คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3487/2568
สาระสำคัญ (สรุปโดย AI · ตรวจทานแล้ว)
คดีนี้เป็นข้อพิพาทเกี่ยวกับสัญญาเช่าซื้อรถยนต์สองคัน โดยจำเลยที่ 1 เป็นผู้เช่าซื้อตามสัญญาทั้งสองฉบับ ส่วนจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันความรับผิดของจำเลยที่ 1 เฉพาะตามสัญญาเช่าซื้อฉบับที่ 2 เท่านั้น เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดในมูลหนี้และให้ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยทั้งสองจึงฎีกาในประเด็นเดียวที่ได้รับอนุญาตว่า การกำหนดให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ในลักษณะดังกล่าวชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
ศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภควินิจฉัยว่า เมื่อจำเลยที่ 2 ค้ำประกันเฉพาะความรับผิดของจำเลยที่ 1 ตามสัญญาเช่าซื้อฉบับที่ 2 เท่านั้น การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์รวมเป็นก้อนเดียว ย่อมมีผลให้จำเลยที่ 2 ต้องรับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมส่วนที่เกี่ยวกับข้อพิพาทตามสัญญาเช่าซื้อฉบับที่ 1 ซึ่งตนไม่ได้ค้ำประกันไว้ด้วย เป็นการกำหนดความรับผิดเกินกว่าขอบเขตที่จำเลยที่ 2 ต้องรับผิด จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ฎีกาของจำเลยทั้ง2ในประเด็นนี้ฟังขึ้น
ศาลฎีกาพิพากษาแก้เฉพาะส่วนค่าฤชาธรรมเนียม โดยให้จำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 รับผิดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์เฉพาะในส่วนค่าขึ้นศาลตามจำนวนทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดีจำเลยที่ 2 เท่านั้น ส่วนนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ซึ่งยังคงให้จำเลยที่ 1 ส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนหรือใช้ราคาแทนพร้อมค่าเสียหายแก่โจทก์ตามเดิม และให้คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาทั้งหมดแก่จำเลยทั้งสองเนื่องจากได้รับยกเว้นค่าฤชาธรรมเนียมในฐานะผู้บริโภค
มาตราที่เกี่ยวข้อง
- ป.วิ.พ. มาตรา 161
ข้อมูลคำพิพากษาที่ศาลฎีกาเผยแพร่ · ไม่ใช่เอกสารทางการของศาล · ใช้เพื่อการศึกษา · ควรตรวจสอบสำเนาทางการก่อนอ้างอิง