คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8560/2568
สาระสำคัญ (สรุปโดย AI · ตรวจทานแล้ว)
คดีนี้สืบเนื่องจากการบังคับคดีตามคำพิพากษาให้จำเลยทั้งสามส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนหรือใช้ราคาแทน โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 2 เพื่อขายทอดตลาดชำระหนี้ ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้รับจำนองในที่ดินแปลงเดียวกันยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการยึด โดยอ้างว่าที่ดินดังกล่าวเคยถูกยึดและขายทอดตลาดไปแล้วในคดีอื่น การยึดซ้ำจึงไม่ชอบด้วยป.วิ.พ. มาตรา 326 เมื่อประเด็นเรื่องเพิกถอนการยึดยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้ว ประเด็นที่ขึ้นสู่ศาลฎีกาจึงเหลือเฉพาะปัญหาว่าโจทก์ต้องรับผิดชำระค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดีกรณียึดทรัพย์สินซึ่งมิใช่ตัวเงินแล้วไม่มีการขายหรือจำหน่ายในอัตราร้อยละ 2 ของราคาทรัพย์สินที่ยึดตามตาราง 5 ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งหรือไม่
ศาลฎีกาเห็นว่า ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาพ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 33) พ.ศ. 2568 มีผลใช้บังคับแล้ว โดยมาตรา 3 ให้ยกเลิกตาราง 5 ค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดีฉบับเดิม และใช้ตาราง 5 ฉบับใหม่แทน ซึ่งมิได้กำหนดความรับผิดชำระค่าธรรมเนียมกรณียึดหรืออายัดทรัพย์สินแล้วไม่มีการขายหรือจำหน่ายไว้อีกต่อไป โจทก์จึงไม่มีความรับผิดต้องชำระค่าธรรมเนียมดังกล่าว และเนื่องจากเป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาจึงมีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ตามป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) ประกอบ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 7 โดยไม่จำต้องวินิจฉัยข้อฎีกาของโจทก์ตามที่ยกขึ้นอ้างอีกต่อไป
ศาลฎีกาพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 เป็นว่าโจทก์ไม่ต้องชำระค่าธรรมเนียมถอนการยึดกรณียึดทรัพย์สินแล้วไม่มีการขายหรือจำหน่าย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 ซึ่งยังคงให้เพิกถอนการยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
มาตราที่เกี่ยวข้อง
- ป.วิ.พ. มาตรา 142
- ป.วิ.พ. มาตรา 326 วรรคหนึ่ง
ข้อมูลคำพิพากษาที่ศาลฎีกาเผยแพร่ · ไม่ใช่เอกสารทางการของศาล · ใช้เพื่อการศึกษา · ควรตรวจสอบสำเนาทางการก่อนอ้างอิง