คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2107/2568
สาระสำคัญ (สรุปโดย AI · ตรวจทานแล้ว)
คดีนี้มีประเด็นที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยสองประการ ประการแรกจำเลยฎีกาอ้างว่าการกระทำเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่ประเด็นนี้จำเลยมิได้อุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้นไว้ โดยชั้นอุทธรณ์จำเลยขอเพียงให้ลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษเท่านั้น ข้อเท็จจริงเรื่องการป้องกันตัวจึงยุติไปแล้วตั้งแต่ชั้นอุทธรณ์ ประการที่สองคือมีเหตุสมควรลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยหรือไม่
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จำเลยยกประเด็นป้องกันตัวขึ้นอ้างในชั้นฎีกาเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามป.วิ.พ. มาตรา 225 วรรคหนึ่งและมาตรา 252 ประกอบพ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4 แม้ผู้พิพากษาที่พิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นจะอนุญาตให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อนี้ ก็หาก่อให้เกิดสิทธิฎีกาแก่จำเลยไม่ ส่วนประเด็นการลงโทษ ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยใช้ไม้ฟาดศีรษะผู้เสียหายซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญจนเกิดบาดแผลฉีกขาดยาวถึง5 เซนติเมตร ลึกถึงกะโหลกศีรษะ ทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหายภายหลังเกิดเหตุ อันแสดงว่าจำเลยมิได้สำนึกผิดและบรรเทาผลร้ายแต่อย่างใด
ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยฎีกาของจำเลยในประเด็นการป้องกันตัว และเห็นว่าโทษจำคุก4 เดือนโดยไม่รอการลงโทษตามที่ศาลล่างทั้งสองกำหนดนั้นเหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้นทุกประเด็น ศาลฎีกาพิพากษายืน จำเลยยังคงต้องรับโทษจำคุก 4 เดือนโดยไม่รอการลงโทษ
มาตราที่เกี่ยวข้อง
- ป.วิ.พ. มาตรา 225 วรรคหนึ่ง
- ป.วิ.พ. มาตรา 252
- พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4
ข้อมูลคำพิพากษาที่ศาลฎีกาเผยแพร่ · ไม่ใช่เอกสารทางการของศาล · ใช้เพื่อการศึกษา · ควรตรวจสอบสำเนาทางการก่อนอ้างอิง