียภาษีไหม? — เรื่องที่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ต้องรู้
คุณ F เปิดร้านขายเสื้อผ้าวินเทจบน App. Online มาสองปีแล้วค่ะ ยอดขายเดือนละ 20,000–35,000 บาท ทำเป็นรายได้เสริมนอกจากงานประจำ จนวันหนึ่งเพื่อนถามว่า "แกเคยยื่นภาษีจากร้านออนไลน์ไหม?" คุณ F ถึงกับนิ่งไป — ไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้เลย
เรื่องของคุณ F ไม่ใช่เรื่องแปลก พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์จำนวนมากยังไม่ทราบว่ารายได้จากร้านออนไลน์ถือเป็น เงินได้พึงประเมิน ตามกฎหมายภาษีเหมือนกันค่ะ วันนี้น้องแว่นจะพาไปเช็ก 5 เรื่องสำคัญที่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ทุกคนควรรู้กันเลยนะคะ
ชื่อในบทความนี้เป็นชื่อสมมติ ไม่มีตัวตนจริง เป็นเพียงการเล่าเรื่องทางวิชาการ ไม่ได้ตั้งใจจะพาดพิงบุคคลใดนะคะ
5 เรื่องที่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ต้องรู้เรื่องภาษี
ขายของออนไลน์ = มีเงินได้ที่ต้องเสียภาษีไหม?
คำตอบสั้นๆ คือ ใช่ค่ะ รายได้จากการขายของออนไลน์ถือเป็น เงินได้พึงประเมิน ตามประมวลรัษฎากรมาตรา ๔๐ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเภทที่ 8 ซึ่งครอบคลุม "เงินได้จากการธุรกิจ การพาณิชย์ การเกษตร การอุตสาหกรรม การขนส่ง หรือการอื่น" — ไม่ว่าจะขายผ่าน App. Online หรือแพลตฟอร์มออนไลน์ใดก็ตามค่ะ
แล้วถ้ามีทั้งงานประจำและร้านออนไลน์แบบคุณ F ล่ะ? ต้องรวมรายได้ทั้งสองส่วนมาคำนวณภาษีด้วยกันค่ะ — เงินเดือนจากงานประจำจัดเป็นประเภทที่ 1 ส่วนรายได้ร้านออนไลน์เป็นประเภทที่ 8 ทั้งสองประเภทรวมกันแล้วนำไปคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาค่ะ
| ประเภทรายได้ | มาตรา | ตัวอย่างร้านออนไลน์ |
|---|---|---|
| เงินได้จากการธุรกิจ / พาณิชย์ | ม.40(8) | ขายสินค้าออนไลน์ทุกประเภท |
| เงินได้จากการรับทำงานให้ | ม.40(2) | รับจ้างถ่ายภาพ / ทำกราฟิก |
| เงินได้จากวิชาชีพอิสระ | ม.40(6) | ให้บริการวิชาชีพออนไลน์ |
| เงินได้เพราะการเช่าทรัพย์สิน | ม.40(5) | ปล่อยเช่าสินทรัพย์ดิจิทัล |
มาตรา ๔๐ เงินได้พึงประเมินนั้น คือเงินได้ประเภทต่อไปนี้ (๑) เงินเดือน ค่าจ้าง โบนัส เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินค่าเช่าบ้าน บ้านที่นายจ้างให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า หรือประโยชน์เพิ่มอย่างอื่นซึ่งนายจ้างจ่ายหรือให้ใช้ หรือให้แก่ลูกจ้างของตนเนื่องจากการจ้างแรงงาน (๒) ค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า ค่าส่วนลด เงินอุดหนุน ในงานที่ทำ เบี้ยประชุม บำเหน็จ โบนัส เงิน หรือประโยชน์เพิ่มอย่างอื่นที่ได้ หรือได้ใช้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำ หรือจากการรับทำงานให้ ไม่ว่าหน้าที่หรือตำแหน่งงานหรืองานที่รับทำให้นั้น จะเป็นการประจำหรือชั่วคราว (๓) ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์ ค่าแห่งการโอนสิทธิเงินปีหรือเงินได้มีลักษณะเป็นเงินรายปีอันได้มาจากพินัยกรรม นิติกรรมอย่างอื่น หรือคำพิพากษาของศาล (๔) เงินได้ที่เป็น (ก) ดอกเบี้ยจากพันธบัตร หุ้นกู้ เงินกู้ยืม จำนำ จำนอง หรือเงินฝาก (ข) เงินปันผล เงินส่วนแบ่งของกำไร หรือประโยชน์ใดที่ได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล (ค) เงินโบนัสที่จ่ายแก่ผู้ถือหุ้น หรือผู้เป็นหุ้นส่วนในบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล (ง) เงินลดทุนของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเฉพาะส่วนที่จ่ายไม่เกินกว่ากำไรและเงินที่กันไว้รวมกัน (จ) เงินเพิ่มทุนของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งตั้งจากกำไรที่ได้มาหรือเงินที่กันไว้รวมกัน (ฉ) ผลประโยชน์ที่ได้จากการที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ควบเข้ากัน หรือรับช่วงกัน หรือเลิกกัน ซึ่งตีราคาเป็นเงินได้เกินกว่าเงินทุน (ช) ผลประโยชน์ที่ได้จากการโอนหุ้นหรือโอนการเป็นหุ้นส่วน ซึ่งตีราคาเป็นเงินได้เกินกว่าที่ลงทุน (๕) เงินหรือประโยชน์อย่างอื่นที่ได้เนื่องจาก (ก) การให้เช่าทรัพย์สิน (ข) การผิดสัญญาเช่าซื้อทรัพย์สิน (ค) การผิดสัญญาซื้อขายเงินผ่อน ซึ่งผู้ขายได้รับคืนทรัพย์สินที่ซื้อขายนั้นโดยไม่ต้องคืนเงินหรือประโยชน์ที่ได้รับไว้แล้ว ในกรณี (ข) และ (ค) ให้ถือว่า เงินหรือประโยชน์ที่ได้รับไว้แล้วแต่วันทำสัญญาจนถึงวันผิดสัญญาทั้งสิ้น เป็นเงินได้พึงประเมินของปีที่มีการผิดสัญญานั้น (๖) เงินได้จากวิชาชีพอิสระ คือวิชากฎหมาย การประกอบโรคศิลป วิศวกรรม สถาปัตยกรรม การบัญชี ประณีตศิลปกรรม หรือวิชาชีพอิสระอื่นซึ่งจะได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดชนิดไว้ (๗) เงินได้จากการรับเหมาที่ผู้รับเหมาต้องลงทุนด้วยการจัดหาสัมภาระในส่วนสำคัญนอกจากเครื่องมือ (๘) เงินได้จากการธุรกิจ การพาณิชย์ การเกษตร การอุตสาหกรรม การขนส่ง หรือการอื่นนอกจากที่ระบุไว้ใน (๑) ถึง (๗) แล้ว
น้องแว่นสรุปค่ะ
- รายได้ร้านออนไลน์ = เงินได้พึงประเมิน ไม่มีข้อยกเว้นค่ะ
- ม.40(8) ครอบคลุมการค้าขายออนไลน์ทุกแพลตฟอร์มค่ะ
- ถ้ามีงานประจำด้วย ต้องรวมรายได้ทั้งสองแหล่งคำนวณภาษีค่ะ
- หน้าที่เสียภาษีเกิดทันทีที่มีรายได้ — ไม่ใช่เฉพาะตอนมีกำไรค่ะ
ต้องยื่นภาษีเมื่อไหร่? ใครบ้างที่ต้องยื่น?
ต่อจาก ข้อ 1 ค่ะ — เมื่อรู้แล้วว่ารายได้ออนไลน์คือเงินได้พึงประเมิน ต่อมาต้องรู้ว่า เมื่อไหร่ที่มีหน้าที่ยื่นแบบ ตามมาตรา ๕๖ กฎหมายกำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำไว้ค่ะ
สำหรับคุณ F ที่ไม่มีคู่สมรสและมีทั้งรายได้จากงานประจำ (ม.40(1)) และร้านออนไลน์ (ม.40(8)) ซึ่งเป็นรายได้ หลายประเภท เกณฑ์ที่ต้องดูคือ เงินได้พึงประเมินรวมเกิน 13,000 บาทต่อปี ก็ต้องยื่นแบบแล้วค่ะ
| สถานะ | ประเภทรายได้ | เกณฑ์ต้องยื่น (บาท/ปี) |
|---|---|---|
| โสด / ไม่มีคู่สมรส | หลายประเภท (เช่น ม.40(1)+(8)) | เกิน 13,000 |
| โสด / ไม่มีคู่สมรส | ม.40(1) ประเภทเดียว | เกิน 18,600 |
| มีคู่สมรส | หลายประเภท | เกิน 26,000 |
| มีคู่สมรส | ม.40(1) ประเภทเดียว | เกิน 37,200 |
มาตรา ๕๖ ให้บุคคลทุกคนเว้นผู้เยาว์หรือผู้ที่ศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถยื่นรายการเกี่ยวกับเงินได้พึงประเมินที่ตนได้รับในระหว่างปีภาษีที่ล่วงมาแล้ว พร้อมทั้งข้อความอื่น ๆ ภายในเดือนมีนาคมทุก ๆ ปี ตามแบบที่อธิบดีกำหนดต่อเจ้าพนักงานซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้ง ถ้าบุคคลนั้น (๑) ไม่มีสามีหรือภริยา และมีเงินได้พึงประเมินในปีภาษีที่ล่วงมาแล้วเกิน ๑๓,๐๐๐ บาท (๒) ไม่มีสามีหรือภริยาและมีเงินได้พึงประเมินในปีภาษีที่ล่วงมาแล้ว เฉพาะตามมาตรา ๔๐ (๑) ประเภทเดียวกัน ๑๘,๖๐๐ บาท (๓) มีสามีหรือภริยาและมีเงินได้พึงประเมินในปีภาษีที่ล่วงมาแล้วเกิน ๒๖,๐๐๐ บาท (๔) มีสามีหรือภริยาและมีเงินได้พึงประเมินในปีภาษีที่ล่วงมาแล้วเฉพาะตามมาตรา ๔๐ (๑) ประเภทเดียวเกิน ๓๗,๒๐๐ บาท ในกรณีห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคลมีเงินได้พึงประเมินในปีภาษีที่ล่วงมาแล้วเกินจำนวนตาม (๑) ให้ผู้อำนวยการหรือผู้จัดการยื่นรายการเกี่ยวกับเงินได้พึงประเมินในชื่อของห้างหุ้นส่วนหรือคณะบุคคลนั้นที่ได้รับในระหว่างปีภาษีที่ล่วงมาแล้วภายในกำหนดเวลาและตามแบบเช่นเดียวกับวรรคก่อน การเสียภาษีในกรณีเช่นนี้ให้ผู้อำนวยการ หรือผู้จัดการรับผิดเสียภาษีในชื่อของห้างหุ้นส่วนหรือคณะบุคคลนั้นจากยอดเงินได้พึงประเมินทั้งสิ้นเสมือนเป็นบุคคลธรรมดาคนเดียวไม่มีการแบ่งแยก ทั้งนี้ ผู้เป็นหุ้นส่วนหรือบุคคลในคณะบุคคลแต่ละคนไม่จำต้องยื่นรายการเงินได้สำหรับจำนวนเงินได้พึงประเมินดังกล่าวเพื่อเสียภาษีอีก แต่ถ้าห้างหุ้นส่วนหรือคณะบุคคลนั้นมีภาษีค้างชำระ ให้ผู้เป็นหุ้นส่วนหรือบุคคลในคณะบุคคลทุกคนร่วมรับผิดในเงินภาษีที่ค้างชำระนั้นด้วย
น้องแว่นสรุปค่ะ
- ยื่นภายในมีนาคมทุกปี (e-Filing ยืดได้ถึงปลายเมษาค่ะ)
- มีรายได้หลายประเภทรวมเกิน 13,000 บาท/ปี — ต้องยื่นแล้วค่ะ
- ม.56 บังคับทุกคน ยกเว้นผู้เยาว์และผู้ไร้ความสามารถค่ะ
- ยื่นแม้ไม่ถึงเกณฑ์ชำระภาษี ก็ยังต้องยื่นแบบนะคะ
เช็กอัตราภาษีและเกณฑ์ VAT ต่อกันเลยค่ะ ☕
คิดภาษีเท่าไหร่? — อัตราขั้นบันได
ต่อจาก ข้อ 2 — รู้แล้วว่าต้องยื่น ทีนี้มาดูว่า จะเสียภาษีเท่าไหร่ กันค่ะ ประมวลรัษฎากรมาตรา ๔๘ กำหนดให้คำนวณจาก เงินได้สุทธิ (คือเงินได้พึงประเมิน หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้ว) ในอัตราขั้นบันไดค่ะ
| เงินได้สุทธิ (บาท) | อัตราภาษี | ภาษีสูงสุดของขั้น |
|---|---|---|
| 0 – 150,000 | ยกเว้น (0%) | — |
| 150,001 – 300,000 | 5% | 7,500 บาท |
| 300,001 – 500,000 | 10% | 20,000 บาท |
| 500,001 – 750,000 | 15% | 37,500 บาท |
| 750,001 – 1,000,000 | 20% | 50,000 บาท |
| 1,000,001 – 2,000,000 | 25% | 250,000 บาท |
| 2,000,001 – 5,000,000 | 30% | 900,000 บาท |
| 5,000,001 ขึ้นไป | 35% | — |
นอกจากนี้ มาตรา ๔๘(๒) ยังกำหนด ภาษีขั้นต่ำ เพิ่มเติมด้วยค่ะ คือถ้ามีเงินได้พึงประเมินตั้งแต่ 10,000 บาทขึ้นไป จะต้องเสียภาษีไม่น้อยกว่า 0.5% ของยอดเงินได้พึงประเมิน (ก่อนหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน) ด้วยค่ะ
มาตรา ๔๘ เงินได้พึงประเมินต้องเสียภาษีเงินได้ดังต่อไปนี้ (๑) เงินได้พึงประเมินเมื่อได้หักตามมาตรา ๔๒ ทวิ ถึงมาตรา ๔๗ แล้ว เหลือเท่าใดเป็นเงินได้สุทธิ ต้องเสียภาษีในอัตราตามที่กำหนดในบัญชีอัตราภาษีเงินได้ท้ายหมวดนี้ (๒) สำหรับผู้มีเงินได้พึงประเมินตั้งแต่ ๑๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป การคำนวณภาษีตาม (๑) ให้เสียไม่น้อยกว่าร้อยละ ๐.๕ ของยอดเงินได้พึงประเมิน ถ้าภาษีเงินได้ที่เจ้าพนักงานประเมินได้ประเมินแล้ว มีจำนวนต่ำกว่า ๕ บาท เป็นอันไม่ต้องเรียกเก็บ
น้องแว่นสรุปค่ะ
- อัตราขั้นบันได 0–35% คิดจาก "เงินได้สุทธิ" หลังหักค่าใช้จ่ายและลดหย่อนค่ะ
- ส่วนแรก 150,000 บาท ยกเว้นภาษีค่ะ — ทุกคนได้สิทธินี้เท่ากัน
- ภาษีขั้นต่ำ 0.5% ของเงินได้พึงประเมิน ถ้ามีรายได้ตั้งแต่ 10,000 บาทขึ้นไปค่ะ
- รายได้ร้านออนไลน์ (ม.40(8)) หักค่าใช้จ่ายได้ 60% ก่อนคำนวณค่ะ
ขายเกิน 1.8 ล้านบาท/ปี ต้องจด VAT ไหม?
นอกจากภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่พูดถึงใน ข้อ 3 แล้ว ยังมีเรื่อง ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ที่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ควรรู้ไว้ด้วยค่ะ
สำหรับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ส่วนใหญ่ที่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น รายได้มักยังไม่ถึงเกณฑ์ 1.8 ล้านบาทต่อปี จึงยังไม่มีหน้าที่จด VAT ค่ะ แต่ถ้ากิจการเติบโตและรายได้ใกล้ถึงเกณฑ์ ต้องเตรียมตัวจดทะเบียนล่วงหน้าค่ะ
| รายได้ต่อปี | สถานะ VAT | ข้อสังเกต |
|---|---|---|
| ต่ำกว่า 1.8 ล้านบาท | ยังไม่ต้องจด | แต่ต้องเสียภาษีเงินได้อยู่นะคะ |
| ตั้งแต่ 1.8 ล้านบาทขึ้นไป | ต้องจด VAT | จดภายใน 30 วันนับแต่ถึงเกณฑ์ |
| สมัครใจจด (ต่ำกว่า 1.8 ล้าน) | ทำได้ | มีประโยชน์ถ้าลูกค้าต้องการใบกำกับภาษี |
ข้อมูลข้างต้นเป็นภาพรวมทั่วไปค่ะ เนื่องจากมีข้อยกเว้นและรายละเอียดเฉพาะกรณีอยู่หลายประการ ขอแนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมกับ กรมสรรพากร โดยตรง หรือปรึกษานักบัญชีก่อนตัดสินใจค่ะ
น้องแว่นสรุปค่ะ
- เกณฑ์ VAT = 1.8 ล้านบาท/ปี ต่ำกว่านี้ยังไม่ต้องจดค่ะ
- ถึงเกณฑ์แล้วต้องจดภายใน 30 วัน — อย่าปล่อยทิ้งไว้นะคะ
- ภาษีเงินได้และ VAT เป็นคนละเรื่องกัน — ต้องเสียทั้งสองถ้าถึงเกณฑ์ค่ะ
- รายละเอียด VAT มีความซับซ้อน ควรปรึกษากรมสรรพากรหรือนักบัญชีค่ะ
ไม่ยื่น/ยื่นไม่ครบ เสี่ยงอะไร? + ยื่นยังไง?
รู้เรื่องภาษีครบแล้ว มาดูว่าถ้า ไม่ยื่นหรือยื่นไม่ครบ จะมีผลอย่างไรบ้างค่ะ ต่อจาก ข้อ 2 เรื่องหน้าที่ยื่นแบบ
| กรณี | ผลทางกฎหมาย |
|---|---|
| ไม่ยื่นแบบเลย | ถูกประเมินภาษีย้อนหลัง + เบี้ยปรับ 100% + เงินเพิ่ม 1.5%/เดือน |
| ยื่นช้ากว่ากำหนด | เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน นับแต่วันพ้นกำหนด + เบี้ยปรับ (ถ้ามี) |
| แจ้งรายได้ต่ำกว่าความจริง | เบี้ยปรับ 100% + เงินเพิ่ม + อาจมีโทษอาญา |
| ยื่นแบบถูกต้องครบถ้วน | ไม่มีเบี้ยปรับ / เงินเพิ่มค่ะ |
วิธียื่นภาษีที่ง่ายที่สุดสำหรับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ในปัจจุบัน คือการใช้ระบบ e-Filing ของกรมสรรพากรที่ efiling.rd.go.th ซึ่งเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงค่ะ สามารถยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 (กรณีมีรายได้หลายประเภท) หรือ ภ.ง.ด.91 (กรณีรายได้จากงานประจำประเภทเดียว) ได้เลยค่ะ
สำหรับคุณ F ที่มีทั้งงานประจำและร้านออนไลน์ ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 เพราะมีรายได้หลายประเภทค่ะ — อย่าลืมเก็บบันทึกรายรับ-รายจ่ายของร้านออนไลน์ตลอดปีด้วยนะคะ จะช่วยให้ยื่นภาษีได้ถูกต้องและอาจลดภาษีได้ผ่านการหักค่าใช้จ่ายค่ะ
น้องแว่นสรุปค่ะ
- ไม่ยื่นภาษี = เบี้ยปรับ 100% + เงินเพิ่ม เสี่ยงสูงมากค่ะ
- ยื่นผ่าน e-Filing ที่ efiling.rd.go.th — ง่าย รวดเร็ว 24 ชม.ค่ะ
- ร้านออนไลน์ + งานประจำ = ยื่น ภ.ง.ด.90 ค่ะ
- เก็บสลิปและบิลไว้ตลอดปี — ใช้หักค่าใช้จ่ายลดภาษีได้ค่ะ
ขายของออนไลน์ยุคนี้ — รายได้ทุกบาท มีหน้าที่ตามกฎหมายภาษี รู้ก่อน เตรียมพร้อมก่อน ดีกว่าแก้ปัญหาทีหลังค่ะ
- รายได้ออนไลน์ ทุกแพลตฟอร์ม = เงินได้พึงประเมิน ม.40(8) ต้องนำมาคำนวณภาษีค่ะ ดูข้อ 1
- หน้าที่ยื่น รายได้รวมเกิน 13,000 บาท/ปี (โสด หลายประเภท) ต้องยื่นภายในมีนาคมค่ะ ดูข้อ 2
- อัตราขั้นบันได คำนวณจากเงินได้สุทธิ 0–35% — ม.40(8) หักค่าใช้จ่ายได้ 60% ก่อนค่ะ ดูข้อ 3
- VAT 1.8 ล้าน รายได้ถึง 1.8 ล้านบาท/ปี ต้องจด VAT — แยกจากภาษีเงินได้ค่ะ ดูข้อ 4
- บทลงโทษ ไม่ยื่น = เบี้ยปรับ 100% + เงินเพิ่ม 1.5%/เดือน ยื่นออนไลน์ผ่าน e-Filing ค่ะ ดูข้อ 5
ถ้าคุณเพิ่งรู้ว่ามีหน้าที่เสียภาษีจากร้านออนไลน์ ไม่ต้องตกใจค่ะ — เริ่มต้นจัดระเบียบบัญชีรายรับ-รายจ่ายตั้งแต่วันนี้ และยื่นแบบให้ถูกต้องในปีนี้ได้เลยค่ะ กรมสรรพากรมีระบบ e-Filing ที่ใช้งานง่าย และหากมีข้อสงสัยสามารถโทรสอบถาม RD Intelligence Center ได้ที่ 1161 ค่ะ
💛 หมายเหตุจาก Kelomn: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลความรู้ทั่วไปด้านกฎหมายภาษีอากร อ้างอิงจากประมวลรัษฎากรและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจมีการแก้ไขเพิ่มเติมในอนาคต ข้อมูลในบทความนี้ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายหรือทางบัญชี และไม่สามารถใช้แทนการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญได้ หากมีประเด็นทางกฎหมายที่ต้องการความชัดเจน สามารถค้นหาตัวบทกฎหมายฉบับเป็นทางการเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS) — Kelomn · AI Legal Research Project · Business Law for the Business Life
น้องแว่นสรุปให้ค่ะ — ใจความสำคัญ
- ขายของออนไลน์ = มีเงินได้ที่ต้องเสียภาษีไหม?
- ต้องยื่นภาษีเมื่อไหร่? ใครบ้างที่ต้องยื่น?
- คิดภาษีเท่าไหร่? — อัตราขั้นบันได
- ขายเกิน 1.8 ล้านบาท/ปี ต้องจด VAT ไหม?
รับอัปเดตกฎหมายธุรกิจจาก Kelomn
ติดตามบทความใหม่ เครื่องมือ KKB และสรุปประเด็นกฎหมายธุรกิจที่ควรรู้จากหน้านี้ได้ต่อใน KKB Fans
อ่านต่อในหัวข้อกฎหมายภาษี
💛 หมายเหตุจาก Kelomn: เรารวบรวมข้อมูลนี้เพื่อเป็นแนวทางเบื้องต้น สำหรับการตัดสินใจที่สำคัญหรือกรณีเฉพาะ เราแนะนำให้ปรึกษาทนายความผู้เชี่ยวชาญด้านแรงงานเพิ่มเติมเพื่อความรัดกุมสูงสุดค่ะ ตัวบทกฎหมายทางการสามารถดูได้ที่ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)
ถ้าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์ ให้ส่ง กาแฟและขนมปัง ให้เป็นกำลังใจ
กดให้กาแฟ หรือ ขนมปัง สัก 1 อย่างไหมคะ?