Kelomn
Business Law for the Business Life
น้องแว่นถือกาแฟเตรียมขึ้นชั้นสองของคาเฟ่กฎหมาย

น้องแว่นเปิดตำราโรงแรม ชื่อป้ายไม่สำคัญ พฤติกรรมสำคัญกว่า

โฮสเทลเข้าข่าย "โรงแรม" ตามกฎหมาย ต้องขอใบอนุญาตโรงแรมไหม?

รหัสบทความsbl_real-estate_hostel-vs-hotel_001_20260604

ชื่อบุคคลในบทความนี้เป็นชื่อสมมติ (พี่เอ พี่บี น้าซี ลุง D) เพื่อการอธิบายเชิงวิชาการ ไม่ได้พาดพิงบุคคลหรือสถานที่ใดจริง

พี่เอ เปิดที่พักในเชียงใหม่ ติดป้ายว่า Mountain Hostel มี 12 ห้อง รับนักท่องเที่ยวรายวัน พี่เอบอกว่า "เรียกว่าโฮสเทล ไม่ใช่โรงแรม น่าจะไม่ต้องขอใบอนุญาตโรงแรมนะ?" น้องแว่นได้ยินแล้วต้องหยุดก่อนเลยค่ะ เพราะนี่คือความเข้าใจผิดที่พบบ่อยมาก และมีโทษทั้งจำทั้งปรับ
🏠 🔑 📋

5 เรื่องที่ต้องรู้ก่อนเปิดที่พัก

1

"โรงแรม" ตามกฎหมายนิยามอย่างไร ชื่อป้ายไม่สำคัญ

พี่เอเข้าใจผิดว่า "ชื่อ" คือตัวกำหนดว่าต้องขอใบอนุญาตโรงแรมหรือไม่ แต่มาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. ๒๕๔๗ บัญญัติไว้ว่า กฎหมายดูที่ วัตถุประสงค์และลักษณะการให้บริการ ไม่ใช่ชื่อป้าย

สถานที่พักจะเข้านิยาม "โรงแรม" ต่อเมื่อมีองค์ประกอบครบ คือ จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในทางธุรกิจ ให้บริการที่พักชั่วคราว และมีค่าตอบแทน ถ้าครบทั้ง 3 ข้อ ไม่ว่าจะชื่อโฮสเทล เกสต์เฮาส์ รีสอร์ท หรือบ้านพักแสนสบาย ก็ถือว่าเป็น "โรงแรม" ตามกฎหมายทั้งสิ้นค่ะ

ชื่อที่ใช้ลักษณะการให้บริการถือเป็น "โรงแรม" ตาม ม.4?
โรงแรมเช่ารายวัน เพื่อธุรกิจใช่
โฮสเทลเช่ารายวัน เพื่อธุรกิจใช่
เกสต์เฮาส์เช่ารายวัน เพื่อธุรกิจใช่
รีสอร์ทเช่ารายวัน เพื่อธุรกิจใช่
อพาร์ตเมนต์เช่ารายเดือนเท่านั้นไม่ใช่ (ข้อยกเว้น)
ที่พักรัฐ/สาธารณกุศลไม่หากำไรไม่ใช่ (ข้อยกเว้น)

(อ้างอิงจากพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๔)

💡 หลักกฎหมายสำคัญ: "โฮสเทล" ไม่ใช่คำที่กฎหมายโรงแรมบัญญัติไว้ การเรียกชื่ออื่นไม่ได้ทำให้หลุดพ้นจากนิยาม "โรงแรม" ถ้าลักษณะการให้บริการเข้าข่ายค่ะ
พระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๔ บัญญัติไว้ว่า
มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้ “โรงแรม” หมายความว่า สถานที่พักที่จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในทางธุรกิจเพื่อให้บริการที่พักชั่วคราวสำหรับคนเดินทางหรือบุคคลอื่นใดโดยมีค่าตอบแทน ทั้งนี้ ไม่รวมถึง
(๑) สถานที่พักที่จัดตั้งขึ้นเพื่อให้บริการที่พักชั่วคราวซึ่งดำเนินการโดยส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ หรือเพื่อการกุศล หรือการศึกษา ทั้งนี้ โดยมิใช่เป็นการหาผลกำไรหรือรายได้มาแบ่งปันกัน
(๒) สถานที่พักที่จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการที่พักอาศัยโดยคิดค่าบริการเป็นรายเดือนขึ้นไปเท่านั้น
(๓) สถานที่พักอื่นใดตามที่กำหนดในกฎกระทรวง “ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรม” หมายความว่า ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมตามพระราชบัญญัตินี้ “ผู้จัดการ” หมายความว่า ผู้จัดการโรงแรมตามพระราชบัญญัตินี้ “ผู้พัก” หมายความว่า คนเดินทางหรือบุคคลอื่นใดที่ใช้บริการที่พักชั่วคราวของโรงแรม “ใบอนุญาต” หมายความว่า ใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม “นายทะเบียน” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้เป็นนายทะเบียนตามพระราชบัญญัตินี้ “พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งนายทะเบียนแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ โดยแต่งตั้งจาก (๑) ข้าราชการตำรวจตั้งแต่ชั้นสัญญาบัตรขึ้นไป หรือ (๒) ข้าราชการพลเรือนตั้งแต่ระดับสามขึ้นไป หรือ (๓) ข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นตั้งแต่ระดับสามขึ้นไป “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการส่งเสริมและกำกับธุรกิจโรงแรม “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ที่มา: พระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๔สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
น้องแว่น

น้องแว่นสรุปค่ะ

  1. กฎหมายดู วัตถุประสงค์และการให้บริการ ไม่ดูชื่อป้ายค่ะ
  2. ธุรกิจ + ชั่วคราว + มีค่าตอบแทน = โรงแรมตาม ม.๔
  3. โฮสเทล เกสต์เฮาส์ รีสอร์ท ล้วนเข้าข่ายถ้าครบองค์ประกอบ
  4. ข้อยกเว้น: รายเดือนเท่านั้น หรือ ไม่หากำไร หรือ ตามกฎกระทรวงกำหนด
2

ข้อยกเว้นตามกฎกระทรวง ที่พักเล็กยังมีทางออก

พี่บี มีบ้านพักในเกาะสมุย ห้องพัก 3 ห้อง รับแขกครั้งละไม่เกิน 15 คน ถามว่าต้องขอใบอนุญาตโรงแรมไหม? คำตอบอยู่ที่ข้อยกเว้นตามมาตรา ๔ (๓) ซึ่งเปิดช่องให้รัฐมนตรีออกกฎกระทรวงกำหนดประเภทสถานที่พักที่ไม่ถือเป็นโรงแรม

กฎกระทรวงกำหนดประเภทและหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจโรงแรม (ออกตามความในมาตรา ๔ (๓) แห่งพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. ๒๕๔๗) กำหนดเพดานสำหรับ "สถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรม" ไว้ว่า ห้องพักรวมทุกอาคาร ไม่เกิน 8 ห้อง และผู้พักรวม ไม่เกิน 30 คน โดยต้องมีวัตถุประสงค์เพื่อรายได้เสริม และต้องแจ้งให้นายทะเบียนทราบตามแบบที่รัฐมนตรีกำหนด

เกณฑ์ต้องขอใบอนุญาตโรงแรม?ต้องทำอะไร?
ห้องพักไม่เกิน 8 ห้อง + ผู้พักไม่เกิน 30 คน + รายได้เสริมไม่ต้องขอแจ้งนายทะเบียน
ห้องพักเกิน 8 ห้อง หรือผู้พักเกิน 30 คนต้องขอยื่นขอใบอนุญาต
ธุรกิจหลัก (ไม่ใช่รายได้เสริม)ต้องขอยื่นขอใบอนุญาต

(อ้างอิงจากกฎกระทรวงกำหนดประเภทและหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจโรงแรม ออกตาม ม.4(3) พ.ร.บ.โรงแรม พ.ศ. ๒๕๔๗)

💡 สำคัญมาก: "แจ้ง" ไม่เหมือน "ขออนุญาต" แต่ถ้าไม่แจ้งก็ยังผิดกฎหมายอยู่ดีค่ะ พี่บีที่มี 3 ห้อง 15 คน อยู่ในเพดานกฎกระทรวง แต่ต้องแจ้งนายทะเบียนก่อน ส่วนพี่เอที่มี 12 ห้อง เกินทุกเพดาน ต้องขอใบอนุญาตโรงแรมค่ะ
น้องแว่น

น้องแว่นสรุปค่ะ

  1. เพดานปัจจุบัน: ไม่เกิน 8 ห้อง + ไม่เกิน 30 คน + รายได้เสริม ไม่ต้องขอใบอนุญาตโรงแรมค่ะ
  2. ต้อง แจ้งนายทะเบียน ด้วย ไม่ใช่ไม่ต้องทำอะไรเลย
  3. เกินเพดาน = ต้องขอใบอนุญาตโรงแรมเต็มรูปแบบ
  4. ข้อยกเว้นนี้สำหรับ "รายได้เสริม" เท่านั้น ไม่ใช่ธุรกิจหลัก
3

รายวันปนรายเดือน เส้นแบ่งที่ต้องรู้

น้าซี มีอพาร์ตเมนต์ในกรุงเทพฯ บางห้องให้เช่ารายเดือน บางห้องลงแพลตฟอร์มออนไลน์ให้เช่ารายวัน น้าซีคิดว่า "เมื่อมีห้องรายเดือนด้วย น่าจะไม่ต้องขอใบอนุญาตโรงแรม" ความคิดนี้ผิดค่ะ

ข้อยกเว้นในมาตรา ๔ (๒) พระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. ๒๕๔๗ ระบุว่าต้องเป็น "รายเดือนขึ้นไปเท่านั้น" คำว่า "เท่านั้น" มีความหมายสำคัญมาก หมายความว่า ถ้ามีการให้บริการที่พักที่คิดค่าบริการต่ำกว่ารายเดือนแม้แต่ห้องเดียว สถานที่นั้นก็เข้าข่ายโรงแรมทั้งหมด

รูปแบบการคิดค่าบริการเข้าข้อยกเว้น ม.4(2)?ต้องขอใบอนุญาต?
รายเดือนเท่านั้น 100%ได้ไม่ต้อง
รายวัน (ทั้งหมด)ไม่ได้ต้องขอ
รายวัน + รายเดือนปนกันไม่ได้ต้องขอ
รายสัปดาห์ไม่ได้ต้องขอ
รายชั่วโมงไม่ได้ต้องขอ

(อ้างอิงจากพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๔ (๒))

💡 ระวัง: อพาร์ตเมนต์หรือคอนโดที่ได้ใบอนุญาตก่อสร้างประเภท "ที่อยู่อาศัย" แต่นำมาให้เช่ารายวัน นอกจากผิดพระราชบัญญัติโรงแรมแล้ว ยังอาจผิดกฎหมายควบคุมอาคารด้วยค่ะ
น้องแว่น

น้องแว่นสรุปค่ะ

  1. ข้อยกเว้น ม.๔(๒): ต้องเป็น รายเดือนขึ้นไปเท่านั้น ปนกันไม่ได้ค่ะ
  2. รายวัน รายสัปดาห์ รายชั่วโมง = เป็นโรงแรมตามกฎหมาย
  3. ปนรายวันแค่ห้องเดียวก็ไม่เข้าข้อยกเว้นแล้ว
  4. อพาร์ตเมนต์/คอนโดให้เช่ารายวัน = ผิดหลายกฎหมายพร้อมกัน
น้องแว่นพักดื่มกาแฟกลางทาง

น้องแว่นแวะจิบกาแฟ ก่อนไปข้อที่ 4 เรื่องใบอนุญาต และโทษค่ะ

ใบอนุญาต และโทษถ้าไม่ขอ

4

ห้ามประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่มีใบอนุญาต มาตรา ๑๕

ลุง D เปิดที่พักในหัวหินมาสองปีโดยไม่ขอใบอนุญาต มีห้อง 20 ห้อง รับนักท่องเที่ยวรายวัน ลุง D เพิ่งรู้จากน้องแว่นว่าผิดกฎหมาย ต้องรีบดำเนินการอย่างไร?

มาตรา ๑๕ แห่งพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. ๒๕๔๗ วางหลักกฎหมายไว้ชัดว่า ห้ามมิให้ผู้ใดประกอบธุรกิจโรงแรม เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียน การขออนุญาตและการออกใบอนุญาตเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด โดยปกติยื่นคำขอต่อนายทะเบียนโรงแรม ซึ่งในกรุงเทพมหานครคือกรมการปกครอง และในต่างจังหวัดคือที่ว่าการอำเภอในพื้นที่

พระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๑๕ บัญญัติไว้ว่า
มาตรา ๑๕ ห้ามมิให้ผู้ใดประกอบธุรกิจโรงแรม เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียน การขอใบอนุญาตและการออกใบอนุญาต ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
ที่มา: พระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๑๕สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
💡 ขั้นตอนขอใบอนุญาต (โดยสังเขป): (1) ตรวจสอบใบอนุญาตก่อสร้างว่าถูกประเภท (2) ยื่นคำขอต่อนายทะเบียนโรงแรม (3) เจ้าหน้าที่ตรวจสถานที่และมาตรฐานความปลอดภัย (4) รับใบอนุญาต อายุ 5 ปี ต้องต่ออายุก่อนหมด ติดต่อกรมการปกครองหรือที่ว่าการอำเภอเพื่อขอรายละเอียดค่ะ
น้องแว่น

น้องแว่นสรุปค่ะ

  1. ม.๑๕ ห้ามประกอบธุรกิจโรงแรม โดยไม่มีใบอนุญาต อย่างเด็ดขาดค่ะ
  2. ยื่นขอที่กรมการปกครอง (กทม.) หรือที่ว่าการอำเภอ (ต่างจังหวัด)
  3. ใบอนุญาตอายุ 5 ปี ต้องต่ออายุก่อนหมด
  4. ต้องตรวจสอบประเภทใบอนุญาตก่อสร้างอาคารด้วย
5

โทษฝ่าฝืน ม.15 จำคุก ปรับ และปรับรายวัน

ลุง D ถามต่อว่า "ถ้าถูกจับขณะยังไม่มีใบอนุญาต โทษหนักแค่ไหน?" คำตอบอยู่ที่มาตรา ๕๙ แห่งพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. ๒๕๔๗ ซึ่งกำหนดโทษสำหรับผู้ฝ่าฝืนมาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง ไว้อย่างชัดเจนค่ะ

โทษที่น่ากลัวที่สุดคือ ปรับรายวัน ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่ หมายความว่า ถ้าเปิดมา 2 ปีโดยไม่มีใบอนุญาต และยังไม่ยอมหยุดกิจการหรือขอใบอนุญาต ค่าปรับรายวันจะสะสมตลอดเวลาค่ะ

โทษอัตราสูงสุดหมายเหตุ
จำคุกไม่เกิน 1 ปีโทษอาญา
ปรับ (ครั้งเดียว)ไม่เกิน 20,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ปรับรายวันไม่เกิน 10,000 บาท/วันตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืน

(อ้างอิงจากพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๕๙ ฝ่าฝืนมาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง)

พระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๕๙ บัญญัติไว้ว่า
มาตรา ๕๙ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกวันละไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่
ที่มา: พระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๕๙สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
💡 ข้อสังเกต: ไม่พบคำพิพากษาฎีกาที่ตรงประเด็นเรื่องโรงแรม/โฮสเทลอย่างเฉพาะเจาะจงจาก deka.supremecourt.or.th ณ 2026-06-04 แต่โทษตามมาตรา ๕๙ เป็นโทษอาญาที่บังคับใช้โดยตรง "ไม่รู้กฎหมาย" ไม่ใช่ข้อแก้ตัวทางอาญาค่ะ
น้องแว่น

น้องแว่นสรุปค่ะ

  1. โทษอาญา: จำคุก ไม่เกิน 1 ปี หรือปรับ ไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  2. ปรับรายวัน ไม่เกิน 10,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืน ค่ะ
  3. ทางแก้เดียวคือ ยื่นขอใบอนุญาตโดยเร็ว ดีกว่ารอให้โดนจับ
  4. ปรึกษาทนายความหรือกรมการปกครองโดยตรงก่อนดำเนินการค่ะ

ทั้ง 5 ข้อนี้มีหัวใจเดียวกัน กฎหมายโรงแรมไทยดูที่ พฤติกรรม ไม่ดูชื่อ ถ้าคุณรับเงินจากที่พักชั่วคราวเพื่อธุรกิจ ไม่ว่าจะชื่ออะไร ก็ต้อง ขอใบอนุญาตตาม ม.15 ก่อนเปิดให้บริการค่ะ

  1. นิยาม ม.4 ธุรกิจ + ชั่วคราว + มีค่าตอบแทน = โรงแรม ไม่ว่าชื่ออะไร  ดูข้อ 1
  2. ข้อยกเว้น ไม่เกิน 8 ห้อง + 30 คน + รายได้เสริม = แค่แจ้งนายทะเบียน  ดูข้อ 2
  3. รายวัน รายวัน/รายสัปดาห์ = โรงแรม; รายเดือนเท่านั้นถึงยกเว้น  ดูข้อ 3
  4. ใบอนุญาต ม.15 ห้ามประกอบโรงแรมโดยไม่มีใบอนุญาต ยื่นที่กรมการปกครอง  ดูข้อ 4
  5. โทษ ม.59 จำคุก 1 ปี หรือปรับ 20,000 บาท + ปรับรายวัน 10,000 บาท  ดูข้อ 5

น้องแว่นหวังว่าบทความนี้จะช่วยให้พี่เอ พี่บี น้าซี และลุง D ตัดสินใจอย่างมีข้อมูลค่ะ ควรปรึกษาทนายความก่อนเปิดกิจการเสมอ

อ้างอิง: พระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๔, ๑๕, ๕๙ | กฎกระทรวงกำหนดประเภทและหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจโรงแรม

💛 หมายเหตุจาก Kelomn: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลความรู้ทั่วไปด้านกฎหมายอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจที่พัก อ้างอิงจากพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. 2547 และกฎกระทรวงที่ออกตาม ซึ่งอาจมีการแก้ไขเพิ่มเติมในอนาคต ข้อมูลในบทความนี้ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายและไม่สามารถใช้แทนการปรึกษาทนายความได้ หากมีประเด็นทางกฎหมายที่ต้องการความชัดเจน สามารถค้นหาตัวบทกฎหมายฉบับเป็นทางการเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS) — Kelomn · AI Legal Research Project · Business Law for the Business Life

ถ้าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์ ให้ส่ง กาแฟ ☕ ขนมปัง 🍞 ให้เป็นกำลังใจ เลี้ยงน้องแว่น KELOMN

กดค้างสักครู่เพื่อส่งกำลังใจไหมคะ?