ค้ำประกันให้เพื่อน แล้วเพื่อนเบี้ยวหนี้ เราต้องจ่ายไหม?
เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยมาก แต่ กฎหมายปฏิรูป 2558 เปลี่ยนกติกาไปมากกว่าที่หลายคนคิด — ผู้ค้ำประกันมีสิทธิ์มากขึ้น เจ้าหนี้มีหน้าที่มากขึ้น และข้อสัญญาเอาเปรียบหลายอย่างกลายเป็น "โมฆะ" ตั้งแต่ต้นค่ะ
5 เรื่องที่ต้องรู้เรื่องค้ำประกัน
ค้ำประกันคืออะไร? เซ็นแล้วเราเสี่ยงแค่ไหน?
ค้ำประกัน คือการที่เราในฐานะ "บุคคลภายนอก" ผูกพันตัวเองต่อเจ้าหนี้ว่า — ถ้าลูกหนี้ไม่จ่าย เราจะจ่ายแทน ฟังดูง่าย แต่ผลกระทบจริงหนักมากค่ะ
ตั้งแต่ปี 2558 กฎหมายบังคับเพิ่มว่า สัญญาต้องระบุ 3 สิ่ง ให้ครบ จึงจะผูกผู้ค้ำประกัน:
| สิ่งที่ต้องระบุในสัญญา | ถ้าไม่มี |
|---|---|
| ① วัตถุประสงค์ + ลักษณะมูลหนี้ที่ค้ำประกัน | ผู้ค้ำไม่ผูกพัน |
| ② จำนวนเงินสูงสุดที่ค้ำประกัน | ผู้ค้ำไม่ผูกพัน |
| ③ ระยะเวลาในการก่อหนี้ที่จะค้ำประกัน | ยกเว้นค้ำเพื่อกิจการหลายคราว (ม.699) |
ผู้ค้ำประกันรับผิดเฉพาะหนี้ที่ระบุไว้ในสัญญาเท่านั้น — หนี้อื่นที่ไม่ได้ระบุ เราไม่ต้องรับผิดค่ะ
มาตรา ๖๘๐ อันว่าค้ำประกันนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลภายนอกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ค้ำประกัน ผูกพันตนต่อเจ้าหนี้คนหนึ่งเพื่อชำระหนี้ในเมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้นั้น อนึ่งสัญญาค้ำประกันนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกันเป็นสำคัญ ท่านว่าจะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่
มาตรา ๖๘๑ อันค้ำประกันนั้นจะมีได้แต่เฉพาะเพื่อหนี้อันสมบูรณ์ หนี้ในอนาคตหรือหนี้มีเงื่อนไขจะประกันไว้เพื่อเหตุการณ์ซึ่งหนี้นั้นอาจเป็นผลได้จริงก็ประกันได้ แต่ต้องระบุวัตถุประสงค์ในการก่อหนี้รายที่ค้ำประกัน ลักษณะของมูลหนี้ จำนวนเงินสูงสุดที่ค้ำประกัน และระยะเวลาในการก่อหนี้ที่จะค้ำประกัน เว้นแต่เป็นการค้ำประกันเพื่อกิจการเนื่องกันไปหลายคราวตามมาตรา ๖๙๙ จะไม่ระบุระยะเวลาดังกล่าวก็ได้ สัญญาค้ำประกันต้องระบุหนี้หรือสัญญาที่ค้ำประกันไว้โดยชัดแจ้ง และผู้ค้ำประกันย่อมรับผิดเฉพาะหนี้หรือสัญญาที่ระบุไว้เท่านั้น หนี้อันเกิดแต่สัญญาซึ่งไม่ผูกพันลูกหนี้เพราะทำด้วยความสำคัญผิดหรือเพราะเป็นผู้ไร้ความสามารถนั้นก็อาจจะมีประกันอย่างสมบูรณ์ได้ ถ้าหากว่าผู้ค้ำประกันรู้เหตุสำคัญผิดหรือไร้ความสามารถนั้นในขณะที่เข้าทำสัญญาผูกพันตน
น้องแว่นสรุปค่ะ
- หลักการค้ำประกัน — เราช่วยรับผิดแทนลูกหนี้เมื่อเขาไม่จ่าย สัญญาต้องเป็นลายลักษณ์อักษรเสมอค่ะ
- สัญญาต้องระบุให้ครบ 3 อย่าง — วัตถุประสงค์/ลักษณะหนี้ · วงเงินสูงสุด · ระยะเวลา — ขาดอันใดอันหนึ่ง ไม่ผูกเราค่ะ
- รับผิดเฉพาะที่ระบุ — หนี้นอกเหนือสัญญา เราไม่ต้องจ่ายค่ะ
- คำแนะนำ — ก่อนเซ็น อ่านสัญญาให้ครบทุกบรรทัด โดยเฉพาะวงเงินและระยะเวลาค่ะ
ปฏิรูป 2558: ข้อสัญญาเอาเปรียบผู้ค้ำ = โมฆะ ใหม่ 2558
ก่อนปี 2558 เจ้าหนี้นิยมใส่ข้อสัญญาว่า "ผู้ค้ำประกันรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม" ซึ่งทำให้เจ้าหนี้ เรียกเก็บจากผู้ค้ำได้ทันที โดยไม่ต้องทวงลูกหนี้ก่อน — เหมือนเราเป็นลูกหนี้คนที่สองตั้งแต่แรกค่ะ
การปฏิรูปปี 2558 ยกระดับการคุ้มครอง ด้วยมาตรา ๖๘๕/๑ ซึ่งกำหนดว่า ข้อตกลงที่ แตกต่างไปจาก สิทธิคุ้มครองผู้ค้ำหลายมาตรา (รวมถึง ม.681, ม.686, ม.694, ม.698, ม.699) เป็นโมฆะ ทั้งหมดค่ะ
| ข้อสัญญา | ก่อน 2558 | หลัง 2558 |
|---|---|---|
| "ผู้ค้ำรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม" | ใช้ได้ / ผูกพัน | ยังใช้ได้ แต่สิทธิตาม ม.688-690 หายไป (ม.691) |
| ข้อตกลงแตกต่างจาก ม.681/686/694/698/699 | อาจใช้ได้ | โมฆะ (ม.685/1) |
| เรียกผู้ค้ำก่อนส่งหนังสือบอกกล่าว | ทำได้บางกรณี | ทำไม่ได้เด็ดขาด (ม.686) |
| ไม่ระบุวงเงินสูงสุดในสัญญา | อาจผูกพันได้ | ไม่ผูกพัน (ม.681) |
มาตรา ๖๘๕/๑ บรรดาข้อตกลงเกี่ยวกับการค้ำประกันที่แตกต่างไปจากมาตรา ๖๘๑ วรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสาม มาตรา ๖๘๖ มาตรา ๖๙๔ มาตรา ๖๙๘ และมาตรา ๖๙๙ เป็นโมฆะ
มาตรา ๖๙๑ ถ้าผู้ค้ำประกันต้องรับผิดร่วมกันกับลูกหนี้ท่านว่าผู้ค้ำประกันย่อมไม่มีสิทธิดังกล่าวไว้ในมาตรา ๖๘๘ มาตรา ๖๘๙ และมาตรา ๖๙๐
น้องแว่นสรุปค่ะ
- โมฆะตั้งแต่ต้น — ข้อตกลงใดก็ตามที่ "ตัดสิทธิ" ผู้ค้ำตามมาตราคุ้มครอง ไม่มีผลบังคับใช้ค่ะ
- แม้เซ็นยอมรับไปแล้ว — ถ้าข้อนั้นขัดกับสิทธิตามกฎหมาย ยังโมฆะอยู่ดีค่ะ
- รับผิดร่วม (ม.691) — ยังทำได้ แต่ผู้ค้ำเสียสิทธิขอให้ทวงลูกหนี้ก่อน (ดูข้อ 3)
- สิ่งที่ยังทำได้ — เซ็นค้ำประกันได้ แต่ขอบเขตและเงื่อนไขต้องเป็นธรรมตามที่กฎหมายกำหนดค่ะ
พักจิบกาแฟสักครู่ — อีก 3 เรื่องสำคัญที่คุณต้องรู้เรื่องค้ำประกัน
เจ้าหนี้ต้องบอกกล่าวเราภายใน 60 วัน ไม่งั้นเราหลุดพ้นดอกเบี้ย ใหม่ 2558
นี่คือสิทธิที่หลายคนไม่รู้ค่ะ — เมื่อลูกหนี้ผิดนัด เจ้าหนี้ ต้องมีหนังสือบอกกล่าวมาหาเราภายใน 60 วัน นับจากวันที่ลูกหนี้ผิดนัด ถ้าไม่ทำภายในกำหนด ผลร้ายแรงมากค่ะ
| สถานการณ์ | ผลทางกฎหมาย |
|---|---|
| เจ้าหนี้ส่งหนังสือภายใน 60 วัน | ผู้ค้ำต้องรับผิดตามสัญญา รวมดอกเบี้ย |
| เจ้าหนี้ส่งหนังสือเกิน 60 วัน | ผู้ค้ำหลุดพ้นดอกเบี้ย + ค่าสินไหม + ค่าภาระอุปกรณ์ที่เกิดหลังพ้น 60 วัน |
| เจ้าหนี้เรียกผู้ค้ำก่อนหนังสือถึง | ทำไม่ได้เด็ดขาด — ผู้ค้ำไม่ต้องจ่าย |
| ผู้ค้ำจะจ่ายก่อนครบ 60 วัน | ทำได้ หากหนี้ถึงกำหนดแล้วและเลือกชำระเอง |
นอกจากนี้ ในช่วงที่ผู้ค้ำประกันกำลังชำระหนี้ตามเงื่อนไขของลูกหนี้ เจ้าหนี้จะเรียกดอกเบี้ยเพิ่มเพราะเหตุที่ลูกหนี้ผิดนัดมิได้ค่ะ
มาตรา ๖๘๖ เมื่อลูกหนี้ผิดนัด ให้เจ้าหนี้มีหนังสือบอกกล่าวไปยังผู้ค้ำประกันภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ลูกหนี้ผิดนัด และไม่ว่ากรณีจะเป็นประการใดเจ้าหนี้จะเรียกให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้ก่อนที่หนังสือบอกกล่าวจะไปถึงผู้ค้ำประกันมิได้ แต่ไม่ตัดสิทธิผู้ค้ำประกันที่จะชำระหนี้เมื่อหนี้ถึงกำหนดชำระ ในกรณีที่เจ้าหนี้มิได้มีหนังสือบอกกล่าวภายในกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ค้ำประกันหลุดพ้นจากความรับผิดในดอกเบี้ยและค่าสินไหมทดแทน ตลอดจนค่าภาระติดพันอันเป็นอุปกรณ์แห่งหนี้รายนั้นบรรดาที่เกิดขึ้นภายหลังจากพ้นกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง เมื่อเจ้าหนี้มีสิทธิเรียกให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้หรือผู้ค้ำประกันมีสิทธิชำระหนี้ได้ตามวรรคหนึ่ง ผู้ค้ำประกันอาจชำระหนี้ทั้งหมดหรือใช้สิทธิชำระหนี้ตามเงื่อนไขและวิธีการในการชำระหนี้ที่ลูกหนี้มีอยู่กับเจ้าหนี้ก่อนการผิดนัดชำระหนี้ ทั้งนี้ เฉพาะในส่วนที่ตนต้องรับผิดก็ได้ และให้นำความในมาตรา ๗๐๑ วรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลม ในระหว่างที่ผู้ค้ำประกันชำระหนี้ตามเงื่อนไขและวิธีการในการชำระหนี้ของลูกหนี้ตามวรรคสาม เจ้าหนี้จะเรียกดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเพราะเหตุที่ลูกหนี้ผิดนัดในระหว่างนั้นมิได้ การชำระหนี้ของผู้ค้ำประกันตามมาตรานี้ ไม่กระทบกระเทือนสิทธิของผู้ค้ำประกันตามมาตรา ๖๙๓
น้องแว่นสรุปค่ะ
- เจ้าหนี้ต้องบอกกล่าวภายใน 60 วัน นับแต่ลูกหนี้ผิดนัด — ไม่บอก ดอกเบี้ยหลังพ้น 60 วัน ไม่ใช่ภาระเราค่ะ
- เรียกผู้ค้ำก่อนหนังสือถึง ทำไม่ได้ — เด็ดขาดตามกฎหมายค่ะ
- เก็บหลักฐานวันผิดนัด + วันรับหนังสือ — สำคัญมาก เพราะคำนวณ 60 วันจากข้อมูลนี้ค่ะ
- ชำระตามเงื่อนไขลูกหนี้ได้ — ไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยผิดนัดเพิ่มขณะกำลังชำระค่ะ
สัญญาค้ำประกันต้องระบุอะไรบ้าง ถึงจะผูกพันเรา?
ข้อนี้ต่อจาก ข้อ 1 ค่ะ — มาตรา ๖๘๑ ฉบับแก้ไข 2558 กำหนดว่า สัญญาต้องระบุหนี้ที่ค้ำประกัน โดยชัดแจ้ง และผู้ค้ำรับผิดเฉพาะที่ระบุเท่านั้น แต่ในทางปฏิบัติยังมีรายละเอียดที่ต้องดูค่ะ
| รูปแบบการค้ำประกัน | ต้องระบุระยะเวลาไหม? | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ค้ำหนี้เฉพาะรายการ (ทั่วไป) | ต้องระบุ | ไม่ระบุ = ไม่ผูกพัน |
| ค้ำเพื่อกิจการหลายคราว (ม.699) | ไม่ต้องระบุ | ยกเว้นพิเศษ |
| หนี้ในอนาคต / มีเงื่อนไข | ต้องระบุวัตถุประสงค์ | ค้ำได้ถ้าระบุหนี้ที่อาจเกิดได้จริง |
ปัญหาที่พบบ่อย คือสัญญาค้ำประกันมักระบุวงเงินสูงสุดไว้ไม่ชัดเจน หรือใช้ภาษากว้างเกินไป เช่น "ค้ำประกันหนี้สินทั้งหมด" โดยไม่ระบุจำนวน — แบบนี้ตามกฎหมายใหม่ ไม่ผูกพันผู้ค้ำประกันค่ะ
มาตรา ๖๘๑ อันค้ำประกันนั้นจะมีได้แต่เฉพาะเพื่อหนี้อันสมบูรณ์ หนี้ในอนาคตหรือหนี้มีเงื่อนไขจะประกันไว้เพื่อเหตุการณ์ซึ่งหนี้นั้นอาจเป็นผลได้จริงก็ประกันได้ แต่ต้องระบุวัตถุประสงค์ในการก่อหนี้รายที่ค้ำประกัน ลักษณะของมูลหนี้ จำนวนเงินสูงสุดที่ค้ำประกัน และระยะเวลาในการก่อหนี้ที่จะค้ำประกัน เว้นแต่เป็นการค้ำประกันเพื่อกิจการเนื่องกันไปหลายคราวตามมาตรา ๖๙๙ จะไม่ระบุระยะเวลาดังกล่าวก็ได้ สัญญาค้ำประกันต้องระบุหนี้หรือสัญญาที่ค้ำประกันไว้โดยชัดแจ้ง และผู้ค้ำประกันย่อมรับผิดเฉพาะหนี้หรือสัญญาที่ระบุไว้เท่านั้น หนี้อันเกิดแต่สัญญาซึ่งไม่ผูกพันลูกหนี้เพราะทำด้วยความสำคัญผิดหรือเพราะเป็นผู้ไร้ความสามารถนั้นก็อาจจะมีประกันอย่างสมบูรณ์ได้ ถ้าหากว่าผู้ค้ำประกันรู้เหตุสำคัญผิดหรือไร้ความสามารถนั้นในขณะที่เข้าทำสัญญาผูกพันตน
น้องแว่นสรุปค่ะ
- 3 อย่างบังคับ — วัตถุประสงค์/ลักษณะหนี้ · วงเงินสูงสุด · ระยะเวลา — ขาดอันใด ไม่ผูกเราค่ะ
- "ค้ำหนี้ทั้งหมด" ไม่ระบุจำนวน — ตามกฎหมายใหม่ถือว่าไม่ผูกพันผู้ค้ำประกันค่ะ
- หนี้ในอนาคต ค้ำได้ — แต่ต้องระบุวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนว่าเป็นหนี้อะไรค่ะ
- ก่อนเซ็น ต้องรู้ 3 อย่าง — ค้ำให้ใคร เพื่ออะไร วงเงินเท่าไหร่ค่ะ
ลูกหนี้มีข้อต่อสู้อะไร เราใช้ได้หมดเลยไหม?
มาตรา ๖๙๔ มอบสิทธิที่ทรงพลังให้ผู้ค้ำประกัน — นอกจากข้อต่อสู้ของเราเอง เรายังยกข้อต่อสู้ทั้งหลายของลูกหนี้ขึ้นต่อสู้กับเจ้าหนี้ได้ด้วยค่ะ
หมายความว่า ถ้าลูกหนี้มีสิทธิ์ต่อสู้ว่า — "หนี้ยังไม่ถึงกำหนด" / "เจ้าหนี้ผิดสัญญาก่อน" / "สัญญาหลักเป็นโมฆะ" / "ชำระไปแล้วบางส่วน" — ผู้ค้ำประกันสามารถยกข้อต่อสู้เหล่านั้นได้ทั้งหมดค่ะ
| ตัวอย่างข้อต่อสู้ที่ใช้ได้ | ผู้ค้ำยกได้ไหม? |
|---|---|
| หนี้ยังไม่ถึงกำหนดชำระ | ได้ค่ะ |
| สัญญาหลักเป็นโมฆะ / โมฆียะ | ได้ค่ะ |
| เจ้าหนี้ผิดสัญญาก่อน | ได้ค่ะ |
| ลูกหนี้ชำระหนี้ไปบางส่วนแล้ว | ได้ค่ะ |
| หนี้ขาดอายุความแล้ว | ได้ค่ะ |
| ข้อต่อสู้เฉพาะตัวของลูกหนี้เท่านั้น | ขึ้นอยู่กับลักษณะข้อต่อสู้นั้นๆ |
สิทธิ์นี้เป็นการคุ้มครองผู้ค้ำประกันไม่ให้ถูกเรียกชำระหนี้ในกรณีที่แม้แต่ลูกหนี้เองก็ยังมีสิทธิ์ขัดขืน — เป็นหลักการที่เป็นธรรมมากค่ะ
มาตรา ๖๙๔ นอกจากข้อต่อสู้ซึ่งผู้ค้ำประกันมีต่อเจ้าหนี้นั้น ท่านว่าผู้ค้ำประกันยังอาจยกข้อต่อสู้ทั้งหลายซึ่งลูกหนี้มีต่อเจ้าหนี้ขึ้นต่อสู้ได้ด้วย
น้องแว่นสรุปค่ะ
- ยกข้อต่อสู้ลูกหนี้ได้ทั้งหมด — สัญญาโมฆะ / หนี้ยังไม่ถึงกำหนด / ชำระแล้ว ฯลฯ ใช้ได้หมดเลยค่ะ
- รวมกับข้อต่อสู้ของเราเอง — มีสองชุดข้อต่อสู้พร้อมกันค่ะ
- สัญญาหลักมีปัญหา — ถ้าหนี้ต้นฉบับไม่ชอบ ผู้ค้ำอาจไม่ต้องรับผิดค่ะ
- ปรึกษาทนายก่อนใช้สิทธิ์ — ข้อต่อสู้บางอย่างต้องยื่นในศาลให้ถูกวิธีค่ะ
ค้ำประกันยุคใหม่ — กฎหมายปฏิรูปปี 2558 คุ้มครองผู้ค้ำมากขึ้น เราไม่ใช่ "ลูกหนี้สำรอง" อีกต่อไป
- นิยาม + เงื่อนไข ค้ำประกัน = รับผิดแทนลูกหนี้ สัญญาต้องระบุวัตถุประสงค์ + วงเงิน + ระยะเวลา จึงผูกพัน ดูข้อ 1
- โมฆะตั้งแต่ต้น ข้อตกลงเอาเปรียบผู้ค้ำที่ขัดกับมาตราคุ้มครอง = โมฆะ แม้เซ็นยอมรับไปแล้ว ดูข้อ 2
- 60 วันสำคัญมาก เจ้าหนี้ต้องบอกกล่าวภายใน 60 วัน ไม่งั้นดอกเบี้ยหลังพ้นกำหนดไม่ใช่ภาระเรา ดูข้อ 3
- ระบุให้ครบ 3 อย่าง วัตถุประสงค์ · วงเงินสูงสุด · ระยะเวลา — ขาดอันใดอันหนึ่ง สัญญาไม่ผูกพัน ดูข้อ 4
- ยกข้อต่อสู้ลูกหนี้ได้ ข้อต่อสู้ทั้งหลายของลูกหนี้ต่อเจ้าหนี้ ผู้ค้ำยกขึ้นต่อสู้ได้ทั้งหมด ดูข้อ 5
ถ้าคุณกำลังถูกเจ้าหนี้เรียกชำระในฐานะผู้ค้ำประกัน ขอแนะนำให้ตรวจสอบก่อนว่าเจ้าหนี้ทำตามขั้นตอนครบหรือเปล่า — ส่งหนังสือภายใน 60 วันไหม? สัญญาระบุวงเงินสูงสุดชัดเจนไหม? ข้อใดข้อหนึ่งผิดพลาด อาจลดภาระของคุณได้มากค่ะ
💛 หมายเหตุจาก Kelomn: เรารวบรวมข้อมูลนี้เพื่อเป็นแนวทางเบื้องต้น สำหรับการตัดสินใจที่สำคัญหรือกรณีเฉพาะ เราแนะนำให้ปรึกษาทนายความผู้เชี่ยวชาญด้านแรงงานเพิ่มเติมเพื่อความรัดกุมสูงสุดค่ะ ตัวบทกฎหมายทางการสามารถดูได้ที่ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)

น้องแว่นสรุปให้ค่ะ — ใจความสำคัญ
- ค้ำประกันคืออะไร? เซ็นแล้วเราเสี่ยงแค่ไหน?
- ปฏิรูป 2558: ข้อสัญญาเอาเปรียบผู้ค้ำ = โมฆะ ใหม่ 2558
- เจ้าหนี้ต้องบอกกล่าวเราภายใน 60 วัน ไม่งั้นเราหลุดพ้นดอกเบี้ย ใหม่ 2558
- สัญญาค้ำประกันต้องระบุอะไรบ้าง ถึงจะผูกพันเรา?
รับอัปเดตกฎหมายธุรกิจจาก Kelomn
ติดตามบทความใหม่ เครื่องมือ KKB และสรุปประเด็นกฎหมายธุรกิจที่ควรรู้จากหน้านี้ได้ต่อใน KKB Fans
อ่านต่อในหัวข้อสัญญาและข้อตกลง
💛 หมายเหตุจาก Kelomn: เรารวบรวมข้อมูลนี้เพื่อเป็นแนวทางเบื้องต้น สำหรับการตัดสินใจที่สำคัญหรือกรณีเฉพาะ เราแนะนำให้ปรึกษาทนายความผู้เชี่ยวชาญด้านแรงงานเพิ่มเติมเพื่อความรัดกุมสูงสุดค่ะ ตัวบทกฎหมายทางการสามารถดูได้ที่ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)
ถ้าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์ ให้ส่ง กาแฟและขนมปัง ให้เป็นกำลังใจ
กดให้กาแฟ หรือ ขนมปัง สัก 1 อย่างไหมคะ?