Kelomn.com · ฎีกาใหม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1396-1481/2568

สาระสำคัญ (สรุปโดย AI · ตรวจทานแล้ว)

คดีนี้มีประเด็นต้องวินิจฉัยว่าการที่นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างโดยอ้างเหตุความจำเป็นด้านการจัดการ เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 49 หรือไม่ โดยศาลฎีกาวางหลักว่าต้องพิจารณาว่านายจ้างมีเหตุแห่งการเลิกจ้างจริงหรือไม่ เหตุนั้นสมควรและเพียงพอแก่การเลิกจ้างหรือไม่ และนายจ้างได้ดำเนินมาตรการต่าง ๆ เท่าที่จำเป็นและเหมาะสมเพื่อแก้ไขปัญหาก่อนการเลิกจ้างแล้วหรือไม่

ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าเหตุความจำเป็นด้านการจัดการที่จำเลยที่ 1 ยกเลิกแผนกจัดเรียงสินค้าและว่าจ้างบุคคลภายนอกที่มีความเชี่ยวชาญมาดำเนินงานแทนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันนั้นมีอยู่จริง แม้ขณะเลิกจ้างกิจการของจำเลยที่ 1 ยังไม่ถึงกับขาดทุน แต่การปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกิจเพื่อให้แข่งขันได้ในระยะยาวเป็นสิทธิอำนาจจัดการของนายจ้างที่กระทำได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม เมื่อไม่ปรากฏว่าใช้สิทธิโดยไม่สุจริตหรือกลั่นแกล้งลูกจ้าง จึงมีเหตุผลที่สมควรและเพียงพอแก่การเลิกจ้าง ทั้งก่อนเลิกจ้างจำเลยที่ 1 ได้จัดประชุมชี้แจงเหตุผลให้ลูกจ้างทราบล่วงหน้าประมาณ 2 เดือน จ่ายเงินช่วยเหลือพิเศษอัตราร้อยละ 15 ของผลคูณเงินเดือนกับอายุงาน จัดโครงการสมัครใจลาออกโดยจ่ายเงินพิเศษเพิ่มอีก 1 เดือนของค่าจ้าง และประสานงานให้ผู้รับจ้างรายใหม่เปิดรับสมัครงานเพื่อให้ลูกจ้างมีโอกาสทำงานต่อ นับว่าได้ดำเนินมาตรการเท่าที่จำเป็นและเหมาะสมเพื่อแก้ไขปัญหาก่อนการเลิกจ้างแล้ว

ศาลฎีกาจึงวินิจฉัยว่าการเลิกจ้างโจทก์ทั้ง 86 ไม่ใช่การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม โจทก์ทั้ง 86 ไม่มีสิทธิได้รับค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลางที่ให้ยกฟ้องโจทก์ทั้ง 86 ในส่วนนี้ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ทั้ง 86 ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน

มาตราที่เกี่ยวข้อง

  • พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 49

ข้อมูลคำพิพากษาที่ศาลฎีกาเผยแพร่ · ไม่ใช่เอกสารทางการของศาล · ใช้เพื่อการศึกษา · ควรตรวจสอบสำเนาทางการก่อนอ้างอิง

อ่านฉบับเต็ม