น้องแว่น — Kelomn Legal Café · สัญญาและข้อตกลง
JV กับ Consortium ต่างกันยังไง ใครรับผิดแค่ไหน
ชื่อในบทความนี้เป็นชื่อสมมติ ไม่มีตัวตนจริง เป็นเพียงการเล่าเรื่องทางวิชาการ ไม่ได้ตั้งใจจะพาดพิงบุคคลใดนะคะ
วันนี้มีรุ่นน้องนิติศาสตร์ทักมาถามว่า — "พี่คะ กิจการร่วมค้า กับ กิจการค้าร่วม มันคนละอันกันใช่ไหม? หรือเป็นอันเดียวกันแค่เรียกสลับคำ?"
คำถามนี้ดีมากค่ะ เพราะสองคำนี้ฟังดูคล้ายกันจนคนสับสนบ่อยที่สุดในกฎหมายธุรกิจเลย น้องแว่นจะติวให้เข้าใจทีละขั้น ตั้งแต่ "วางคำให้ถูก" ไปจนถึง "ใครรับผิดแค่ไหน" แบบจำง่าย ๆ ค่ะ ☕
จุดที่คนสับสนบ่อย — วางคำให้ถูกก่อนค่ะ
หลายคน (รวมถึงเอกสารบางฉบับ) มัก "สลับคำ" กันค่ะ จำง่าย ๆ ว่าคำที่มี "ร่วมค้า" = ร่วมกันเป็นหน่วยเดียว ส่วนคำที่มี "ค้าร่วม" = ต่างคนต่างค้า แล้วมาร่วมงานกัน การจับคู่ที่ถูกต้องคือ:
รวมกันเป็นหน่วยเดียว
ต่างคนต่างค้า มาร่วมงาน
ข้อ 1–2 · รู้จัก "กิจการร่วมค้า (JV)" และทำได้กี่แบบ
กิจการร่วมค้า (Joint Venture) คืออะไร?
คำตอบสั้น ๆ ก่อนเลยค่ะ — กิจการร่วมค้า (JV) คือการที่นิติบุคคลตั้งแต่ 2 รายมาร่วมลงทุน-ร่วมทำกิจการเป็น "หน่วยเดียวกัน" เพื่อหากำไรร่วมกัน และกฎหมายภาษีจะมองกิจการร่วมค้าเป็น "นิติบุคคล" หน่วยหนึ่งในตัวมันเองค่ะ
ลองนึกภาพแบบนี้นะคะ — JV เหมือน การ "แต่งงานจดทะเบียน" แล้วสร้างบ้านอยู่ร่วมกัน ลงเงิน ลงแรงร่วมกัน มีกำไร-ขาดทุนร่วมกัน และในสายตาคู่สัญญาภายนอกกับสรรพากร เขามองว่าเป็น "ครอบครัวเดียว" หรือหน่วยเดียวค่ะ
สมมุติว่า บริษัท A (เก่งงานก่อสร้าง) จับมือกับ บริษัท B (เก่งงานระบบไฟฟ้า) ตั้งกิจการร่วมค้า "A-B Joint Venture" ขึ้นมารับงานสร้างโรงพยาบาลหนึ่งหลัง — กิจการร่วมค้านี้แหละค่ะที่กฎหมายมองเป็นหน่วยภาษีหนึ่งหน่วย
| คำถามที่น้อง ๆ ถามบ่อย | คำตอบสั้น ๆ |
|---|---|
| เป็นนิติบุคคลในทางภาษีไหม? | ใช่ — เป็นหน่วยภาษีเดียว |
| ใครร่วมกันได้บ้าง? | บริษัทกับบริษัท / บริษัทกับห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ฯลฯ |
| วัตถุประสงค์? | ดำเนินการร่วมกันเป็นทางค้าหรือหากำไร |
เรียบเรียงจากนิยามในประมวลรัษฎากร มาตรา ๓๙ · ตรวจสอบตัวบทได้ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
“บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล” หมายความว่า บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ และให้หมายความรวมถึง (๑) กิจการซึ่งดำเนินการเป็นทางค้าหรือหากำไรโดยรัฐบาลต่างประเทศ องค์การของรัฐบาลต่างประเทศ หรือนิติบุคคลอื่นที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ (๒) กิจการร่วมค้า ซึ่งได้แก่กิจการที่ดำเนินการร่วมกันเป็นทางค้าหรือหากำไรระหว่างบริษัทกับบริษัท บริษัทกับห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลกับห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือระหว่างบริษัทและ/หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลกับบุคคลธรรมดา คณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือนิติบุคคลอื่น (๓) มูลนิธิหรือสมาคมที่ประกอบกิจการซึ่งมีรายได้ แต่ไม่รวมถึงมูลนิธิหรือสมาคมที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดตามมาตรา ๔๗ (๗) (ข) (๓/๑) กองทุนรวมที่เป็นนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ (๔) นิติบุคคลที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี และประกาศในราชกิจจานุเบกษา
น้องแว่นสรุปค่ะ
- JV = แต่งงานจดทะเบียน — ร่วมลงทุน ร่วมทำกิจการเป็นหน่วยเดียวกันค่ะ
- กฎหมายภาษีมองเป็นนิติบุคคล — เข้านิยาม "บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล" ตามมาตรา ๓๙
- ร่วมกันเพื่อหากำไร — ระหว่างบริษัทกับบริษัท หรือบริษัทกับห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ฯลฯ
กิจการร่วมค้า (JV) ทำได้กี่แบบ?
คำตอบคือ ทำได้ 2 แบบค่ะ และนี่เป็นจุดที่น้อง ๆ ต้องแยกให้ออก เพราะ "ความรับผิด" ของสองแบบนี้ไม่เท่ากันเลย น้องแว่นขอใช้อุปมา "บ้าน" ช่วยจำนะคะ
แบบที่ 1 — ร่วมงานโดยไม่ตั้งนิติบุคคลใหม่ (กิจการร่วมค้าตามมาตรา ๓๙): เหมือนบ้านเดิมของ A และ B ยังอยู่ครบ ไม่ถูกยุบ จับมือกันทำเฉพาะ "งานนี้" งานเดียว ไม่ต้องไปไล่ตรวจ (Due Diligence) บ้านเพื่อนทั้งหลัง — แต่ในทางภาษีถือเป็น "หน่วยเดียว" และผู้ร่วมค้าร่วมรับผิดค่ะ
แบบที่ 2 — ตั้ง "บริษัท C" ใหม่ร่วมกัน (บริษัทร่วมทุน / SPV เฉพาะกิจ): เหมือนสร้างบ้านหลังใหม่ขึ้นมาอีกหลัง บ้านเดิมของ A และ B ก็ยังอยู่ ความรับผิดจะถูกจำกัดอยู่ในนิติบุคคลใหม่ (บริษัท C) ตามหลักความรับผิดจำกัดของบริษัทค่ะ
| มุมเปรียบเทียบ | แบบ 1 · ไม่ตั้งนิติบุคคลใหม่ | แบบ 2 · ตั้งบริษัท C ใหม่ |
|---|---|---|
| อุปมา "บ้าน" | บ้านเดิม A/B จับมือทำงานเดียว | สร้างบ้านใหม่ (บริษัท C) |
| นิติบุคคลใหม่ | ไม่มี | มี (บริษัทร่วมทุน) |
| หน่วยภาษี | เป็นกิจการร่วมค้า = หน่วยเดียว | บริษัท C เป็นหน่วยภาษีของตน |
| ความรับผิดของผู้ร่วม | ร่วมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม | จำกัดในบริษัท C |
เรียบเรียงจากแนวปฏิบัติทางภาษีของกรมสรรพากร (rd.go.th) ประกอบนิยามตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๓๙
(๒) กิจการร่วมค้า ซึ่งได้แก่กิจการที่ดำเนินการร่วมกันเป็นทางค้าหรือหากำไรระหว่างบริษัทกับบริษัท บริษัทกับห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลกับห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือระหว่างบริษัทและ/หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลกับบุคคลธรรมดา คณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือนิติบุคคลอื่น
น้องแว่นสรุปค่ะ
- แบบ 1 ไม่ตั้งนิติบุคคลใหม่ — บ้านเดิมยังอยู่ จับมือทำงานเดียว เป็นหน่วยภาษีเดียวและร่วมรับผิดค่ะ
- แบบ 2 ตั้งบริษัท C ใหม่ — สร้างบ้านใหม่ ความรับผิดจำกัดในบริษัทใหม่
- กิจการร่วมค้าตามมาตรา ๓๙ — เน้นที่แบบ 1 ซึ่งเป็นหน่วยภาษีในตัวเอง
พักจิบกาแฟแล้วไปรู้จัก "กิจการค้าร่วม (Consortium)" กันต่อนะคะ ☕
ข้อ 3–4 · รู้จัก "กิจการค้าร่วม (Consortium)" และเทียบให้ชัด
กิจการค้าร่วม (Consortium) คืออะไร?
คำตอบสั้น ๆ ค่ะ — กิจการค้าร่วม (Consortium) คือการที่ผู้ประกอบการหลายรายมาร่วมกันทำให้ "งานเดียว" สำเร็จ โดยแต่ละรายยังคงเป็นนิติบุคคลแยกกัน ไม่ได้รวมเป็นหน่วยเดียว เสร็จงานก็แยกย้ายค่ะ
อุปมาง่าย ๆ คือ "ทำงานเฉพาะกิจ ไม่แต่งงานจดทะเบียน เสร็จงานแยกย้าย" ค่ะ ต่างคนต่างถือกระเป๋าเงินของตัวเอง มาช่วยกันให้โครงการเดียวสำเร็จ แล้วต่างคนต่างกลับบ้านตัวเอง
หัวใจของ Consortium คือหลัก "4 แยก" ที่ทำให้มันต่างจาก JV ชัดเจน — แยกรับเงิน แยกฐานภาษี แยกความรับผิดชอบ และแยกความรับผิดค่ะ
| คำถามที่น้อง ๆ ถามบ่อย | คำตอบสั้น ๆ |
|---|---|
| มีนิยามในกฎหมายไหม? | ไม่มี — เป็นคำทางปฏิบัติ |
| เป็นหน่วยภาษีเดียวไหม? | ไม่ — ต่างคนต่างเป็นหน่วยภาษีของตน |
| รับผิดต่อบุคคลภายนอกแค่ไหน? | เฉพาะขอบเขตงานของตน (several) |
เรียบเรียงจากแนวปฏิบัติของกรมสรรพากร (rd.go.th) และกรมบัญชีกลาง (cgd.go.th) ในงานจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
น้องแว่นสรุปค่ะ
- Consortium = ทำงานเฉพาะกิจ ไม่แต่งงาน — เสร็จงานแยกย้ายค่ะ
- ยึดหลัก "4 แยก" — แยกรับเงิน แยกฐานภาษี แยกความรับผิดชอบ แยกความรับผิด
- ไม่มีนิยามในกฎหมาย — ผลทางภาษีมาจากการที่แต่ละรายยังเป็นนิติบุคคลแยกกัน
ตารางเปรียบเทียบ JV กับ Consortium (หัวใจของเรื่อง)
มาถึงตารางหัวใจที่น้อง ๆ รอแล้วค่ะ ขอให้อ่านทีละแถว แล้วจะเห็นภาพชัดว่าทำไมการ "เลือกผิดแบบ" ถึงมีผลต่อภาษีและความรับผิดมาก เสาซ้ายคือ กิจการร่วมค้า (JV) เสาขวาคือ กิจการค้าร่วม (Consortium) ค่ะ
สมมุติว่ามีโครงการสร้างโรงพยาบาลหนึ่งหลัง บริษัท A กับบริษัท B จับมือกัน — ถ้าเขาเลือกทำเป็น JV เจ้าของงานจะเซ็นสัญญาเดียวกับ "A-B JV" และมองเป็นหน่วยเดียว แต่ถ้าเลือกเป็น Consortium เจ้าของงานจะมองว่า A ทำส่วนโครงสร้าง B ทำส่วนระบบ ต่างคนต่างบิล ต่างคนต่างรับผิดในส่วนของตนค่ะ
| มิติเปรียบเทียบ | กิจการร่วมค้า (Joint Venture / JV) | กิจการค้าร่วม (Consortium) |
|---|---|---|
| 1 · นิยาม / สถานะทางกฎหมาย | มีนิยามในประมวลรัษฎากร มาตรา ๓๙ | ไม่มีนิยามในกฎหมาย เป็นคำทางปฏิบัติ |
| 2 · ผลของการรวมกัน | รวมเป็นหน่วยเดียว · หน่วยภาษีเดียว · ร่วมรับผิด (joint) | ยังแยกกัน · ต่างหน่วยภาษี · รับผิดเฉพาะ scope |
| 3 · ภาษี + เลขผู้เสียภาษี + ภ.ง.ด.50 | ขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษีเอง · ยื่น ภ.ง.ด.50 ในนาม JV | ใช้เลขเดิมของแต่ละราย · ต่างคนต่างยื่น |
| 4 · ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก | ร่วมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม (joint & several) | รับผิดเฉพาะ scopeของตน (several) |
| 5 · การแบ่งงาน-รายได้ | รวมกอง (pool) แล้วแบ่งตามสัดส่วนลงทุน | แยกบิลตามงานของแต่ละราย |
| 6 · สัญญากับเจ้าของงาน | สัญญาเดียวในนามกิจการร่วมค้า | แยก/ต่างฝ่ายต่างบิลในส่วนของตน |
| 7 · การจดทะเบียน / Tax ID | ต้องขอ Tax ID ในนาม JV | ไม่ต้องขอ Tax ID ใหม่ |
| 8 · การบัญชี | ทำบัญชีรวม (พ.ร.บ.การบัญชี ม.๘) | ต่างคนต่างทำบัญชีของตน |
| 9 · การใช้ในจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ | ใช้ได้ ในนามกิจการร่วมค้า | นิยมใช้ — กระจายความเสี่ยงตาม scope |
| 10 · ควรเลือกแบบไหน | อยากเป็นหน่วยเดียว + ร่วมรับผิด | อยากแยกความเสี่ยงตามขอบเขตงาน |
เรียบเรียงจากแนวปฏิบัติ/ข้อหารือของกรมสรรพากร (rd.go.th) และกรมบัญชีกลาง (cgd.go.th) ประกอบประมวลรัษฎากร มาตรา ๓๙ และพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๘
มาตรา ๘ ให้ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน บริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย นิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศที่ประกอบธุรกิจในประเทศไทย กิจการร่วมค้าตามประมวลรัษฎากร เป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี และต้องจัดให้มีการทำบัญชีสำหรับการประกอบธุรกิจของตนโดยมีรายละเอียด หลักเกณฑ์ และวิธีการตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ ในกรณีที่ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีประกอบธุรกิจเป็นประจำในสถานที่หลายแห่งแยกจากกัน ให้ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดการธุรกิจในสถานที่นั้นเป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี ในกรณีที่ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีเป็นกิจการร่วมค้าตามประมวลรัษฎากร ให้บุคคลซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินการของกิจการนั้นเป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีมีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษา กำหนดให้บุคคลธรรมดาใดหรือห้างหุ้นส่วนที่มิได้จดทะเบียนที่ประกอบธุรกิจใดในประเทศไทยตามเงื่อนไขใดเป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีตามพระราชบัญญัตินี้ได้ ประกาศของรัฐมนตรีตามวรรคสี่ ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาล่วงหน้าไม่น้อยกว่าหกเดือนก่อนวันใช้บังคับ ในกรณีที่มีประกาศของรัฐมนตรีตามวรรคสี่ ให้อธิบดีกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับวันเริ่มทำบัญชีครั้งแรก และกำหนดวิธีการจัดทำบัญชีของบุคคลธรรมดาหรือห้างหุ้นส่วนที่มิได้จดทะเบียนนั้น
น้องแว่นสรุปค่ะ
- JV = หน่วยเดียว — หน่วยภาษีเดียว ขอเลขผู้เสียภาษีเอง ทำบัญชีรวม ร่วมรับผิดค่ะ
- Consortium = ยังแยกกัน — ต่างหน่วยภาษี ต่างคนต่างบิล ต่างคนต่างทำบัญชี รับผิดเฉพาะ scope
- กิจการร่วมค้ามีหน้าที่ทำบัญชี — ตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๘ ชัดเจนค่ะ
สรุปให้เลือก — แล้วธุรกิจควรใช้แบบไหน?
คำถามสุดท้ายที่น้อง ๆ ต้องตอบให้ได้คือ "งานนี้ควรทำเป็น JV หรือ Consortium?" น้องแว่นทำเป็นแผนผังสั้น ๆ ให้ตัดสินใจง่ายขึ้นค่ะ
หลักคิดง่าย ๆ คือถามตัวเองว่า "อยากเป็นหน่วยเดียวและร่วมรับผิดไปด้วยกัน หรืออยากแยกความเสี่ยงให้ชัดตามขอบเขตงาน?" คำตอบนี้จะพาไปหารูปแบบที่เหมาะค่ะ
| โจทย์ของธุรกิจ | รูปแบบที่เหมาะ |
|---|---|
| อยากเป็นหน่วยเดียว + ร่วมรับผิดร่วมรับชอบ | กิจการร่วมค้า (JV) |
| อยากแยกความเสี่ยงตามขอบเขตงาน (scope) | กิจการค้าร่วม (Consortium) |
| อยากจำกัดความรับผิดในนิติบุคคลใหม่ | JV แบบตั้งบริษัท C ใหม่ |
เป็นแนวทางพิจารณาเชิงหลักการ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีและกฎหมายธุรกิจประกอบการตัดสินใจจริง
น้องแว่นสรุปค่ะ
- อยากเป็นหน่วยเดียว + ร่วมรับผิด → เลือก JV (กิจการร่วมค้า) ค่ะ
- อยากแยกความเสี่ยงตาม scope → เลือก Consortium (กิจการค้าร่วม)
- อยากจำกัดความรับผิด → JV แบบตั้งบริษัทใหม่ (SPV) ก็เป็นทางเลือกค่ะ
ถ้าจำได้แค่ประโยคเดียวจากบทความนี้ ขอให้จำว่า — "ร่วมค้า" รวมเป็นหนึ่งและร่วมรับผิด · "ค้าร่วม" แยกกันชัดและรับผิดเฉพาะส่วน ค่ะ
- กิจการร่วมค้า (JV) รวมเป็นหน่วยเดียว เป็นหน่วยภาษีเดียวตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๓๙ ดูข้อ 1
- JV ทำได้ 2 แบบ ไม่ตั้งนิติบุคคลใหม่ (ร่วมรับผิด) หรือ ตั้งบริษัทใหม่ (รับผิดจำกัด) ดูข้อ 2
- กิจการค้าร่วม (Consortium) ยึดหลัก 4 แยก — แยกรับเงิน แยกภาษี แยกความรับผิดชอบ แยกความรับผิด · ไม่มีนิยามในกฎหมาย ดูข้อ 3
- ความรับผิด JV ร่วมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม · Consortium รับผิดเฉพาะขอบเขตงานของตน ดูข้อ 4
- เลือกแบบไหน อยากเป็นหน่วยเดียว→JV · อยากแยกความเสี่ยงตาม scope→Consortium ดูข้อ 5
เรื่องเลือกรูปแบบการร่วมงานทางธุรกิจ ดูเหมือนแค่เรียกชื่อต่างกัน แต่ผลทางภาษีและความรับผิดต่างกันมากค่ะ ถ้าเป็นโครงการจริงที่มีมูลค่าสูง แนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีและกฎหมายธุรกิจก่อนเซ็นสัญญานะคะ
ถ้าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์ ให้ส่ง กาแฟและขนมปัง ให้เป็นกำลังใจ
กดให้กาแฟ หรือ ขนมปัง สัก 1 อย่างไหมคะ?