คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2651/2568
สาระสำคัญ (สรุปโดย AI · ตรวจทานแล้ว)
คดีนี้จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นไต่สวนและมีคำสั่งจำหน่ายคดีของโจทก์ตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 มาตรา 14 โดยอ้างว่าสัญญาจ้างก่อสร้างระหว่างโจทก์กับจำเลยมีข้อตกลงให้ระงับข้อพิพาทโดยวิธีอนุญาโตตุลาการ ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ โจทก์อุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว แต่ศาลชั้นต้นกลับส่งสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิจารณาพิพากษา ทั้งที่พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 มาตรา 45 วรรคสอง กำหนดให้การอุทธรณ์คำสั่งหรือคำพิพากษาตามพระราชบัญญัตินี้ต้องยื่นต่อศาลฎีกาโดยตรง ประเด็นแรกที่ศาลฎีกาต้องวินิจฉัยคือกระบวนพิจารณาที่ส่งสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์ภาค 2 นั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าคำสั่งจำหน่ายคดีตามมาตรา 14 วรรคหนึ่ง เป็นคำสั่งของศาลชั้นต้นตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการโดยตรง จึงต้องอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาตามมาตรา 45 วรรคสอง มิใช่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 การที่ศาลชั้นต้นส่งสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์ภาค 2 และศาลอุทธรณ์ภาค 2 รับพิจารณาพิพากษาจึงไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา อันเป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนซึ่งศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยได้เองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาจึงเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 และยกฎีกาของโจทก์ที่ยื่นโต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 เนื่องจากเป็นข้อที่มิได้ว่ากันมาโดยชอบ แต่เห็นสมควรพิจารณาอุทธรณ์เดิมของโจทก์ที่คัดค้านคำสั่งจำหน่ายคดีของศาลชั้นต้นต่อไปโดยไม่ต้องย้อนสำนวน
ในเนื้อหาของอุทธรณ์ ศาลฎีกาพิจารณาสัญญาจ้างก่อสร้างที่โจทก์จำเลยทำกันรวม 6 ฉบับแล้วเห็นว่าเจตนาอันแท้จริงของคู่สัญญาต้องการระงับข้อพิพาทโดยวิธีอนุญาโตตุลาการตามที่ตกลงไว้ในสัญญาฉบับแรกและฉบับหลังสุด ส่วนสัญญาอีกสองฉบับที่มีข้อตกลงให้ฟ้องคดีต่อศาลนั้นจัดทำขึ้นเพียงเพื่อนำไปเสียอากรแสตมป์ ไม่ใช่เจตนาที่แท้จริงเกี่ยวกับวิธีระงับข้อพิพาท เมื่อสัญญาพิพาทมีข้อตกลงอนุญาโตตุลาการ การที่โจทก์นำคดีมาฟ้องศาลโดยมิได้เสนอข้อพิพาทต่ออนุญาโตตุลาการก่อนจึงขัดต่อสัญญาอนุญาโตตุลาการตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 มาตรา 11 และมาตรา 14 วรรคหนึ่ง
ศาลฎีกาพิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ส่งสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์ภาค 2 ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 และยกฎีกาของโจทก์ในส่วนกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบ แต่เมื่อพิจารณาอุทธรณ์เดิมของโจทก์แล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องกับคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้จำหน่ายคดีของโจทก์ออกจากสารบบความตามพ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 มาตรา 14 จึงพิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้น อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น โจทก์จึงต้องไปดำเนินการระงับข้อพิพาทโดยวิธีอนุญาโตตุลาการตามที่ตกลงไว้ในสัญญาต่อไป
มาตราที่เกี่ยวข้อง
- ป.วิ.พ. มาตรา 27 วรรคหนึ่ง
- พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 11
- พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 14
- พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 45 วรรคสอง
ข้อมูลคำพิพากษาที่ศาลฎีกาเผยแพร่ · ไม่ใช่เอกสารทางการของศาล · ใช้เพื่อการศึกษา · ควรตรวจสอบสำเนาทางการก่อนอ้างอิง