คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2658-2663/2568
สาระสำคัญ (สรุปโดย AI · ตรวจทานแล้ว)
คดีนี้มีประเด็นว่าข้อตกลงระหว่างโจทก์ทั้งห้ากับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ซึ่งให้โจทก์ทั้งห้าทำหน้าที่ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วมให้คำปรึกษาด้านการบริหารงานโดยได้รับค่าตอบแทนเป็นรายเดือนนั้น เป็นสัญญาจ้างทำของตามป.พ.พ. หรือเป็นเอกเทศสัญญาประเภทอื่น และเมื่อความสัมพันธ์ดังกล่าวสิ้นสุดลง ฝ่ายใดเป็นฝ่ายผิดสัญญาอันจะมีผลต่อสิทธิเรียกร้องค่าเสียหาย รวมถึงจำเลยที่ 5 ถึงที่ 7 ต้องร่วมรับผิดด้วยหรือไม่
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เนื่องจากการให้คำปรึกษาแต่ละครั้งมิได้มุ่งผลสำเร็จของงานตามที่กำหนดไว้แน่นอน ข้อตกลงดังกล่าวจึงมิใช่สัญญาจ้างทำของ หากแต่เป็นสัญญาต่างตอบแทนอย่างอื่นที่ไม่ได้กำหนดแยกประเภทไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เมื่อจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 แสดงเจตนาไม่ว่าจ้างโจทก์ทั้งห้าต่อไปและไม่มีการปฏิบัติงานอีก ถือว่าทั้งสองฝ่ายต่างแสดงเจตนาเลิกสัญญาโดยปริยายตามป.พ.พ. มาตรา 391 วรรคสามและวรรคท้าย โดยศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์ทั้งห้าไม่ได้เป็นฝ่ายผิดสัญญา หากแต่จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 เป็นฝ่ายผิดสัญญา จึงต้องใช้เงินตามควรค่าแห่งการงานและชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ทั้งห้า ส่วนจำเลยที่ 5 ถึงที่ 7 ไม่ได้เป็นคู่สัญญาและไม่มีนิติสัมพันธ์ใด ๆ กับโจทก์ทั้งห้า จึงไม่ต้องร่วมรับผิด
ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องกับคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ที่ว่าโจทก์ทั้งห้าเป็นฝ่ายผิดสัญญา ฎีกาของโจทก์ทั้งห้าจึงฟังขึ้นบางส่วน พิพากษาแก้ให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ชำระเงินแก่โจทก์แต่ละคนตามสัดส่วนการทำงาน พร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันที่26 กุมภาพันธ์ 2561 ส่วนจำเลยที่ 5 ถึงที่ 7 ยังคงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ทั้งห้า เช่นเดิม นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
มาตราที่เกี่ยวข้อง
- ป.พ.พ. มาตรา 369
- ป.พ.พ. มาตรา 386
- ป.พ.พ. มาตรา 391 วรรคหนึ่ง
- ป.พ.พ. มาตรา 391 วรรคสาม
- ป.พ.พ. มาตรา 391 วรรคท้าย
- ป.พ.พ. มาตรา 587
ข้อมูลคำพิพากษาที่ศาลฎีกาเผยแพร่ · ไม่ใช่เอกสารทางการของศาล · ใช้เพื่อการศึกษา · ควรตรวจสอบสำเนาทางการก่อนอ้างอิง