Kelomn.com · ฎีกาใหม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 145/2568

สาระสำคัญ (สรุปโดย AI · ตรวจทานแล้ว)

คดีนี้สืบเนื่องจากข้อพิพาทเกี่ยวกับอุบัติเหตุทางรถยนต์ซึ่งเป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย โดยได้เสนอข้อพิพาทต่ออนุญาโตตุลาการตามข้อตกลงระหว่างคู่กรณี อนุญาโตตุลาการวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่าผู้เอาประกันภัยรถยนต์ของผู้ร้องและผู้ตายต่างมีส่วนประมาทเลินเล่อด้วยกันโดยไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน แต่กลับมีคำชี้ขาดให้ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้รับประกันภัยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้คัดค้านแต่เพียงฝ่ายเดียว ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องขอให้ศาลเพิกถอนคำชี้ขาดดังกล่าว โดยศาลชั้นต้นเห็นว่าเป็นเพียงการใช้ดุลพินิจของอนุญาโตตุลาการในการรับฟังพยานหลักฐาน จึงยกคำร้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่อนุญาโตตุลาการรับฟังข้อเท็จจริงว่าทั้งสองฝ่ายมีส่วนก่อให้เกิดความเสียหายเท่ากัน แต่กลับชี้ขาดให้ฝ่ายผู้ร้องเป็นผู้รับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ฝ่ายผู้คัดค้านแต่ฝ่ายเดียว เป็นการชี้ขาดที่ไม่สอดคล้องกับดุลพินิจรับฟังข้อเท็จจริงของตนเอง ขัดต่อตรรกะและไม่มีเหตุผลรองรับ ทั้งยังขัดต่อหลักเกณฑ์การกำหนดค่าเสียหายอันเกิดจากละเมิดตามป.พ.พ. มาตรา 442 ประกอบมาตรา 223 อย่างชัดเจน จึงไม่อาจถือได้ว่าเป็นการใช้ดุลพินิจตามกฎหมายของอนุญาโตตุลาการ

ศาลฎีกาเห็นว่าการยอมรับหรือบังคับตามคำชี้ขาดเช่นนี้เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน อันเป็นเหตุให้เพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการได้ตามพ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 มาตรา 40 วรรคสาม (2)(ข) ศาลฎีกาจึงพิพากษากลับคำสั่งศาลชั้นต้น ให้เพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ อันเป็นผลให้ผู้ร้องเป็นฝ่ายชนะคดีในชั้นนี้

มาตราที่เกี่ยวข้อง

  • ป.พ.พ. มาตรา 223
  • ป.พ.พ. มาตรา 442
  • พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 40 วรรคสาม (2)(ข)

ข้อมูลคำพิพากษาที่ศาลฎีกาเผยแพร่ · ไม่ใช่เอกสารทางการของศาล · ใช้เพื่อการศึกษา · ควรตรวจสอบสำเนาทางการก่อนอ้างอิง

อ่านฉบับเต็ม