คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 304/2568
สาระสำคัญ (สรุปโดย AI · ตรวจทานแล้ว)
คดีนี้เป็นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 90/3 โดยศาลฎีกาต้องวินิจฉัยว่ามีเหตุอันสมควรและมีช่องทางที่จะฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ได้หรือไม่ ซึ่งต้องพิจารณาจากงบการเงินของลูกหนี้ในปีที่ผ่านมาประกอบพยานหลักฐานอื่นว่าช่องทางฟื้นฟูกิจการตามที่เสนอมาจะทำให้กิจการกลับคืนสู่สภาพดำเนินการตามปกติโดยไม่มีหนี้สินต่อไปได้หรือไม่
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่างบแสดงฐานะทางการเงินของลูกหนี้แสดงผลประกอบกิจการขาดทุนและมีหนี้สินเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนถึงสิ้นปี 2563 ลูกหนี้มีหนี้สินรวมประมาณ 5,400 ล้านบาท ขณะมีสินทรัพย์รวมเพียงประมาณ 1,865 ล้านบาท ช่องทางฟื้นฟูกิจการที่ลูกหนี้เสนอ ทั้งการปรับโครงสร้างหนี้และการปรับปรุงธุรกิจเป็นระบบ E-commerce ไม่ปรากฏรายละเอียดในการดำเนินการเพียงพอให้เห็นโอกาสทางธุรกิจหรือรายได้ที่จะนำมาชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ได้ ทั้งก่อนยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ ลูกหนี้เคยทำสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้กับผู้คัดค้านที่ 1 แต่ก็ไม่สามารถชำระหนี้ได้ครบตามสัญญา นอกจากนี้ผู้คัดค้านที่ 1 ซึ่งเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่และเจ้าหนี้อื่นรวม 46 ราย ต่างคัดค้านคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ ทั้งไม่ปรากฏว่ามีสถาบันการเงินใดให้การสนับสนุนเงินทุนหรือแหล่งเงินกู้เพิ่มเติมแก่ลูกหนี้
เมื่อพิจารณาปัจจัยหลักในการดำเนินกิจการของลูกหนี้ที่ประสบปัญหาทั้งการขาดสภาพคล่องทางการเงิน การบริหารจัดการ การถูกเจ้าหนี้ฟ้องคดีหลายราย และรายได้ที่ไม่เพียงพอต่อการชำระหนี้จำนวนมากประกอบกันแล้ว ศาลฎีกาเห็นว่าไม่มีเหตุอันสมควรและไม่มีช่องทางที่จะฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ได้ จึงพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ ให้ยกคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ ผลคือฝ่ายผู้คัดค้านซึ่งเป็นเจ้าหนี้เป็นฝ่ายชนะคดี ส่วนคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ตกไป
มาตราที่เกี่ยวข้อง
- พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/3
ข้อมูลคำพิพากษาที่ศาลฎีกาเผยแพร่ · ไม่ใช่เอกสารทางการของศาล · ใช้เพื่อการศึกษา · ควรตรวจสอบสำเนาทางการก่อนอ้างอิง