Kelomn.com · ฎีกาใหม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3150/2568

สาระสำคัญ (สรุปโดย AI · ตรวจทานแล้ว)

คดีนี้โจทก์ฟ้องขอเพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ 1 (พนักงานตรวจแรงงาน) ที่วินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยและค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจากจำเลยที่ 2 โดยเหตุที่จำเลยที่ 2 อ้างว่ามิได้เลิกจ้างโจทก์ ประเด็นแห่งคดีจึงมีเพียงว่าจำเลยที่ 2 เลิกจ้างโจทก์หรือไม่ อันเป็นเหตุให้ต้องเพิกถอนคำสั่งดังกล่าวหรือไม่เท่านั้น มิได้มีประเด็นว่าจำเลยที่ 2 มีสิทธิเลิกจ้างโจทก์เพราะโจทก์กระทำผิดหรือไม่แต่อย่างใด

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานเห็นว่า ที่ศาลแรงงานภาค 2 และศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษหยิบยกเหตุแห่งการเลิกจ้างตามหนังสือเตือนของจำเลยที่ 2 มาวินิจฉัยว่าโจทก์กระทำผิดจนจำเลยที่ 2 มีสิทธิเลิกจ้างโดยไม่ต้องจ่ายเงินและไม่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมนั้น เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นแห่งคดี ไม่ชอบด้วยพ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 51 วรรคหนึ่ง เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าจำเลยที่ 2 เลิกจ้างโจทก์ตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน 2564 จำเลยที่ 2 จึงไม่อาจยกเหตุดังกล่าวขึ้นปฏิเสธความรับผิดได้ และต้องจ่ายค่าชดเชย ค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมพร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ ส่วนจำนวนเงินที่แท้จริงยังต้องฟังข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเกี่ยวกับค่าเที่ยวว่าถือเป็นค่าจ้างหรือไม่ และต้องใช้ดุลพินิจของศาลแรงงานในการกำหนดค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม

ศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นว่า ให้เพิกถอนคำสั่งพนักงานตรวจแรงงาน สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดชลบุรี ที่ 490/2564 และให้ยกคำพิพากษาศาลแรงงานภาค 2 กับศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษในส่วนค่าชดเชย ค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม โดยให้ย้อนสำนวนไปยังศาลแรงงานภาค 2 เพื่อฟังข้อเท็จจริงเรื่องค่าเที่ยวและกำหนดจำนวนเงินดังกล่าวใหม่ตามรูปคดี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ ผลคดีจึงเป็นคุณแก่โจทก์ในหลักการที่ยืนยันว่าจำเลยที่ 2 เลิกจ้างโจทก์และต้องรับผิดจ่ายเงินดังกล่าว

มาตราที่เกี่ยวข้อง

  • พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 51

ข้อมูลคำพิพากษาที่ศาลฎีกาเผยแพร่ · ไม่ใช่เอกสารทางการของศาล · ใช้เพื่อการศึกษา · ควรตรวจสอบสำเนาทางการก่อนอ้างอิง

อ่านฉบับเต็ม