Kelomn.com
Business Law for the Business Life

แชร์บทความนี้

แชท ฟีด เครือข่ายงาน โพสต์สั้น
น้องแว่นนั่งอยู่ในร้านกาแฟพร้อมเอกสารกฎหมาย บรรยากาศอบอุ่น

ค้ำประกันให้เพื่อน แล้วเพื่อนเบี้ยวหนี้ เราต้องจ่ายไหม?

ลุง A เซ็นค้ำประกันสินเชื่อให้ คุณ F เพื่อนซี้มา 20 ปี ด้วยความหวังดีและไม่ได้อ่านสัญญาให้ครบ วันหนึ่งคุณ F หายหน้า ธนาคารโทรมาหาลุง A โดยตรง — "คุณลุงค้ำประกันไว้ ต้องชำระหนี้ทั้งหมดพร้อมดอกเบี้ยเลยนะครับ"

เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยมาก แต่ กฎหมายปฏิรูป 2558 เปลี่ยนกติกาไปมากกว่าที่หลายคนคิด — ผู้ค้ำประกันมีสิทธิ์มากขึ้น เจ้าหนี้มีหน้าที่มากขึ้น และข้อสัญญาเอาเปรียบหลายอย่างกลายเป็น "โมฆะ" ตั้งแต่ต้นค่ะ

5 เรื่องที่ต้องรู้เรื่องค้ำประกัน

1

ค้ำประกันคืออะไร? เซ็นแล้วเราเสี่ยงแค่ไหน?

ค้ำประกัน คือการที่เราในฐานะ "บุคคลภายนอก" ผูกพันตัวเองต่อเจ้าหนี้ว่า — ถ้าลูกหนี้ไม่จ่าย เราจะจ่ายแทน ฟังดูง่าย แต่ผลกระทบจริงหนักมากค่ะ

สำคัญ: สัญญาค้ำประกันต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกัน ไม่มีหนังสือ — ฟ้องบังคับไม่ได้

ตั้งแต่ปี 2558 กฎหมายบังคับเพิ่มว่า สัญญาต้องระบุ 3 สิ่ง ให้ครบ จึงจะผูกผู้ค้ำประกัน:

สิ่งที่ต้องระบุในสัญญา ถ้าไม่มี
① วัตถุประสงค์ + ลักษณะมูลหนี้ที่ค้ำประกัน ผู้ค้ำไม่ผูกพัน
② จำนวนเงินสูงสุดที่ค้ำประกัน ผู้ค้ำไม่ผูกพัน
③ ระยะเวลาในการก่อหนี้ที่จะค้ำประกัน ยกเว้นค้ำเพื่อกิจการหลายคราว (ม.699)

ผู้ค้ำประกันรับผิดเฉพาะหนี้ที่ระบุไว้ในสัญญาเท่านั้น — หนี้อื่นที่ไม่ได้ระบุ เราไม่ต้องรับผิดค่ะ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บัญญัติไว้ว่า
มาตรา ๖๘๐ อันว่าค้ำประกันนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลภายนอกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ค้ำประกัน ผูกพันตนต่อเจ้าหนี้คนหนึ่งเพื่อชำระหนี้ในเมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้นั้น อนึ่งสัญญาค้ำประกันนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกันเป็นสำคัญ ท่านว่าจะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๕๘) บัญญัติไว้ว่า
มาตรา ๖๘๑ อันค้ำประกันนั้นจะมีได้แต่เฉพาะเพื่อหนี้อันสมบูรณ์ หนี้ในอนาคตหรือหนี้มีเงื่อนไขจะประกันไว้เพื่อเหตุการณ์ซึ่งหนี้นั้นอาจเป็นผลได้จริงก็ประกันได้ แต่ต้องระบุวัตถุประสงค์ในการก่อหนี้รายที่ค้ำประกัน
ลักษณะของมูลหนี้ จำนวนเงินสูงสุดที่ค้ำประกัน และระยะเวลาในการก่อหนี้ที่จะค้ำประกัน เว้นแต่เป็นการค้ำประกันเพื่อกิจการเนื่องกันไปหลายคราวตามมาตรา ๖๙๙ จะไม่ระบุระยะเวลาดังกล่าวก็ได้ สัญญาค้ำประกันต้องระบุหนี้หรือสัญญาที่ค้ำประกันไว้โดยชัดแจ้ง
และผู้ค้ำประกันย่อมรับผิดเฉพาะหนี้หรือสัญญาที่ระบุไว้เท่านั้น หนี้อันเกิดแต่สัญญาซึ่งไม่ผูกพันลูกหนี้เพราะทำด้วยความสำคัญผิดหรือเพราะเป็นผู้ไร้ความสามารถนั้นก็อาจจะมีประกันอย่างสมบูรณ์ได้ ถ้าหากว่าผู้ค้ำประกันรู้เหตุสำคัญผิดหรือไร้ความสามารถนั้นในขณะที่เข้าทำสัญญาผูกพันตน
ที่มา: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๘๐, ๖๘๑
น้องแว่น

น้องแว่นสรุปค่ะ

  1. หลักการค้ำประกัน — เราช่วยรับผิดแทนลูกหนี้เมื่อเขาไม่จ่าย สัญญาต้องเป็นลายลักษณ์อักษรเสมอค่ะ
  2. สัญญาต้องระบุให้ครบ 3 อย่าง — วัตถุประสงค์/ลักษณะหนี้ · วงเงินสูงสุด · ระยะเวลา — ขาดอันใดอันหนึ่ง ไม่ผูกเราค่ะ
  3. รับผิดเฉพาะที่ระบุ — หนี้นอกเหนือสัญญา เราไม่ต้องจ่ายค่ะ
  4. คำแนะนำ — ก่อนเซ็น อ่านสัญญาให้ครบทุกบรรทัด โดยเฉพาะวงเงินและระยะเวลาค่ะ
2

ปฏิรูป 2558: ข้อสัญญาเอาเปรียบผู้ค้ำ = โมฆะ ใหม่ 2558

ก่อนปี 2558 เจ้าหนี้นิยมใส่ข้อสัญญาว่า "ผู้ค้ำประกันรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม" ซึ่งทำให้เจ้าหนี้ เรียกเก็บจากผู้ค้ำได้ทันที โดยไม่ต้องทวงลูกหนี้ก่อน — เหมือนเราเป็นลูกหนี้คนที่สองตั้งแต่แรกค่ะ

การปฏิรูปปี 2558 ยกระดับการคุ้มครอง ด้วยมาตรา ๖๘๕/๑ ซึ่งกำหนดว่า ข้อตกลงที่ แตกต่างไปจาก สิทธิคุ้มครองผู้ค้ำหลายมาตรา (รวมถึง ม.681, ม.686, ม.694, ม.698, ม.699) เป็นโมฆะ ทั้งหมดค่ะ

ข้อสัญญา ก่อน 2558 หลัง 2558
"ผู้ค้ำรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม" ใช้ได้ / ผูกพัน ยังใช้ได้ แต่สิทธิตาม ม.688-690 หายไป (ม.691)
ข้อตกลงแตกต่างจาก ม.681/686/694/698/699 อาจใช้ได้ โมฆะ (ม.685/1)
เรียกผู้ค้ำก่อนส่งหนังสือบอกกล่าว ทำได้บางกรณี ทำไม่ได้เด็ดขาด (ม.686)
ไม่ระบุวงเงินสูงสุดในสัญญา อาจผูกพันได้ ไม่ผูกพัน (ม.681)
สำคัญมาก: แม้ผู้ค้ำเซ็นยอมรับข้อเอาเปรียบในสัญญาไปแล้ว — ถ้าข้อนั้นขัดกับสิทธิที่กฎหมายคุ้มครอง ข้อนั้นโมฆะตั้งแต่ต้น ไม่มีผลผูกพันเราค่ะ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๕๘) บัญญัติไว้ว่า
มาตรา ๖๘๕/๑ บรรดาข้อตกลงเกี่ยวกับการค้ำประกันที่แตกต่างไปจากมาตรา ๖๘๑ วรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสาม มาตรา ๖๘๖
มาตรา ๖๙๔ มาตรา ๖๙๘ และมาตรา ๖๙๙ เป็นโมฆะ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บัญญัติไว้ว่า
มาตรา ๖๙๑ ถ้าผู้ค้ำประกันต้องรับผิดร่วมกันกับลูกหนี้ท่านว่าผู้ค้ำประกันย่อมไม่มีสิทธิดังกล่าวไว้ในมาตรา ๖๘๘ มาตรา ๖๘๙ และมาตรา ๖๙๐
ที่มา: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๘๕/๑, ๖๙๑
น้องแว่น

น้องแว่นสรุปค่ะ

  1. โมฆะตั้งแต่ต้น — ข้อตกลงใดก็ตามที่ "ตัดสิทธิ" ผู้ค้ำตามมาตราคุ้มครอง ไม่มีผลบังคับใช้ค่ะ
  2. แม้เซ็นยอมรับไปแล้ว — ถ้าข้อนั้นขัดกับสิทธิตามกฎหมาย ยังโมฆะอยู่ดีค่ะ
  3. รับผิดร่วม (ม.691) — ยังทำได้ แต่ผู้ค้ำเสียสิทธิขอให้ทวงลูกหนี้ก่อน (ดูข้อ 3)
  4. สิ่งที่ยังทำได้ — เซ็นค้ำประกันได้ แต่ขอบเขตและเงื่อนไขต้องเป็นธรรมตามที่กฎหมายกำหนดค่ะ
น้องแว่นนั่งจิบกาแฟพร้อมเอกสารกฎหมาย บรรยากาศร้านกาแฟอบอุ่น

พักจิบกาแฟสักครู่ — อีก 3 เรื่องสำคัญที่คุณต้องรู้เรื่องค้ำประกัน

3

เจ้าหนี้ต้องบอกกล่าวเราภายใน 60 วัน ไม่งั้นเราหลุดพ้นดอกเบี้ย ใหม่ 2558

นี่คือสิทธิที่หลายคนไม่รู้ค่ะ — เมื่อลูกหนี้ผิดนัด เจ้าหนี้ ต้องมีหนังสือบอกกล่าวมาหาเราภายใน 60 วัน นับจากวันที่ลูกหนี้ผิดนัด ถ้าไม่ทำภายในกำหนด ผลร้ายแรงมากค่ะ

สถานการณ์ ผลทางกฎหมาย
เจ้าหนี้ส่งหนังสือภายใน 60 วัน ผู้ค้ำต้องรับผิดตามสัญญา รวมดอกเบี้ย
เจ้าหนี้ส่งหนังสือเกิน 60 วัน ผู้ค้ำหลุดพ้นดอกเบี้ย + ค่าสินไหม + ค่าภาระอุปกรณ์ที่เกิดหลังพ้น 60 วัน
เจ้าหนี้เรียกผู้ค้ำก่อนหนังสือถึง ทำไม่ได้เด็ดขาด — ผู้ค้ำไม่ต้องจ่าย
ผู้ค้ำจะจ่ายก่อนครบ 60 วัน ทำได้ หากหนี้ถึงกำหนดแล้วและเลือกชำระเอง
เคล็ดลับปกป้องตัวเอง: เก็บหลักฐานวันที่ลูกหนี้ผิดนัด และวันที่รับหนังสือบอกกล่าวจากเจ้าหนี้ไว้ทุกครั้ง — เพราะถ้าเกิน 60 วัน ดอกเบี้ยส่วนนั้นไม่ใช่ภาระของเราค่ะ

นอกจากนี้ ในช่วงที่ผู้ค้ำประกันกำลังชำระหนี้ตามเงื่อนไขของลูกหนี้ เจ้าหนี้จะเรียกดอกเบี้ยเพิ่มเพราะเหตุที่ลูกหนี้ผิดนัดมิได้ค่ะ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๕๘) บัญญัติไว้ว่า
มาตรา ๖๘๖ เมื่อลูกหนี้ผิดนัด ให้เจ้าหนี้มีหนังสือบอกกล่าวไปยังผู้ค้ำประกันภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ลูกหนี้ผิดนัด
และไม่ว่ากรณีจะเป็นประการใดเจ้าหนี้จะเรียกให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้ก่อนที่หนังสือบอกกล่าวจะไปถึงผู้ค้ำประกันมิได้ แต่ไม่ตัดสิทธิผู้ค้ำประกันที่จะชำระหนี้เมื่อหนี้ถึงกำหนดชำระ ในกรณีที่เจ้าหนี้มิได้มีหนังสือบอกกล่าวภายในกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง
ให้ผู้ค้ำประกันหลุดพ้นจากความรับผิดในดอกเบี้ยและค่าสินไหมทดแทน ตลอดจนค่าภาระติดพันอันเป็นอุปกรณ์แห่งหนี้รายนั้นบรรดาที่เกิดขึ้นภายหลังจากพ้นกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง เมื่อเจ้าหนี้มีสิทธิเรียกให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้หรือผู้ค้ำประกันมีสิทธิชำระหนี้ได้ตามวรรคหนึ่ง
ผู้ค้ำประกันอาจชำระหนี้ทั้งหมดหรือใช้สิทธิชำระหนี้ตามเงื่อนไขและวิธีการในการชำระหนี้ที่ลูกหนี้มีอยู่กับเจ้าหนี้ก่อนการผิดนัดชำระหนี้ ทั้งนี้ เฉพาะในส่วนที่ตนต้องรับผิดก็ได้ และให้นำความในมาตรา ๗๐๑ วรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ในระหว่างที่ผู้ค้ำประกันชำระหนี้ตามเงื่อนไขและวิธีการในการชำระหนี้ของลูกหนี้ตามวรรคสาม เจ้าหนี้จะเรียกดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเพราะเหตุที่ลูกหนี้ผิดนัดในระหว่างนั้นมิได้ การชำระหนี้ของผู้ค้ำประกันตามมาตรานี้ ไม่กระทบกระเทือนสิทธิของผู้ค้ำประกันตามมาตรา ๖๙๓
ที่มา: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๘๖
น้องแว่น

น้องแว่นสรุปค่ะ

  1. เจ้าหนี้ต้องบอกกล่าวภายใน 60 วัน นับแต่ลูกหนี้ผิดนัด — ไม่บอก ดอกเบี้ยหลังพ้น 60 วัน ไม่ใช่ภาระเราค่ะ
  2. เรียกผู้ค้ำก่อนหนังสือถึง ทำไม่ได้ — เด็ดขาดตามกฎหมายค่ะ
  3. เก็บหลักฐานวันผิดนัด + วันรับหนังสือ — สำคัญมาก เพราะคำนวณ 60 วันจากข้อมูลนี้ค่ะ
  4. ชำระตามเงื่อนไขลูกหนี้ได้ — ไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยผิดนัดเพิ่มขณะกำลังชำระค่ะ
4

สัญญาค้ำประกันต้องระบุอะไรบ้าง ถึงจะผูกพันเรา?

ข้อนี้ต่อจาก ข้อ 1 ค่ะ — มาตรา ๖๘๑ ฉบับแก้ไข 2558 กำหนดว่า สัญญาต้องระบุหนี้ที่ค้ำประกัน โดยชัดแจ้ง และผู้ค้ำรับผิดเฉพาะที่ระบุเท่านั้น แต่ในทางปฏิบัติยังมีรายละเอียดที่ต้องดูค่ะ

รูปแบบการค้ำประกัน ต้องระบุระยะเวลาไหม? หมายเหตุ
ค้ำหนี้เฉพาะรายการ (ทั่วไป) ต้องระบุ ไม่ระบุ = ไม่ผูกพัน
ค้ำเพื่อกิจการหลายคราว (ม.699) ไม่ต้องระบุ ยกเว้นพิเศษ
หนี้ในอนาคต / มีเงื่อนไข ต้องระบุวัตถุประสงค์ ค้ำได้ถ้าระบุหนี้ที่อาจเกิดได้จริง
จุดสำคัญ: แม้ลูกหนี้ทำสัญญาด้วยความสำคัญผิดหรือไร้ความสามารถ — ผู้ค้ำก็อาจยังผูกพันได้ ถ้าผู้ค้ำรู้เหตุนั้นในขณะเซ็น ดังนั้นก่อนเซ็น ต้องรู้จริงว่าค้ำให้ใคร เพื่ออะไร วงเงินเท่าไหร่ค่ะ

ปัญหาที่พบบ่อย คือสัญญาค้ำประกันมักระบุวงเงินสูงสุดไว้ไม่ชัดเจน หรือใช้ภาษากว้างเกินไป เช่น "ค้ำประกันหนี้สินทั้งหมด" โดยไม่ระบุจำนวน — แบบนี้ตามกฎหมายใหม่ ไม่ผูกพันผู้ค้ำประกันค่ะ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๕๘) บัญญัติไว้ว่า
มาตรา ๖๘๑ อันค้ำประกันนั้นจะมีได้แต่เฉพาะเพื่อหนี้อันสมบูรณ์ หนี้ในอนาคตหรือหนี้มีเงื่อนไขจะประกันไว้เพื่อเหตุการณ์ซึ่งหนี้นั้นอาจเป็นผลได้จริงก็ประกันได้ แต่ต้องระบุวัตถุประสงค์ในการก่อหนี้รายที่ค้ำประกัน
ลักษณะของมูลหนี้ จำนวนเงินสูงสุดที่ค้ำประกัน และระยะเวลาในการก่อหนี้ที่จะค้ำประกัน เว้นแต่เป็นการค้ำประกันเพื่อกิจการเนื่องกันไปหลายคราวตามมาตรา ๖๙๙ จะไม่ระบุระยะเวลาดังกล่าวก็ได้ สัญญาค้ำประกันต้องระบุหนี้หรือสัญญาที่ค้ำประกันไว้โดยชัดแจ้ง
และผู้ค้ำประกันย่อมรับผิดเฉพาะหนี้หรือสัญญาที่ระบุไว้เท่านั้น หนี้อันเกิดแต่สัญญาซึ่งไม่ผูกพันลูกหนี้เพราะทำด้วยความสำคัญผิดหรือเพราะเป็นผู้ไร้ความสามารถนั้นก็อาจจะมีประกันอย่างสมบูรณ์ได้ ถ้าหากว่าผู้ค้ำประกันรู้เหตุสำคัญผิดหรือไร้ความสามารถนั้นในขณะที่เข้าทำสัญญาผูกพันตน
ที่มา: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๘๑
น้องแว่น

น้องแว่นสรุปค่ะ

  1. 3 อย่างบังคับ — วัตถุประสงค์/ลักษณะหนี้ · วงเงินสูงสุด · ระยะเวลา — ขาดอันใด ไม่ผูกเราค่ะ
  2. "ค้ำหนี้ทั้งหมด" ไม่ระบุจำนวน — ตามกฎหมายใหม่ถือว่าไม่ผูกพันผู้ค้ำประกันค่ะ
  3. หนี้ในอนาคต ค้ำได้ — แต่ต้องระบุวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนว่าเป็นหนี้อะไรค่ะ
  4. ก่อนเซ็น ต้องรู้ 3 อย่าง — ค้ำให้ใคร เพื่ออะไร วงเงินเท่าไหร่ค่ะ
5

ลูกหนี้มีข้อต่อสู้อะไร เราใช้ได้หมดเลยไหม?

มาตรา ๖๙๔ มอบสิทธิที่ทรงพลังให้ผู้ค้ำประกัน — นอกจากข้อต่อสู้ของเราเอง เรายังยกข้อต่อสู้ทั้งหลายของลูกหนี้ขึ้นต่อสู้กับเจ้าหนี้ได้ด้วยค่ะ

หมายความว่า ถ้าลูกหนี้มีสิทธิ์ต่อสู้ว่า — "หนี้ยังไม่ถึงกำหนด" / "เจ้าหนี้ผิดสัญญาก่อน" / "สัญญาหลักเป็นโมฆะ" / "ชำระไปแล้วบางส่วน"ผู้ค้ำประกันสามารถยกข้อต่อสู้เหล่านั้นได้ทั้งหมดค่ะ

ตัวอย่างข้อต่อสู้ที่ใช้ได้ ผู้ค้ำยกได้ไหม?
หนี้ยังไม่ถึงกำหนดชำระ ได้ค่ะ
สัญญาหลักเป็นโมฆะ / โมฆียะ ได้ค่ะ
เจ้าหนี้ผิดสัญญาก่อน ได้ค่ะ
ลูกหนี้ชำระหนี้ไปบางส่วนแล้ว ได้ค่ะ
หนี้ขาดอายุความแล้ว ได้ค่ะ
ข้อต่อสู้เฉพาะตัวของลูกหนี้เท่านั้น ขึ้นอยู่กับลักษณะข้อต่อสู้นั้นๆ
ประโยชน์ใหญ่: ถ้าสัญญาหลักมีปัญหา — เช่น ลูกหนี้ถูกหลอก / ถูกบังคับ / สัญญาไม่ชอบด้วยกฎหมาย — ผู้ค้ำประกันไม่ต้องรับผิดตามนั้น แต่ควรปรึกษาทนายเพื่อใช้สิทธิ์ให้ถูกต้องค่ะ

สิทธิ์นี้เป็นการคุ้มครองผู้ค้ำประกันไม่ให้ถูกเรียกชำระหนี้ในกรณีที่แม้แต่ลูกหนี้เองก็ยังมีสิทธิ์ขัดขืน — เป็นหลักการที่เป็นธรรมมากค่ะ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บัญญัติไว้ว่า
มาตรา ๖๙๔ นอกจากข้อต่อสู้ซึ่งผู้ค้ำประกันมีต่อเจ้าหนี้นั้น ท่านว่าผู้ค้ำประกันยังอาจยกข้อต่อสู้ทั้งหลายซึ่งลูกหนี้มีต่อเจ้าหนี้ขึ้นต่อสู้ได้ด้วย
ที่มา: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๙๔
น้องแว่น

น้องแว่นสรุปค่ะ

  1. ยกข้อต่อสู้ลูกหนี้ได้ทั้งหมด — สัญญาโมฆะ / หนี้ยังไม่ถึงกำหนด / ชำระแล้ว ฯลฯ ใช้ได้หมดเลยค่ะ
  2. รวมกับข้อต่อสู้ของเราเอง — มีสองชุดข้อต่อสู้พร้อมกันค่ะ
  3. สัญญาหลักมีปัญหา — ถ้าหนี้ต้นฉบับไม่ชอบ ผู้ค้ำอาจไม่ต้องรับผิดค่ะ
  4. ปรึกษาทนายก่อนใช้สิทธิ์ — ข้อต่อสู้บางอย่างต้องยื่นในศาลให้ถูกวิธีค่ะ

ค้ำประกันยุคใหม่ — กฎหมายปฏิรูปปี 2558 คุ้มครองผู้ค้ำมากขึ้น เราไม่ใช่ "ลูกหนี้สำรอง" อีกต่อไป

  1. นิยาม + เงื่อนไข ค้ำประกัน = รับผิดแทนลูกหนี้ สัญญาต้องระบุวัตถุประสงค์ + วงเงิน + ระยะเวลา จึงผูกพัน  ดูข้อ 1
  2. โมฆะตั้งแต่ต้น ข้อตกลงเอาเปรียบผู้ค้ำที่ขัดกับมาตราคุ้มครอง = โมฆะ แม้เซ็นยอมรับไปแล้ว  ดูข้อ 2
  3. 60 วันสำคัญมาก เจ้าหนี้ต้องบอกกล่าวภายใน 60 วัน ไม่งั้นดอกเบี้ยหลังพ้นกำหนดไม่ใช่ภาระเรา  ดูข้อ 3
  4. ระบุให้ครบ 3 อย่าง วัตถุประสงค์ · วงเงินสูงสุด · ระยะเวลา — ขาดอันใดอันหนึ่ง สัญญาไม่ผูกพัน  ดูข้อ 4
  5. ยกข้อต่อสู้ลูกหนี้ได้ ข้อต่อสู้ทั้งหลายของลูกหนี้ต่อเจ้าหนี้ ผู้ค้ำยกขึ้นต่อสู้ได้ทั้งหมด  ดูข้อ 5

ถ้าคุณกำลังถูกเจ้าหนี้เรียกชำระในฐานะผู้ค้ำประกัน ขอแนะนำให้ตรวจสอบก่อนว่าเจ้าหนี้ทำตามขั้นตอนครบหรือเปล่า — ส่งหนังสือภายใน 60 วันไหม? สัญญาระบุวงเงินสูงสุดชัดเจนไหม? ข้อใดข้อหนึ่งผิดพลาด อาจลดภาระของคุณได้มากค่ะ

อ้างอิง  ·  ① ม.๖๘๐ (นิยามค้ำประกัน)  ·  ② ม.๖๘๑ (สัญญาต้องระบุวัตถุประสงค์+วงเงิน+ระยะเวลา)  ·  ③ ม.๖๘๕/๑ (ข้อตกลงเอาเปรียบ=โมฆะ)  ·  ④ ม.๖๘๖ (บอกกล่าวภายใน 60 วัน)  ·  ⑤ ม.๖๙๑ (รับผิดร่วมลูกหนี้—เสียสิทธิ ม.688-690)  ·  ⑥ ม.๖๙๔ (ยกข้อต่อสู้ลูกหนี้ได้)

💛 หมายเหตุจาก Kelomn: เรารวบรวมข้อมูลนี้เพื่อเป็นแนวทางเบื้องต้น สำหรับการตัดสินใจที่สำคัญหรือกรณีเฉพาะ เราแนะนำให้ปรึกษาทนายความผู้เชี่ยวชาญด้านแรงงานเพิ่มเติมเพื่อความรัดกุมสูงสุดค่ะ ตัวบทกฎหมายทางการสามารถดูได้ที่ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)

น้องแว่น

น้องแว่นสรุปให้ค่ะ — ใจความสำคัญ

  1. ค้ำประกันคืออะไร? เซ็นแล้วเราเสี่ยงแค่ไหน?
  2. ปฏิรูป 2558: ข้อสัญญาเอาเปรียบผู้ค้ำ = โมฆะ ใหม่ 2558
  3. เจ้าหนี้ต้องบอกกล่าวเราภายใน 60 วัน ไม่งั้นเราหลุดพ้นดอกเบี้ย ใหม่ 2558
  4. สัญญาค้ำประกันต้องระบุอะไรบ้าง ถึงจะผูกพันเรา?

รับอัปเดตกฎหมายธุรกิจจาก Kelomn

ติดตามบทความใหม่ เครื่องมือ KKB และสรุปประเด็นกฎหมายธุรกิจที่ควรรู้จากหน้านี้ได้ต่อใน KKB Fans

สมัครรับข่าว ติดต่อทีม Kelomn

อ่านต่อในหัวข้อสัญญาและข้อตกลง

กลับหน้าหลัก สัญญาและข้อตกลง

💛 หมายเหตุจาก Kelomn: เรารวบรวมข้อมูลนี้เพื่อเป็นแนวทางเบื้องต้น สำหรับการตัดสินใจที่สำคัญหรือกรณีเฉพาะ เราแนะนำให้ปรึกษาทนายความผู้เชี่ยวชาญด้านแรงงานเพิ่มเติมเพื่อความรัดกุมสูงสุดค่ะ ตัวบทกฎหมายทางการสามารถดูได้ที่ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)

ถ้าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์ ให้ส่ง กาแฟและขนมปัง ให้เป็นกำลังใจ

กดให้กาแฟ หรือ ขนมปัง สัก 1 อย่างไหมคะ?

ทานกาแฟ ไปแล้ว 3 แก้ว · ทานขนมปัง ไปแล้ว 0 แผ่น