Kelomn.com · ฎีกาใหม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1729/2569

สาระสำคัญ (สรุปโดย AI · ตรวจทานแล้ว)

คดีนี้จำเลยฎีกาโต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ที่พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้ลงโทษจำเลยฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกิน 13 ปีซึ่งมิใช่ภริยาของตน โดยใช้อาวุธ ฐานพรากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปีไปเสียจากบิดามารดาเพื่อการอนาจาร และความผิดอื่นที่เกี่ยวเนื่องกัน โดยจำเลยเขียนฎีกาด้วยตนเอง ขอให้ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงจากคำเบิกความของผู้เสียหายทั้งสามใหม่อีกครั้งว่าจำเลยกระทำความผิดฐานดังกล่าวหรือไม่ และขอให้ลงโทษสถานเบาลง

ศาลฎีกาเห็นว่า ความผิดฐานพรากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปีไปเสียจากบิดามารดาเพื่อการอนาจาร เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืนให้จำคุกกระทงละไม่เกิน 5 ปี จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ส่วนฎีกาในความผิดฐานกระทำชำเราเด็กโดยใช้อาวุธนั้น เนื้อหาฎีกาของจำเลยมิได้โต้แย้งว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 วินิจฉัยพยานหลักฐานไม่ชอบด้วยเหตุผลหรือคลาดเคลื่อนในส่วนใด หากแต่เป็นเพียงการคัดลอกคำเบิกความพยานโจทก์ทั้งสามมากล่าวซ้ำ ถือเป็นฎีกาที่ไม่ชัดแจ้งและไม่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 216 วรรคหนึ่ง ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของจำเลยในข้อนี้จึงไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ส่วนที่ขอให้ลงโทษสถานเบา ศาลฎีกาเห็นว่าโทษจำคุกตลอดชีวิตเป็นโทษสถานเดียวตามที่กฎหมายกำหนด และได้ลดโทษให้กึ่งหนึ่งอันเป็นอัตราสูงสุดตามกฎหมายแล้ว จึงไม่อาจลงโทษจำเลยสถานเบากว่านี้ได้อีก

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ภาค 4 ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้นทุกประเด็น จำเลยยังคงต้องรับโทษจำคุกตามคำพิพากษาเดิม

มาตราที่เกี่ยวข้อง

  • ป.วิ.อ. มาตรา 216 วรรคหนึ่ง

ข้อมูลคำพิพากษาที่ศาลฎีกาเผยแพร่ · ไม่ใช่เอกสารทางการของศาล · ใช้เพื่อการศึกษา · ควรตรวจสอบสำเนาทางการก่อนอ้างอิง

อ่านฉบับเต็ม