Kelomn.com · ฎีกาใหม่

คำวินิจฉัยที่ 112/2569

สาระสำคัญ (สรุปโดย AI · ตรวจทานแล้ว)

คดีนี้เป็นปัญหาเขตอำนาจศาลระหว่างศาลยุติธรรมกับศาลทหาร สืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องจำเลยฐานฟ้องเท็จและเบิกความเท็จต่อศาลอาญา ซึ่งศาลอาญาไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำสั่งประทับฟ้องบางข้อหาและพิพากษายกฟ้องบางข้อหา จำเลยยื่นคำร้องโต้แย้งว่าขณะเกิดเหตุตนเป็นนายทหารประทวนยศจ่าสิบตรีซึ่งเป็นบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหาร คดีจึงต้องอยู่ในอำนาจของศาลทหาร มิใช่ศาลยุติธรรม

คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลพิเคราะห์พระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2498 มาตรา 13 แล้วเห็นว่า ศาลทหารมีอำนาจพิจารณาคดีอาญาเฉพาะกรณีผู้กระทำผิดเป็นบุคคลในอำนาจศาลทหารขณะกระทำผิด อันเป็นข้อยกเว้นอำนาจศาลยุติธรรม เว้นแต่จะเข้าข้อยกเว้นตามมาตรา 14 (1) และ (2) หรือมาตรา 15 หากขณะฟ้องไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าจำเลยเป็นบุคคลในอำนาจศาลทหาร ศาลยุติธรรมย่อมมีอำนาจรับคดีไว้พิจารณาได้ เมื่อคำฟ้องของโจทก์มิได้บรรยายว่าจำเลยเป็นนายทหารประจำการ และขณะฟ้องไม่มีหลักฐานชัดเจนในเรื่องนี้ การที่ศาลอาญาไต่สวนมูลฟ้องแล้วสั่งประทับฟ้องและพิพากษายกฟ้องบางข้อหาไปแล้วจึงถือว่าคดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลพลเรือนโดยชอบ แม้ภายหลังจะปรากฏว่าจำเลยเป็นบุคคลในอำนาจศาลทหาร ศาลอาญาก็ยังคงมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีต่อไปได้ตามมาตรา 15 วรรคสอง

คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดว่าคดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม มิใช่ศาลทหาร ข้อโต้แย้งเขตอำนาจศาลของจำเลยฟังไม่ขึ้น

มาตราที่เกี่ยวข้อง

  • พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ.2498 มาตรา 13
  • พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ.2498 มาตรา 14 (1) และ (2)
  • พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ.2498 มาตรา 15
  • พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ.2498 มาตรา 15 วรรคสอง

ข้อมูลคำพิพากษาที่ศาลฎีกาเผยแพร่ · ไม่ใช่เอกสารทางการของศาล · ใช้เพื่อการศึกษา · ควรตรวจสอบสำเนาทางการก่อนอ้างอิง

อ่านฉบับเต็ม