คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8459/2568
สาระสำคัญ (สรุปโดย AI · ตรวจทานแล้ว)
คดีนี้จำเลยถูกฟ้องและให้การรับสารภาพในความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่น พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต และยิงปืนโดยใช่เหตุในเมือง ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย จำเลยฎีกาสองประเด็น ประเด็นแรกอ้างข้อเท็จจริงว่าจำเลยไม่มีเจตนาฆ่าโจทก์ร่วม เพียงยิงข่มขู่เท่านั้น ประเด็นที่สองขอให้ลงโทษสถานเบาลงและรอการลงโทษ
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าข้อเท็จจริงเรื่องเจตนาฆ่าที่จำเลยยกขึ้นฎีกานั้น แม้เคยยกขึ้นอุทธรณ์มาแล้ว แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 มิได้หยิบยกขึ้นวินิจฉัย และจำเลยก็มิได้ฎีกาโต้แย้งว่าการไม่วินิจฉัยดังกล่าวไม่ชอบอย่างไร จึงถือว่าเป็นข้อเท็จจริงที่เพิ่งยกขึ้นใหม่ในชั้นฎีกา มิใช่การคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 216 วรรคหนึ่ง และมิใช่ข้อที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 เคยวินิจฉัยไว้ จึงไม่อาจใช้ดุลพินิจอนุญาตให้ฎีกาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 221 ได้ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยฎีกาในประเด็นนี้
ส่วนประเด็นขอให้ลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าโทษจำคุก 10 ปี ในความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นเป็นระวางโทษ2ในสามส่วนของอัตราโทษขั้นต่ำสุดตาม ป.อ. มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 อยู่แล้ว เมื่อลดโทษกึ่งหนึ่งจากการรับสารภาพตาม ป.อ. มาตรา 78 คงจำคุก 5 ปี จึงเป็นการลดโทษให้มากที่สุดแล้ว ไม่อาจลงโทษเบากว่านี้ได้ ส่วนโทษปรับฐานพาอาวุธปืนก็เหมาะสมแก่พฤติการณ์แล้ว แม้จำเลยจะชดใช้ค่าเสียหาย 100,000 บาท แก่โจทก์ร่วมจนไม่ติดใจดำเนินคดี แต่พฤติการณ์ที่จำเลยพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตแล้วใช้ยิงโจทก์ร่วมโดยเจตนาฆ่าจนได้รับอันตรายสาหัส นับเป็นการกระทำที่ร้ายแรงและอุกอาจ จึงไม่มีเหตุสมควรรอการลงโทษ
ศาลฎีกาพิพากษายืน ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 ที่ลงโทษจำคุกจำเลย 5 ปี และปรับ 2,000 บาท โดยไม่รอการลงโทษ ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้นทุกประเด็น
มาตราที่เกี่ยวข้อง
- ป.วิ.อ. มาตรา 216 วรรคหนึ่ง,
- ป.วิ.อ. มาตรา 221
ข้อมูลคำพิพากษาที่ศาลฎีกาเผยแพร่ · ไม่ใช่เอกสารทางการของศาล · ใช้เพื่อการศึกษา · ควรตรวจสอบสำเนาทางการก่อนอ้างอิง