Kelomn.com
Business Law for the Business Life

แชร์บทความนี้

แชท ฟีด เครือข่ายงาน โพสต์สั้น
น้องแว่นถือเอกสารและกาแฟในห้องสมุดกฎหมาย

ขายของออนไลน์ ต้องเสียภาษีไหม? — เรื่องที่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ต้องรู้

คุณ F เปิดร้านขายเสื้อผ้าวินเทจบน App. Online มาสองปีแล้วค่ะ ยอดขายเดือนละ 20,000–35,000 บาท ทำเป็นรายได้เสริมนอกจากงานประจำ จนวันหนึ่งเพื่อนถามว่า "แกเคยยื่นภาษีจากร้านออนไลน์ไหม?" คุณ F ถึงกับนิ่งไป — ไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้เลย

เรื่องของคุณ F ไม่ใช่เรื่องแปลก พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์จำนวนมากยังไม่ทราบว่ารายได้จากร้านออนไลน์ถือเป็น เงินได้พึงประเมิน ตามกฎหมายภาษีเหมือนกันค่ะ วันนี้น้องแว่นจะพาไปเช็ก 5 เรื่องสำคัญที่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ทุกคนควรรู้กันเลยนะคะ

ชื่อในบทความนี้เป็นชื่อสมมติ ไม่มีตัวตนจริง เป็นเพียงการเล่าเรื่องทางวิชาการ ไม่ได้ตั้งใจจะพาดพิงบุคคลใดนะคะ

5 เรื่องที่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ต้องรู้เรื่องภาษี

1

ขายของออนไลน์ = มีเงินได้ที่ต้องเสียภาษีไหม?

คำตอบสั้นๆ คือ ใช่ค่ะ รายได้จากการขายของออนไลน์ถือเป็น เงินได้พึงประเมิน ตามประมวลรัษฎากรมาตรา ๔๐ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเภทที่ 8 ซึ่งครอบคลุม "เงินได้จากการธุรกิจ การพาณิชย์ การเกษตร การอุตสาหกรรม การขนส่ง หรือการอื่น" — ไม่ว่าจะขายผ่าน App. Online หรือแพลตฟอร์มออนไลน์ใดก็ตามค่ะ

หลักกฎหมาย: รายได้จากการค้าขายออนไลน์ไม่ว่าจะผ่านแพลตฟอร์มใด ล้วนจัดเป็นเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 8 ตามมาตรา ๔๐(๘) ซึ่งต้องนำมารวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีค่ะ

แล้วถ้ามีทั้งงานประจำและร้านออนไลน์แบบคุณ F ล่ะ? ต้องรวมรายได้ทั้งสองส่วนมาคำนวณภาษีด้วยกันค่ะ — เงินเดือนจากงานประจำจัดเป็นประเภทที่ 1 ส่วนรายได้ร้านออนไลน์เป็นประเภทที่ 8 ทั้งสองประเภทรวมกันแล้วนำไปคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาค่ะ

ประเภทรายได้ มาตรา ตัวอย่างร้านออนไลน์
เงินได้จากการธุรกิจ / พาณิชย์ ม.40(8) ขายสินค้าออนไลน์ทุกประเภท
เงินได้จากการรับทำงานให้ ม.40(2) รับจ้างถ่ายภาพ / ทำกราฟิก
เงินได้จากวิชาชีพอิสระ ม.40(6) ให้บริการวิชาชีพออนไลน์
เงินได้เพราะการเช่าทรัพย์สิน ม.40(5) ปล่อยเช่าสินทรัพย์ดิจิทัล
ประมวลรัษฎากร บัญญัติไว้ว่า
มาตรา ๔๐ เงินได้พึงประเมินนั้น คือเงินได้ประเภทต่อไปนี้ (๑) เงินเดือน ค่าจ้าง โบนัส เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินค่าเช่าบ้าน
บ้านที่นายจ้างให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า หรือประโยชน์เพิ่มอย่างอื่นซึ่งนายจ้างจ่ายหรือให้ใช้ หรือให้แก่ลูกจ้างของตนเนื่องจากการจ้างแรงงาน (๒) ค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า ค่าส่วนลด เงินอุดหนุน ในงานที่ทำ เบี้ยประชุม บำเหน็จ โบนัส เงิน หรือประโยชน์เพิ่มอย่างอื่นที่ได้
หรือได้ใช้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำ หรือจากการรับทำงานให้ ไม่ว่าหน้าที่หรือตำแหน่งงานหรืองานที่รับทำให้นั้น จะเป็นการประจำหรือชั่วคราว (๓) ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์ ค่าแห่งการโอนสิทธิเงินปีหรือเงินได้มีลักษณะเป็นเงินรายปีอันได้มาจากพินัยกรรม นิติกรรมอย่างอื่น หรือคำพิพากษาของศาล
(๔) เงินได้ที่เป็น (ก) ดอกเบี้ยจากพันธบัตร หุ้นกู้ เงินกู้ยืม จำนำ จำนอง หรือเงินฝาก (ข) เงินปันผล เงินส่วนแบ่งของกำไร หรือประโยชน์ใดที่ได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล (ค) เงินโบนัสที่จ่ายแก่ผู้ถือหุ้น หรือผู้เป็นหุ้นส่วนในบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล (ง)
เงินลดทุนของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเฉพาะส่วนที่จ่ายไม่เกินกว่ากำไรและเงินที่กันไว้รวมกัน (จ) เงินเพิ่มทุนของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งตั้งจากกำไรที่ได้มาหรือเงินที่กันไว้รวมกัน (ฉ) ผลประโยชน์ที่ได้จากการที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ควบเข้ากัน หรือรับช่วงกัน หรือเลิกกัน
ซึ่งตีราคาเป็นเงินได้เกินกว่าเงินทุน (ช) ผลประโยชน์ที่ได้จากการโอนหุ้นหรือโอนการเป็นหุ้นส่วน ซึ่งตีราคาเป็นเงินได้เกินกว่าที่ลงทุน (๕) เงินหรือประโยชน์อย่างอื่นที่ได้เนื่องจาก (ก) การให้เช่าทรัพย์สิน (ข) การผิดสัญญาเช่าซื้อทรัพย์สิน (ค) การผิดสัญญาซื้อขายเงินผ่อน
ซึ่งผู้ขายได้รับคืนทรัพย์สินที่ซื้อขายนั้นโดยไม่ต้องคืนเงินหรือประโยชน์ที่ได้รับไว้แล้ว ในกรณี (ข) และ (ค) ให้ถือว่า เงินหรือประโยชน์ที่ได้รับไว้แล้วแต่วันทำสัญญาจนถึงวันผิดสัญญาทั้งสิ้น เป็นเงินได้พึงประเมินของปีที่มีการผิดสัญญานั้น (๖) เงินได้จากวิชาชีพอิสระ คือวิชากฎหมาย การประกอบโรคศิลป
วิศวกรรม สถาปัตยกรรม การบัญชี ประณีตศิลปกรรม หรือวิชาชีพอิสระอื่นซึ่งจะได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดชนิดไว้ (๗) เงินได้จากการรับเหมาที่ผู้รับเหมาต้องลงทุนด้วยการจัดหาสัมภาระในส่วนสำคัญนอกจากเครื่องมือ (๘) เงินได้จากการธุรกิจ การพาณิชย์ การเกษตร การอุตสาหกรรม การขนส่ง หรือการอื่นนอกจากที่ระบุไว้ใน (๑) ถึง
(๗) แล้ว
ที่มา: ประมวลรัษฎากร มาตรา ๔๐
น้องแว่น

น้องแว่นสรุปค่ะ

  1. รายได้ร้านออนไลน์ = เงินได้พึงประเมิน ไม่มีข้อยกเว้นค่ะ
  2. ม.40(8) ครอบคลุมการค้าขายออนไลน์ทุกแพลตฟอร์มค่ะ
  3. ถ้ามีงานประจำด้วย ต้องรวมรายได้ทั้งสองแหล่งคำนวณภาษีค่ะ
  4. หน้าที่เสียภาษีเกิดทันทีที่มีรายได้ — ไม่ใช่เฉพาะตอนมีกำไรค่ะ
2

ต้องยื่นภาษีเมื่อไหร่? ใครบ้างที่ต้องยื่น?

ต่อจาก ข้อ 1 ค่ะ — เมื่อรู้แล้วว่ารายได้ออนไลน์คือเงินได้พึงประเมิน ต่อมาต้องรู้ว่า เมื่อไหร่ที่มีหน้าที่ยื่นแบบ ตามมาตรา ๕๖ กฎหมายกำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำไว้ค่ะ

กำหนดยื่น: ภายใน เดือนมีนาคม ของทุกปี (สำหรับรายได้ปีก่อนหน้า) — ปัจจุบันกรมสรรพากรขยายเวลาให้ยื่นออนไลน์ผ่าน e-Filing ได้ถึงปลายเดือนเมษายนค่ะ

สำหรับคุณ F ที่ไม่มีคู่สมรสและมีทั้งรายได้จากงานประจำ (ม.40(1)) และร้านออนไลน์ (ม.40(8)) ซึ่งเป็นรายได้ หลายประเภท เกณฑ์ที่ต้องดูคือ เงินได้พึงประเมินรวมเกิน 13,000 บาทต่อปี ก็ต้องยื่นแบบแล้วค่ะ

สถานะ ประเภทรายได้ เกณฑ์ต้องยื่น (บาท/ปี)
โสด / ไม่มีคู่สมรส หลายประเภท (เช่น ม.40(1)+(8)) เกิน 13,000
โสด / ไม่มีคู่สมรส ม.40(1) ประเภทเดียว เกิน 18,600
มีคู่สมรส หลายประเภท เกิน 26,000
มีคู่สมรส ม.40(1) ประเภทเดียว เกิน 37,200
ประมวลรัษฎากร บัญญัติไว้ว่า
มาตรา ๕๖
ให้บุคคลทุกคนเว้นผู้เยาว์หรือผู้ที่ศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถยื่นรายการเกี่ยวกับเงินได้พึงประเมินที่ตนได้รับในระหว่างปีภาษีที่ล่วงมาแล้ว พร้อมทั้งข้อความอื่น ๆ ภายในเดือนมีนาคมทุก ๆ ปี ตามแบบที่อธิบดีกำหนดต่อเจ้าพนักงานซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้ง ถ้าบุคคลนั้น (๑)
ไม่มีสามีหรือภริยา และมีเงินได้พึงประเมินในปีภาษีที่ล่วงมาแล้วเกิน ๑๓,๐๐๐ บาท (๒) ไม่มีสามีหรือภริยาและมีเงินได้พึงประเมินในปีภาษีที่ล่วงมาแล้ว เฉพาะตามมาตรา ๔๐ (๑) ประเภทเดียวกัน ๑๘,๖๐๐ บาท (๓) มีสามีหรือภริยาและมีเงินได้พึงประเมินในปีภาษีที่ล่วงมาแล้วเกิน ๒๖,๐๐๐ บาท (๔)
มีสามีหรือภริยาและมีเงินได้พึงประเมินในปีภาษีที่ล่วงมาแล้วเฉพาะตามมาตรา ๔๐ (๑) ประเภทเดียวเกิน ๓๗,๒๐๐ บาท ในกรณีห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคลมีเงินได้พึงประเมินในปีภาษีที่ล่วงมาแล้วเกินจำนวนตาม (๑)
ให้ผู้อำนวยการหรือผู้จัดการยื่นรายการเกี่ยวกับเงินได้พึงประเมินในชื่อของห้างหุ้นส่วนหรือคณะบุคคลนั้นที่ได้รับในระหว่างปีภาษีที่ล่วงมาแล้วภายในกำหนดเวลาและตามแบบเช่นเดียวกับวรรคก่อน การเสียภาษีในกรณีเช่นนี้ให้ผู้อำนวยการ
หรือผู้จัดการรับผิดเสียภาษีในชื่อของห้างหุ้นส่วนหรือคณะบุคคลนั้นจากยอดเงินได้พึงประเมินทั้งสิ้นเสมือนเป็นบุคคลธรรมดาคนเดียวไม่มีการแบ่งแยก ทั้งนี้ ผู้เป็นหุ้นส่วนหรือบุคคลในคณะบุคคลแต่ละคนไม่จำต้องยื่นรายการเงินได้สำหรับจำนวนเงินได้พึงประเมินดังกล่าวเพื่อเสียภาษีอีก
แต่ถ้าห้างหุ้นส่วนหรือคณะบุคคลนั้นมีภาษีค้างชำระ ให้ผู้เป็นหุ้นส่วนหรือบุคคลในคณะบุคคลทุกคนร่วมรับผิดในเงินภาษีที่ค้างชำระนั้นด้วย
ที่มา: ประมวลรัษฎากร มาตรา ๕๖
น้องแว่น

น้องแว่นสรุปค่ะ

  1. ยื่นภายในมีนาคมทุกปี (e-Filing ยืดได้ถึงปลายเมษาค่ะ)
  2. มีรายได้หลายประเภทรวมเกิน 13,000 บาท/ปี — ต้องยื่นแล้วค่ะ
  3. ม.56 บังคับทุกคน ยกเว้นผู้เยาว์และผู้ไร้ความสามารถค่ะ
  4. ยื่นแม้ไม่ถึงเกณฑ์ชำระภาษี ก็ยังต้องยื่นแบบนะคะ
บรรยากาศร้านกาแฟอบอุ่น

เช็กอัตราภาษีและเกณฑ์ VAT ต่อกันเลยค่ะ ☕

3

คิดภาษีเท่าไหร่? — อัตราขั้นบันได

ต่อจาก ข้อ 2 — รู้แล้วว่าต้องยื่น ทีนี้มาดูว่า จะเสียภาษีเท่าไหร่ กันค่ะ ประมวลรัษฎากรมาตรา ๔๘ กำหนดให้คำนวณจาก เงินได้สุทธิ (คือเงินได้พึงประเมิน หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้ว) ในอัตราขั้นบันไดค่ะ

หลักสำคัญ: เสียภาษีเฉพาะ ส่วนที่เกินขั้น ไม่ใช่คิดทั้งก้อนในอัตราสูงสุดค่ะ — แบบเดียวกับขั้นบันไดจริงๆ
เงินได้สุทธิ (บาท) อัตราภาษี ภาษีสูงสุดของขั้น
0 – 150,000 ยกเว้น (0%)
150,001 – 300,000 5% 7,500 บาท
300,001 – 500,000 10% 20,000 บาท
500,001 – 750,000 15% 37,500 บาท
750,001 – 1,000,000 20% 50,000 บาท
1,000,001 – 2,000,000 25% 250,000 บาท
2,000,001 – 5,000,000 30% 900,000 บาท
5,000,001 ขึ้นไป 35%

นอกจากนี้ มาตรา ๔๘(๒) ยังกำหนด ภาษีขั้นต่ำ เพิ่มเติมด้วยค่ะ คือถ้ามีเงินได้พึงประเมินตั้งแต่ 10,000 บาทขึ้นไป จะต้องเสียภาษีไม่น้อยกว่า 0.5% ของยอดเงินได้พึงประเมิน (ก่อนหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน) ด้วยค่ะ

ประมวลรัษฎากร บัญญัติไว้ว่า
มาตรา ๔๘ เงินได้พึงประเมินต้องเสียภาษีเงินได้ดังต่อไปนี้ (๑) เงินได้พึงประเมินเมื่อได้หักตามมาตรา ๔๒ ทวิ ถึงมาตรา ๔๗ แล้ว
เหลือเท่าใดเป็นเงินได้สุทธิ ต้องเสียภาษีในอัตราตามที่กำหนดในบัญชีอัตราภาษีเงินได้ท้ายหมวดนี้ (๒) สำหรับผู้มีเงินได้พึงประเมินตั้งแต่ ๑๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป การคำนวณภาษีตาม (๑) ให้เสียไม่น้อยกว่าร้อยละ ๐.๕ ของยอดเงินได้พึงประเมิน ถ้าภาษีเงินได้ที่เจ้าพนักงานประเมินได้ประเมินแล้ว มีจำนวนต่ำกว่า ๕ บาท
เป็นอันไม่ต้องเรียกเก็บ
ที่มา: ประมวลรัษฎากร มาตรา ๔๘
น้องแว่น

น้องแว่นสรุปค่ะ

  1. อัตราขั้นบันได 0–35% คิดจาก "เงินได้สุทธิ" หลังหักค่าใช้จ่ายและลดหย่อนค่ะ
  2. ส่วนแรก 150,000 บาท ยกเว้นภาษีค่ะ — ทุกคนได้สิทธินี้เท่ากัน
  3. ภาษีขั้นต่ำ 0.5% ของเงินได้พึงประเมิน ถ้ามีรายได้ตั้งแต่ 10,000 บาทขึ้นไปค่ะ
  4. รายได้ร้านออนไลน์ (ม.40(8)) หักค่าใช้จ่ายได้ 60% ก่อนคำนวณค่ะ
4

ขายเกิน 1.8 ล้านบาท/ปี ต้องจด VAT ไหม?

นอกจากภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่พูดถึงใน ข้อ 3 แล้ว ยังมีเรื่อง ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ที่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ควรรู้ไว้ด้วยค่ะ

เกณฑ์ VAT: เมื่อรายได้จากการขายสินค้าหรือให้บริการถึง 1,800,000 บาทต่อปี ผู้ประกอบการมีหน้าที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มกับกรมสรรพากรค่ะ

สำหรับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ส่วนใหญ่ที่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น รายได้มักยังไม่ถึงเกณฑ์ 1.8 ล้านบาทต่อปี จึงยังไม่มีหน้าที่จด VAT ค่ะ แต่ถ้ากิจการเติบโตและรายได้ใกล้ถึงเกณฑ์ ต้องเตรียมตัวจดทะเบียนล่วงหน้าค่ะ

รายได้ต่อปี สถานะ VAT ข้อสังเกต
ต่ำกว่า 1.8 ล้านบาท ยังไม่ต้องจด แต่ต้องเสียภาษีเงินได้อยู่นะคะ
ตั้งแต่ 1.8 ล้านบาทขึ้นไป ต้องจด VAT จดภายใน 30 วันนับแต่ถึงเกณฑ์
สมัครใจจด (ต่ำกว่า 1.8 ล้าน) ทำได้ มีประโยชน์ถ้าลูกค้าต้องการใบกำกับภาษี

ข้อมูลข้างต้นเป็นภาพรวมทั่วไปค่ะ เนื่องจากมีข้อยกเว้นและรายละเอียดเฉพาะกรณีอยู่หลายประการ ขอแนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมกับ กรมสรรพากร โดยตรง หรือปรึกษานักบัญชีก่อนตัดสินใจค่ะ

น้องแว่น

น้องแว่นสรุปค่ะ

  1. เกณฑ์ VAT = 1.8 ล้านบาท/ปี ต่ำกว่านี้ยังไม่ต้องจดค่ะ
  2. ถึงเกณฑ์แล้วต้องจดภายใน 30 วัน — อย่าปล่อยทิ้งไว้นะคะ
  3. ภาษีเงินได้และ VAT เป็นคนละเรื่องกัน — ต้องเสียทั้งสองถ้าถึงเกณฑ์ค่ะ
  4. รายละเอียด VAT มีความซับซ้อน ควรปรึกษากรมสรรพากรหรือนักบัญชีค่ะ
5

ไม่ยื่น/ยื่นไม่ครบ เสี่ยงอะไร? + ยื่นยังไง?

รู้เรื่องภาษีครบแล้ว มาดูว่าถ้า ไม่ยื่นหรือยื่นไม่ครบ จะมีผลอย่างไรบ้างค่ะ ต่อจาก ข้อ 2 เรื่องหน้าที่ยื่นแบบ

ความเสี่ยงหลัก: เบี้ยปรับสูงสุด 100% ของภาษีที่ค้างชำระ + เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน (หรือเศษของเดือน) นับตั้งแต่วันพ้นกำหนดค่ะ
กรณี ผลทางกฎหมาย
ไม่ยื่นแบบเลย ถูกประเมินภาษีย้อนหลัง + เบี้ยปรับ 100% + เงินเพิ่ม 1.5%/เดือน
ยื่นช้ากว่ากำหนด เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน นับแต่วันพ้นกำหนด + เบี้ยปรับ (ถ้ามี)
แจ้งรายได้ต่ำกว่าความจริง เบี้ยปรับ 100% + เงินเพิ่ม + อาจมีโทษอาญา
ยื่นแบบถูกต้องครบถ้วน ไม่มีเบี้ยปรับ / เงินเพิ่มค่ะ

วิธียื่นภาษีที่ง่ายที่สุดสำหรับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ในปัจจุบัน คือการใช้ระบบ e-Filing ของกรมสรรพากรที่ efiling.rd.go.th ซึ่งเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงค่ะ สามารถยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 (กรณีมีรายได้หลายประเภท) หรือ ภ.ง.ด.91 (กรณีรายได้จากงานประจำประเภทเดียว) ได้เลยค่ะ

สำหรับคุณ F ที่มีทั้งงานประจำและร้านออนไลน์ ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 เพราะมีรายได้หลายประเภทค่ะ — อย่าลืมเก็บบันทึกรายรับ-รายจ่ายของร้านออนไลน์ตลอดปีด้วยนะคะ จะช่วยให้ยื่นภาษีได้ถูกต้องและอาจลดภาษีได้ผ่านการหักค่าใช้จ่ายค่ะ

น้องแว่น

น้องแว่นสรุปค่ะ

  1. ไม่ยื่นภาษี = เบี้ยปรับ 100% + เงินเพิ่ม เสี่ยงสูงมากค่ะ
  2. ยื่นผ่าน e-Filing ที่ efiling.rd.go.th — ง่าย รวดเร็ว 24 ชม.ค่ะ
  3. ร้านออนไลน์ + งานประจำ = ยื่น ภ.ง.ด.90 ค่ะ
  4. เก็บสลิปและบิลไว้ตลอดปี — ใช้หักค่าใช้จ่ายลดภาษีได้ค่ะ

ขายของออนไลน์ยุคนี้ — รายได้ทุกบาท มีหน้าที่ตามกฎหมายภาษี รู้ก่อน เตรียมพร้อมก่อน ดีกว่าแก้ปัญหาทีหลังค่ะ

  1. รายได้ออนไลน์ ทุกแพลตฟอร์ม = เงินได้พึงประเมิน ม.40(8) ต้องนำมาคำนวณภาษีค่ะ  ดูข้อ 1
  2. หน้าที่ยื่น รายได้รวมเกิน 13,000 บาท/ปี (โสด หลายประเภท) ต้องยื่นภายในมีนาคมค่ะ  ดูข้อ 2
  3. อัตราขั้นบันได คำนวณจากเงินได้สุทธิ 0–35% — ม.40(8) หักค่าใช้จ่ายได้ 60% ก่อนค่ะ  ดูข้อ 3
  4. VAT 1.8 ล้าน รายได้ถึง 1.8 ล้านบาท/ปี ต้องจด VAT — แยกจากภาษีเงินได้ค่ะ  ดูข้อ 4
  5. บทลงโทษ ไม่ยื่น = เบี้ยปรับ 100% + เงินเพิ่ม 1.5%/เดือน ยื่นออนไลน์ผ่าน e-Filing ค่ะ  ดูข้อ 5

ถ้าคุณเพิ่งรู้ว่ามีหน้าที่เสียภาษีจากร้านออนไลน์ ไม่ต้องตกใจค่ะ — เริ่มต้นจัดระเบียบบัญชีรายรับ-รายจ่ายตั้งแต่วันนี้ และยื่นแบบให้ถูกต้องในปีนี้ได้เลยค่ะ กรมสรรพากรมีระบบ e-Filing ที่ใช้งานง่าย และหากมีข้อสงสัยสามารถโทรสอบถาม RD Intelligence Center ได้ที่ 1161 ค่ะ

อ้างอิง  ·  ① ม.๔๐(๘) (เงินได้จากธุรกิจ/พาณิชย์รวมออนไลน์)  ·  ② ม.๕๖ (หน้าที่ยื่นแบบ — ภายในมีนาคม)  ·  ③ ม.๔๘ (อัตราขั้นบันได + ภาษีขั้นต่ำ 0.5%)  ·  ④ เกณฑ์ VAT 1,800,000 บาท/ปี  ·  ⑤ เบี้ยปรับ + เงินเพิ่ม กรณีไม่ยื่น/ยื่นผิด

💛 หมายเหตุจาก Kelomn: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลความรู้ทั่วไปด้านกฎหมายภาษีอากร อ้างอิงจากประมวลรัษฎากรและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจมีการแก้ไขเพิ่มเติมในอนาคต ข้อมูลในบทความนี้ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายหรือทางบัญชี และไม่สามารถใช้แทนการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญได้ หากมีประเด็นทางกฎหมายที่ต้องการความชัดเจน สามารถค้นหาตัวบทกฎหมายฉบับเป็นทางการเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS) — Kelomn · AI Legal Research Project · Business Law for the Business Life

น้องแว่น

น้องแว่นสรุปให้ค่ะ — ใจความสำคัญ

  1. ขายของออนไลน์ = มีเงินได้ที่ต้องเสียภาษีไหม?
  2. ต้องยื่นภาษีเมื่อไหร่? ใครบ้างที่ต้องยื่น?
  3. คิดภาษีเท่าไหร่? — อัตราขั้นบันได
  4. ขายเกิน 1.8 ล้านบาท/ปี ต้องจด VAT ไหม?

รับอัปเดตกฎหมายธุรกิจจาก Kelomn

ติดตามบทความใหม่ เครื่องมือ KKB และสรุปประเด็นกฎหมายธุรกิจที่ควรรู้จากหน้านี้ได้ต่อใน KKB Fans

สมัครรับข่าว ติดต่อทีม Kelomn

อ่านต่อในหัวข้อกฎหมายภาษี

กลับหน้าหลัก กฎหมายภาษี

💛 หมายเหตุจาก Kelomn: เรารวบรวมข้อมูลนี้เพื่อเป็นแนวทางเบื้องต้น สำหรับการตัดสินใจที่สำคัญหรือกรณีเฉพาะ เราแนะนำให้ปรึกษาทนายความผู้เชี่ยวชาญด้านแรงงานเพิ่มเติมเพื่อความรัดกุมสูงสุดค่ะ ตัวบทกฎหมายทางการสามารถดูได้ที่ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)

ถ้าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์ ให้ส่ง กาแฟและขนมปัง ให้เป็นกำลังใจ

กดให้กาแฟ หรือ ขนมปัง สัก 1 อย่างไหมคะ?

ทานกาแฟ ไปแล้ว 13 แก้ว · ทานขนมปัง ไปแล้ว 9 แผ่น