คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1346/2568
สาระสำคัญ (สรุปโดย AI · ตรวจทานแล้ว)
คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า เมื่อตำแหน่งอิหม่าม คอเต็บ บิหลั่น และกรรมการอิสลามประจำมัสยิดซึ่งเป็นนิติบุคคลตาม พ.ร.บ.การบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ. 2540 ว่างลงทั้งหมดจนไม่มีผู้แทนของมัสยิด ผู้ร้องทั้งแปดซึ่งเป็นมุสลิมที่ปฏิบัติศาสนกิจอยู่ที่มัสยิดดังกล่าวจะเป็นผู้มีส่วนได้เสียที่ชอบจะร้องขอให้ศาลแต่งตั้งผู้แทนชั่วคราวของมัสยิดตาม ป.พ.พ. มาตรา 73 ได้หรือไม่ โดยศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 5 ยกคำร้อง
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า อำนาจหน้าที่ในการพิจารณามีมติรับมุสลิมเข้าเป็นสัปปุรุษประจำมัสยิดเป็นของคณะกรรมการอิสลามประจำมัสยิดเท่านั้นตามมาตรา 35 (5) ประกอบมาตรา 4 คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดหามีอำนาจดังกล่าวไม่ เมื่อตำแหน่งผู้แทนของมัสยิดว่างลงมาเป็นเวลากว่า 15 ปี สัปปุรุษตามทะเบียนที่ทำไว้ครั้งแรกเหลืออยู่น้อยไม่เพียงพอต่อการคัดเลือกคณะกรรมการอิสลามประจำมัสยิด ทั้งมีการขอให้จดทะเบียนเลิกมัสยิดซึ่งจะมีผลให้ทรัพย์สินของมัสยิดถูกโอนไปยังมัสยิดที่เป็นนิติบุคคลที่อยู่ใกล้ที่สุดตามมาตรา 14 วรรคสอง จึงมีเหตุอันควรเชื่อว่าการปล่อยตำแหน่งว่างไว้น่าจะเกิดความเสียหายแก่มัสยิด ผู้ร้องทั้งแปดจึงเป็นผู้มีส่วนได้เสียชอบที่จะร้องขอต่อศาลได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่จะเป็นกรรมการอิสลามประจำมัสยิดต้องเป็นมุสลิมผู้มีสัญชาติไทยโดยการเกิด เมื่อผู้ร้องที่ 2 ผู้ร้องที่ 5 และผู้ร้องที่ 6 ขาดคุณสมบัติดังกล่าว ส่วนผู้ร้องที่ 8 ยังเป็นสัปปุรุษประจำมัสยิดอื่นและยังไม่ได้ลาออก จึงเห็นควรแต่งตั้งเฉพาะผู้ร้องที่ 1 ผู้ร้องที่ 3 ผู้ร้องที่ 4 และผู้ร้องที่ 7
ศาลฎีกาพิพากษากลับ ให้แต่งตั้งผู้ร้องที่ 1 ผู้ร้องที่ 3 ผู้ร้องที่ 4 และผู้ร้องที่ 7 เป็นผู้แทนชั่วคราวของมัสยิด โดยให้มีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณารับมุสลิมเข้าเป็นสัปปุรุษประจำมัสยิดและจัดทำสมุดทะเบียนสัปปุรุษประจำมัสยิด เพื่อให้คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดดำเนินการคัดเลือกและแต่งตั้งกรรมการอิสลามประจำมัสยิดต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ ฝ่ายผู้ร้องจึงเป็นฝ่ายชนะคดีในชั้นฎีกา
มาตราที่เกี่ยวข้อง
- ป.พ.พ. มาตรา 73
- พ.ร.บ.การบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ.2540 มาตรา 13
- พ.ร.บ.การบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ.2540 มาตรา 14
- พ.ร.บ.การบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ.2540 มาตรา 30
- พ.ร.บ.การบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ.2540 มาตรา 31
- พ.ร.บ.การบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ.2540 มาตรา 33
ข้อมูลคำพิพากษาที่ศาลฎีกาเผยแพร่ · ไม่ใช่เอกสารทางการของศาล · ใช้เพื่อการศึกษา · ควรตรวจสอบสำเนาทางการก่อนอ้างอิง