คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1702/2568
สาระสำคัญ (สรุปโดย AI · ตรวจทานแล้ว)
คดีนี้มีประเด็นข้อกฎหมายที่ศาลฎีกาต้องวินิจฉัยว่า รถจักรยานยนต์พ่วงข้างที่จำเลยกับพวกใช้บรรทุกหม้อแปลงไฟฟ้าที่ลักไป เป็นทรัพย์สินที่จำเลยกับพวกใช้ในการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์โดยตรงอันพึงต้องริบตาม ป.อ. มาตรา 33 (1) หรือไม่ โดยจำเลยถูกฟ้องและให้การรับสารภาพว่ากระทำความผิดฐานลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 ประกอบมาตรา 336 ทวิ
ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่าหม้อแปลงไฟฟ้าที่ลักมีขนาดใหญ่และน้ำหนักมาก ไม่สามารถเคลื่อนย้ายไปได้ด้วยกำลังของจำเลยกับพวกตามลำพัง จำเลยกับพวกจึงต้องอาศัยรถจักรยานยนต์พ่วงข้างของกลางบรรทุกหม้อแปลงไฟฟ้าดังกล่าวออกไป ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่าพฤติการณ์ดังกล่าวบ่งชี้ชัดเจนว่ารถจักรยานยนต์พ่วงข้างของกลางเป็นเครื่องมือหรือเป็นส่วนหนึ่งของการลักทรัพย์ อันถือได้ว่าเป็นทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิดโดยตรง มิใช่เพียงยานพาหนะที่ใช้ภายหลังกระทำความผิดเท่านั้น
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยและให้ริบรถจักรยานยนต์พ่วงข้างของกลาง ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลย คงโทษตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น แต่ให้คืนรถจักรยานยนต์พ่วงข้างของกลางแก่เจ้าของ โจทก์จึงฎีกาในปัญหาการริบทรัพย์ ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นพ้องด้วยกับฎีกาของโจทก์ ไม่เห็นพ้องด้วยกับศาลอุทธรณ์ภาค 9 ที่ให้คืนทรัพย์ดังกล่าวแก่เจ้าของ พิพากษาแก้เป็นว่าให้ริบรถจักรยานยนต์พ่วงข้างของกลาง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9
มาตราที่เกี่ยวข้อง
- ป.อ. มาตรา 33
- ป.อ. มาตรา 335
- ป.อ. มาตรา 335 วรรคสอง,
- ป.อ. มาตรา 336 ทวิ
ข้อมูลคำพิพากษาที่ศาลฎีกาเผยแพร่ · ไม่ใช่เอกสารทางการของศาล · ใช้เพื่อการศึกษา · ควรตรวจสอบสำเนาทางการก่อนอ้างอิง