คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3400/2568
สาระสำคัญ (สรุปโดย AI · ตรวจทานแล้ว)
คดีนี้มีประเด็นว่าคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ครั้งที่ 3 ของโจทก์ร่วม ซึ่งอ้างว่าทนายความของโจทก์ร่วมเข้าใจผิดพลาดเกี่ยวกับวันที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยายระยะเวลา ประกอบกับทนายความติดภารกิจสืบพยานในคดีอื่น ถือเป็นเหตุสุดวิสัยตาม ป.พ.พ. มาตรา 8 ประกอบ ป.วิ.พ. มาตรา 23 และ ป.วิ.อ. มาตรา 15 อันจะทำให้ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาหลังพ้นกำหนดที่ศาลชั้นต้นอนุญาตไว้เดิมได้หรือไม่
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การขอขยายระยะเวลาตามกฎหมายทำได้เมื่อมีพฤติการณ์พิเศษและต้องยื่นคำขอก่อนสิ้นระยะเวลานั้น เว้นแต่มีเหตุสุดวิสัย ซึ่งเหตุสุดวิสัยต้องไม่ใช่ความผิดหรือความบกพร่องของผู้ขอหรือผู้กล่าวอ้างเอง ความผิดพลาดของทนายโจทก์ร่วมในการตรวจสอบวันที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยายเวลา การรับงานไว้มากจนไม่มีเวลาตรวจสอบคำสั่งศาล การไม่มอบหมายให้ผู้อื่นตรวจสอบแทน ตลอดจนการไปปฏิบัติหน้าที่หรือว่าความในคดีอื่นแทนที่จะยื่นอุทธรณ์หรือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นยื่นแทนภายในกำหนด ล้วนเป็นความบกพร่องในการทำหน้าที่ของทนายโจทก์ร่วมเองทั้งสิ้น จึงถือไม่ได้ว่าเป็นเหตุสุดวิสัย
ศาลฎีกาเห็นว่าคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ที่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น ศาลฎีกาพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้บังคับคดีไปตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้โจทก์ร่วมขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ครั้งที่ 3 ผลคือจำเลยเป็นฝ่ายชนะในประเด็นนี้ ส่วนโจทก์ร่วมไม่ได้รับอนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ตามที่ร้องขอ
มาตราที่เกี่ยวข้อง
- ป.พ.พ. มาตรา 8
- ป.วิ.พ. มาตรา 23
- ป.วิ.อ. มาตรา 15
ข้อมูลคำพิพากษาที่ศาลฎีกาเผยแพร่ · ไม่ใช่เอกสารทางการของศาล · ใช้เพื่อการศึกษา · ควรตรวจสอบสำเนาทางการก่อนอ้างอิง