คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3133/2568
สาระสำคัญ (สรุปโดย AI · ตรวจทานแล้ว)
คดีนี้มีประเด็นข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยว่า การที่จำเลยหลอกลวงโจทก์ด้วยข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับการซื้อขายสลากกินแบ่งรัฐบาล จนโจทก์หลงเชื่อโอนเงินลงทุนให้แก่จำเลยรวม 29 ครั้ง เป็นความผิดฐานฉ้อโกงตาม ป.อ. มาตรา 341 กรรมเดียว หรือเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันตาม ป.อ. มาตรา 91
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การหลอกลวงของจำเลยในแต่ละครั้งเป็นการแสดงข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับจำนวนสลากกินแบ่งรัฐบาลและจำนวนเงินลงทุนที่แตกต่างกันไปในแต่ละงวด โดยจำเลยแวะเวียนมาชักชวนโจทก์เป็นระยะ และบางครั้งนำเงินกำไรบางส่วนมามอบให้เพื่อสร้างความไว้วางใจก่อนหลอกลวงให้ลงทุนในงวดถัดไปอีก แสดงเจตนาของจำเลยที่ประสงค์จะหลอกลวงโจทก์แยกต่างหากเป็นแต่ละคราว การกระทำจึงสำเร็จและเสร็จสิ้นลงเมื่อโจทก์หลงเชื่อโอนเงินให้ในแต่ละครั้ง ซึ่งจำเลยย่อมยับยั้งการกระทำผิดของตนได้เองในแต่ละคราว มิใช่การกระทำต่อเนื่องด้วยเจตนาเดียวจากครั้งแรก
ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องกับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 ที่วินิจฉัยว่าเป็นความผิดกรรมเดียว โดยเห็นว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษาแก้ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นซึ่งลงโทษจำคุกจำเลยรวม 29 กระทง กระทงละ 3 เดือน หลังลดโทษกึ่งหนึ่งจากการให้การรับสารภาพ รวมจำคุก 87 เดือน และแก้ไขให้จำเลยชำระดอกเบี้ยจากต้นเงิน 523,250 บาท ในอัตราไม่เกินร้อยละ 5 ต่อปี ตามที่กฎหมายกำหนด นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5
มาตราที่เกี่ยวข้อง
- ป.อ. มาตรา 1 (1)
- ป.อ. มาตรา 90
- ป.อ. มาตรา 91
- ป.อ. มาตรา 341
- ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5)
- ป.วิ.อ. มาตรา 40
ข้อมูลคำพิพากษาที่ศาลฎีกาเผยแพร่ · ไม่ใช่เอกสารทางการของศาล · ใช้เพื่อการศึกษา · ควรตรวจสอบสำเนาทางการก่อนอ้างอิง