คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2710/2568
สาระสำคัญ (สรุปโดย AI · ตรวจทานแล้ว)
คดีนี้ศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภครับอนุญาตให้ฎีกาเฉพาะประเด็นว่า โจทก์ผู้รับจำนองได้บอกกล่าวการผิดนัดชำระหนี้ของจำเลยที่ 1 ไปยังจำเลยที่ 2 ผู้ค้ำประกันและผู้จำนองภายในกำหนด 60 วัน นับแต่วันที่จำเลยที่ 1 ผิดนัดตาม ป.พ.พ. มาตรา 686 วรรคหนึ่ง หรือไม่
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า หนังสือแจ้งยกเลิกวงเงินเบิกเงินเกินบัญชียังไม่มีลักษณะเป็นการทวงถามให้ชำระหนี้ จำเลยที่ 1 จึงยังไม่ตกเป็นผู้ผิดนัดตั้งแต่วันเลิกสัญญา แต่ผิดนัดนับแต่วันครบกำหนดตามหนังสือทวงถามฉบับหลัง เมื่อโจทก์มีหนังสือบอกกล่าวการผิดนัดไปยังจำเลยที่ 2 ภายในเวลาไม่เกิน 60 วัน นับแต่วันผิดนัดดังกล่าว จึงเป็นการบอกกล่าวที่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว ฎีกาของจำเลยทั้ง2ในประเด็นนี้ฟังไม่ขึ้น
อย่างไรก็ตาม ศาลฎีกาเห็นว่าการบังคับจำนองเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนที่ยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) ประกอบพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 7 เมื่อโจทก์มีเพียงหนังสือทวงถามให้จำเลยที่ 1 ชำระหนี้ภายใน 7 วัน ซึ่งสั้นกว่าระยะเวลาไม่น้อยกว่า 60 วัน ที่ ป.พ.พ. มาตรา 728 วรรคหนึ่ง กำหนด จึงเป็นการบอกกล่าวบังคับจำนองที่ไม่ชอบ โจทก์ยังไม่มีอำนาจฟ้องบังคับจำนองแก่จำเลยที่ 2
ศาลฎีกาพิพากษาแก้ ให้ยกคำขอของโจทก์ในส่วนที่ขอให้ยึดทรัพย์จำนองของจำเลยที่ 2 ออกขายทอดตลาด พร้อมคืนค่าส่งคำคู่ความที่เรียกเก็บไม่ถูกต้องแก่จำเลยทั้งสอง ส่วนนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ซึ่งโจทก์ยังคงชนะคดีในมูลหนี้หลัก โดยจำเลยทั้งสองยังต้องร่วมกันรับผิดชำระหนี้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
มาตราที่เกี่ยวข้อง
- ป.พ.พ. มาตรา 728 วรรคหนึ่ง
- ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5)
ข้อมูลคำพิพากษาที่ศาลฎีกาเผยแพร่ · ไม่ใช่เอกสารทางการของศาล · ใช้เพื่อการศึกษา · ควรตรวจสอบสำเนาทางการก่อนอ้างอิง