Kelomn.com · ฎีกาใหม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2240/2568

สาระสำคัญ (สรุปโดย AI · ตรวจทานแล้ว)

คดีนี้มีประเด็นว่า การที่โจทก์ยอมรับชำระหนี้บางส่วนจากจำเลยที่ 4 ผู้ค้ำประกันคนหนึ่ง แล้วถอนฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 4 นั้น มีผลเป็นการปลดหนี้ให้แก่จำเลยที่ 4 อันจะทำให้จำเลยที่ 5 ซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันร่วมในหนี้เดียวกันหลุดพ้นจากความรับผิดทั้งหมดหรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การปลดหนี้ตามป.พ.พ. มาตรา 340 ต้องเป็นกรณีที่เจ้าหนี้แสดงเจตนาชัดแจ้งว่าจะปลดหนี้ให้ลูกหนี้ และหากหนี้มีหลักฐานเป็นหนังสือ การปลดหนี้ก็ต้องทำเป็นหนังสือหรือเวนคืน/ขีดฆ่าเอกสารหนี้ด้วย แต่ข้อเท็จจริงปรากฏเพียงว่าโจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยที่ 4 โดยระบุว่าตกลงกันได้เท่านั้น ซึ่งผลของการถอนฟ้องตามป.วิ.พ. มาตรา 176 ประกอบพ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 7 เพียงทำให้โจทก์อาจฟ้องใหม่ได้ภายในอายุความ จึงมิใช่การปลดหนี้ การรับชำระหนี้ 6,000 บาท จากจำเลยที่ 4 ย่อมเป็นประโยชน์แก่จำเลยที่ 5 ในฐานะลูกหนี้ร่วมเพียงเท่าจำนวนที่ได้รับชำระแล้วเท่านั้น หาทำให้จำเลยที่ 5 หลุดพ้นจากความรับผิดส่วนที่เหลือทั้งหมดไม่ โดยจำเลยที่ 5 ยังมีสิทธิไล่เบี้ยเอาจากจำเลยที่ 1 ลูกหนี้ชั้นต้นตามมาตรา 693 และไล่เบี้ยเอาจากจำเลยที่ 4 ตามส่วนตามมาตรา 229 (3) และ 296 ได้ต่อไป

ศาลฎีกาเห็นพ้องกับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ว่าชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 5 ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 5 ร่วมกับจำเลยที่ 1 รับผิดชำระหนี้ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นทั้งจำนวน

มาตราที่เกี่ยวข้อง

  • ป.พ.พ. มาตรา 229
  • ป.พ.พ. มาตรา 296
  • ป.พ.พ. มาตรา 340
  • ป.พ.พ. มาตรา 693
  • ป.วิ.พ. มาตรา 176
  • พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ.2551 มาตรา 7

ข้อมูลคำพิพากษาที่ศาลฎีกาเผยแพร่ · ไม่ใช่เอกสารทางการของศาล · ใช้เพื่อการศึกษา · ควรตรวจสอบสำเนาทางการก่อนอ้างอิง

อ่านฉบับเต็ม