คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1044/2568
สาระสำคัญ (สรุปโดย AI · ตรวจทานแล้ว)
คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ยกคำขอของโจทก์ในส่วนที่ขอให้นับโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 และที่ 7 ต่อจากโทษจำคุกในคดีอื่นนั้นชอบหรือไม่ ในคดีความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 5 (1), 60 ซึ่งศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 รวม 20 ปี และจำเลยที่ 7 รวม 24 เดือน แต่ยกคำขอนับโทษต่อโดยเห็นว่าไม่ปรากฏว่าคดีที่ขอให้นับโทษต่อศาลมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกแล้ว
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์บรรยายฟ้องไว้ชัดเจนแล้วว่าจำเลยที่ 1 และที่ 7 เป็นบุคคลคนเดียวกันกับจำเลยในคดีของศาลจังหวัดเวียงสระที่ขอให้นับโทษต่อ และแม้จำเลยที่ 1 และที่ 7 ให้การปฏิเสธในชั้นแรก แต่ต่อมาได้ถอนคำให้การเดิมและให้การใหม่เป็นรับสารภาพตามฟ้อง ทั้งในชั้นอุทธรณ์โจทก์ได้แถลงข้อเท็จจริงพร้อมแนบสำเนาคำพิพากษาว่าศาลจังหวัดเวียงสระได้พิพากษาจำคุกจำเลยที่ 1 และที่ 7 ในคดีดังกล่าวไปก่อนแล้วตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคม 2565 ก่อนที่ศาลชั้นต้นจะตัดสินคดีนี้ โดยจำเลยที่ 1 และที่ 7 มิได้ยื่นคำแถลงหรือคำแก้อุทธรณ์คัดค้านให้รับฟังได้เป็นอย่างอื่น ถือว่าข้อเท็จจริงดังกล่าวปรากฏต่อศาลแล้ว ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ย่อมมีอำนาจใช้ดุลพินิจนับโทษจำคุกต่อได้
ศาลฎีกาเห็นว่าฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้นับโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 7 ในคดีนี้ต่อจากโทษจำคุกในคดีหมายเลขแดงที่ คม 1/2565 ของศาลจังหวัดเวียงสระ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8
มาตราที่เกี่ยวข้อง
- พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 5
- พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 60
ข้อมูลคำพิพากษาที่ศาลฎีกาเผยแพร่ · ไม่ใช่เอกสารทางการของศาล · ใช้เพื่อการศึกษา · ควรตรวจสอบสำเนาทางการก่อนอ้างอิง