คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3399/2568
สาระสำคัญ (สรุปโดย AI · ตรวจทานแล้ว)
คดีนี้จำเลยถูกศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษฐานร่วมกันฉ้อโกง อันเป็นกรรมเดียวกับความผิดฐานปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม จำคุก 3 ปี และให้คืนเงินที่ยังไม่ได้คืน 1,100,000 บาท แก่ผู้เสียหาย ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยฎีกาทั้งในประเด็นข้อเท็จจริงว่าไม่ได้ร่วมกระทำผิดฐานปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม และประเด็นข้อกฎหมายว่าคดีฉ้อโกงขาดอายุความเนื่องจากผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด โดยศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาไว้เฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย ประเด็นที่ศาลฎีกาต้องวินิจฉัยจึงมีว่าฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงที่ต้องห้ามตาม ป.วิ.อ. มาตรา 218 วรรคหนึ่ง หรือไม่
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้ศาลชั้นต้นมิได้แจ้งคำสั่งไม่รับฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงให้จำเลยทราบอันเป็นกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบ แต่เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและยังคงให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี คดีจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามบทบัญญัติดังกล่าว ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4 และพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. 2520 มาตรา 3 ฎีกาของจำเลยที่ว่าไม่ได้ร่วมกระทำผิดฐานปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม เป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ภาค 1 จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ส่วนฎีกาเรื่องอายุความ แม้จำเลยยกขึ้นเป็นปัญหาข้อกฎหมาย แต่การวินิจฉัยต้องย้อนไปฟังข้อเท็จจริงว่าผู้เสียหายรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดเมื่อใด และร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่นั้นหรือไม่ จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเช่นเดียวกัน
ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยฎีกาของจำเลยทั้งสองประเด็น เนื่องจากเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตาม ป.วิ.อ. มาตรา 218 วรรคหนึ่ง พิพากษายกฎีกาของจำเลย ผลให้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ที่ให้ลงโทษจำคุกจำเลย 3 ปี และให้คืนเงิน 1,100,000 บาท แก่ผู้เสียหาย ยังคงมีผลบังคับต่อไป
มาตราที่เกี่ยวข้อง
- ป.อ. มาตรา 96
- ป.วิ.อ. มาตรา 218
- ป.วิ.อ. มาตรา 221
- ป.วิ.อ. มาตรา 224
- พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4
- พ.ร.บ.ให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ.2520 มาตรา 3
ข้อมูลคำพิพากษาที่ศาลฎีกาเผยแพร่ · ไม่ใช่เอกสารทางการของศาล · ใช้เพื่อการศึกษา · ควรตรวจสอบสำเนาทางการก่อนอ้างอิง