คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 189/2569
สาระสำคัญ (สรุปโดย AI · ตรวจทานแล้ว)
คดีนี้มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า ศาลชั้นต้นชอบที่จะออกหมายบังคับคดีในส่วนโทษปรับรายวันตลอดระยะเวลาที่จำเลยยังฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าท่าที่ให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่ล่วงล้ำลำน้ำหรือไม่ เมื่อศาลชั้นต้นเคยพิพากษาลงโทษจำเลยฐานปลูกสร้างอาคารล่วงล้ำน้ำโดยไม่ได้รับอนุญาตและฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าท่า ให้จำคุกและปรับ รวมทั้งปรับรายวันวันละ 500.50 บาท นับแต่วันที่ 30 มกราคม 2563 เป็นต้นไปตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืน โดยให้รอการลงโทษจำคุกและปรับไว้มีกำหนด 2 ปี ตาม ป.อ. มาตรา 56
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้มาตรา 56 ให้ศาลมีดุลพินิจรอการกำหนดโทษหรือรอการลงโทษปรับได้ แต่โทษปรับรายวันเป็นมาตรการบังคับตามคำพิพากษาที่มีวัตถุประสงค์ให้การกระทำผิดที่ยังดำเนินอยู่ยุติลง ตราบใดที่จำเลยยังฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าท่า จำเลยก็ยังต้องรับผิดชำระค่าปรับรายวันแก่รัฐต่อไปโดยไม่อาจกำหนดจำนวนรวมที่แน่นอนได้ล่วงหน้า จึงไม่อาจรอการลงโทษปรับรายวันในส่วนที่เกิดขึ้นภายหลังคำพิพากษาได้ การที่ศาลชั้นต้นให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี มีผลเพียงรอการลงโทษปรับเฉพาะส่วนที่ระบุจำนวนแน่นอนได้ในวันพิพากษาเท่านั้น เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าภายหลังคดีถึงที่สุดแล้ว จำเลยยังไม่รื้อถอนอาคารตามคำสั่งของเจ้าท่า การกระทำของจำเลยจึงยังคงเป็นความผิดอยู่ต่อไป
ศาลฎีกาแผนกคดีสิ่งแวดล้อมพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 ที่ให้ออกหมายบังคับคดีแก่โจทก์ตาม ป.อ. มาตรา 29/1 เพื่อยึดทรัพย์สินหรืออายัดสิทธิเรียกร้องในทรัพย์สินของจำเลยมาชำระค่าปรับรายวันในส่วนที่เกิดขึ้นภายหลังคำพิพากษา ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น โจทก์จึงมีสิทธิบังคับคดีในส่วนโทษปรับรายวันดังกล่าวได้ตามคำร้อง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
- ป.อ. มาตรา 56
ข้อมูลคำพิพากษาที่ศาลฎีกาเผยแพร่ · ไม่ใช่เอกสารทางการของศาล · ใช้เพื่อการศึกษา · ควรตรวจสอบสำเนาทางการก่อนอ้างอิง