คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3233/2568
สาระสำคัญ (สรุปโดย AI · ตรวจทานแล้ว)
คดีนี้มีประเด็นข้อกฎหมายว่า สัญญาประกันชีวิตกลุ่มระหว่างผู้เอาประกันภัยซึ่งเป็นสมาชิกของจำเลยกับจำเลยร่วมเกิดขึ้นโดยชอบหรือไม่ เนื่องจากผู้เอาประกันภัยป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับสมองหลายโรคต่อเนื่องมาก่อนสมัครทำประกัน และใบสมัครปรากฏเพียงลายพิมพ์นิ้วมือโดยไม่มีพยานลงลายมือชื่อรับรองตามกฎหมาย อันเป็นปัญหาว่าผู้เอาประกันภัยได้แสดงเจตนาเข้าทำสัญญาและลงลายมือชื่อโดยชอบด้วย ป.พ.พ. มาตรา 9 วรรคสอง หรือไม่ เมื่อผู้เอาประกันภัยถึงแก่ความตาย โจทก์ทั้ง4ในฐานะทายาทจึงฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์จากจำเลยร่วม
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ผู้เอาประกันภัยป่วยเป็นโรคก้านสมองเสื่อม โรคหลอดเลือดสมอง และโรคพาร์กินสัน ซึ่งล้วนเป็นโรคเกี่ยวกับสมองที่อาจกระทบต่อสติสัมปชัญญะและการรับรู้อย่างมีนัยสำคัญ จึงยากจะเชื่อว่าการสมัครทำประกันชีวิตกลุ่มเป็นไปตามเจตนารมณ์ที่แท้จริงของผู้เอาประกันภัย ประกอบกับพยานฝ่ายโจทก์เบิกความขัดแย้งกันเองเกี่ยวกับที่มาของลายพิมพ์นิ้วมือในใบสมัคร อันเป็นข้อพิรุธ เมื่อใบสมัครมีเพียงลายพิมพ์นิ้วมือโดยไม่มีพยานลงลายมือชื่อรับรองสองคนตามที่กฎหมายกำหนด จึงถือไม่ได้ว่าผู้เอาประกันภัยลงลายมือชื่อหรือแสดงเจตนาเข้าทำสัญญา สัญญาประกันชีวิตกลุ่มระหว่างผู้เอาประกันภัยกับจำเลยร่วมจึงไม่เกิดขึ้น โจทก์ทั้งสี่ย่อมไม่มีอำนาจฟ้องให้จำเลยร่วมรับผิดตามสัญญาดังกล่าว
ศาลฎีกาพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 เป็นให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสี่ทั้งหมด ส่งผลให้จำเลยร่วมไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกันชีวิตกลุ่มแก่โจทก์ทั้งสี่แต่อย่างใด
มาตราที่เกี่ยวข้อง
- ป.พ.พ. มาตรา 9 วรรคสอง
- ป.พ.พ. มาตรา 149
ข้อมูลคำพิพากษาที่ศาลฎีกาเผยแพร่ · ไม่ใช่เอกสารทางการของศาล · ใช้เพื่อการศึกษา · ควรตรวจสอบสำเนาทางการก่อนอ้างอิง