Kelomn.com · ฎีกาใหม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 284/2569

สาระสำคัญ (สรุปโดย AI · ตรวจทานแล้ว)

ประเด็นแห่งคดีคือ จำเลยซึ่งได้รับโอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างอันเป็นทรัพย์มรดก แล้วแบ่งแยกและขายที่ดินบางส่วน ต้องถูกกำจัดมิให้รับมรดกเพราะจงใจยักย้ายหรือปิดบังทรัพย์มรดกโดยฉ้อฉลหรือไม่ ทรัพย์ดังกล่าวยังเป็นทรัพย์มรดกหรือกลายเป็นกรรมสิทธิ์ส่วนตัวแล้ว และการฟ้องขอให้คืนทรัพย์เข้าสู่กองมรดกขาดอายุความหรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จากลำดับการโอนและข้อตกลงในคดีเดิม จำเลยอาจเข้าใจโดยสุจริตว่าการจัดการมรดกเสร็จสิ้นและทรัพย์เป็นกรรมสิทธิ์ส่วนตัว จึงยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนาฉ้อฉลหรือรู้อยู่ว่าทำให้ทายาทอื่นเสียประโยชน์ จำเลยไม่ต้องถูกกำจัดมิให้รับมรดก อย่างไรก็ดี การที่ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์มรดกให้ตนเองในฐานะส่วนตัวไม่ใช่การแบ่งปันมรดกโดยสุจริต การจัดการมรดกจึงยังไม่เสร็จ ผู้รับโอนต่อ ๆ มารวมถึงจำเลยถือครองแทนทายาททั้งหมด และเงินจากการขายยังเป็นทรัพย์มรดก การฟ้องเพื่อให้คืนทรัพย์เป็นการเรียกร้องแบ่งปันมรดก จึงฟ้องได้แม้พ้นกำหนด 1 ปี

คำขอให้คืนที่ดินย่อมรวมสิ่งปลูกสร้างซึ่งเป็นส่วนควบ และทุนทรัพย์ต้องรวมราคาสิ่งปลูกสร้างด้วย ศาลฎีกาพิพากษาแก้ให้จำเลยไม่ถูกกำจัดมิให้รับมรดก แต่ให้คืนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างเข้าสู่กองมรดก และคืนเงินจากการขายที่ดินเพียง 5 ใน 6 ส่วน จำนวน 2,500,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9

มาตราที่เกี่ยวข้อง

  • ป.พ.พ. มาตรา 1605 วรรคหนึ่ง
  • ป.พ.พ. มาตรา 1719
  • ป.พ.พ. มาตรา 1754 วรรคหนึ่ง
  • ป.พ.พ. มาตรา 1784
  • ป.วิ.พ. มาตรา 150

ข้อมูลคำพิพากษาที่ศาลฎีกาเผยแพร่ · ไม่ใช่เอกสารทางการของศาล · ใช้เพื่อการศึกษา · ควรตรวจสอบสำเนาทางการก่อนอ้างอิง

อ่านฉบับเต็ม