คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3151/2568
สาระสำคัญ (สรุปโดย AI · ตรวจทานแล้ว)
คดีนี้มีประเด็นว่า การที่ลูกจ้างถูกโอนย้ายจากนายจ้างเดิมซึ่งเป็นนิติบุคคลหนึ่งไปทำงานกับนายจ้างใหม่อีกนิติบุคคลหนึ่ง โดยไม่มีการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลง โอน หรือควบกิจการระหว่างสองนิติบุคคลนั้น จะถือเป็นการเปลี่ยนแปลงตัวนายจ้างตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 13 อันเป็นเหตุให้ต้องนับอายุงานของลูกจ้างต่อเนื่องเพื่อคำนวณค่าชดเชยหรือไม่ โดยจำเลยซึ่งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่มีคำสั่งให้โจทก์ในฐานะนายจ้างจ่ายค่าชดเชยเพิ่มเติมแก่จำเลยร่วมซึ่งเป็นลูกจ้าง โดยนับอายุงานต่อเนื่องจากบริษัทเดิมที่จำเลยร่วมเคยทำงานอยู่ก่อน โจทก์จึงฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าว
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การนับอายุงานต่อเนื่องตามมาตรา 13 จะต้องเป็นกรณีที่นายจ้างเดิมมีการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลง โอน หรือควบกับนิติบุคคลใดจนมีผลให้ลูกจ้างไปเป็นลูกจ้างของนายจ้างใหม่ เมื่อบริษัทเดิมกับโจทก์ต่างเป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจากกันโดยไม่มีการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงหรือโอนกิจการต่อกัน กรณีจึงไม่ต้องด้วยมาตรา 13 โดยตรง แต่การที่จำเลยร่วมถูกโอนย้ายไปเป็นลูกจ้างโจทก์โดยความยินยอมนั้น เป็นการโอนสิทธิตาม ป.พ.พ. มาตรา 577 วรรคหนึ่ง เมื่อจำเลยร่วมมิได้ลาออกแล้วสมัครเข้าทำงานใหม่ ฐานะความเป็นลูกจ้างจึงไม่สิ้นสุดลง ต้องนับอายุงานต่อเนื่องกัน เว้นแต่จะมีข้อตกลงเป็นอย่างอื่น เมื่อไม่ปรากฏข้อตกลงห้ามนับอายุงานต่อเนื่อง จึงต้องนับอายุงานของจำเลยร่วมต่อเนื่องกันไปตั้งแต่เริ่มทำงานกับนายจ้างเดิม
ศาลฎีกายังเห็นว่าอุทธรณ์ของโจทก์ในประเด็นนี้เป็นอุทธรณ์ในข้อกฎหมาย มิใช่การโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐาน ที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์จึงไม่ชอบ ศาลฎีกาจึงยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ และเมื่อวินิจฉัยเนื้อหาข้อกฎหมายเองแล้วเห็นว่าคำสั่งของจำเลยที่ให้โจทก์จ่ายค่าชดเชยเพิ่มเติมชอบด้วยกฎหมายแล้ว ไม่มีเหตุเพิกถอน จึงพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ ผลคือจำเลยร่วมมีสิทธิได้รับค่าชดเชยเพิ่มเติมตามคำสั่งของจำเลย โดยนับอายุงานต่อเนื่องดังกล่าว
มาตราที่เกี่ยวข้อง
- ป.พ.พ. มาตรา 577
- พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 13
ข้อมูลคำพิพากษาที่ศาลฎีกาเผยแพร่ · ไม่ใช่เอกสารทางการของศาล · ใช้เพื่อการศึกษา · ควรตรวจสอบสำเนาทางการก่อนอ้างอิง