คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8596/2568
สาระสำคัญ (สรุปโดย AI · ตรวจทานแล้ว)
คดีนี้มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่าเงินที่โจทก์นำไปฝากสะสมไว้กับกลุ่มออมทรัพย์หมู่บ้านซึ่งจำเลยที่ 1 เป็นประธานกลุ่มและจำเลยที่ 2 เป็นเหรัญญิก มีลักษณะเป็นสัญญาฝากเงินอันทำให้จำเลยทั้งสองต้องร่วมกันรับผิดคืนเงินแก่โจทก์ หรือเป็นเพียงการร่วมลงหุ้นกันในลักษณะห้างหุ้นส่วนซึ่งต้องรอให้มีการชำระบัญชีก่อนจึงจะว่ากล่าวกันได้ตามที่จำเลยที่ 1 ฎีกาต่อสู้
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า กลุ่มออมทรัพย์หมู่บ้านหรือกลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์โดยทั่วไป แม้จะมีการตกลงเข้ากันเพื่อกระทำกิจการร่วมกันและผู้ฝากได้รับผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ย แต่มีลักษณะมุ่งเน้นให้สมาชิกออมเงินตามระยะเวลาที่ตกลงอย่างสม่ำเสมอ และนำเงินสะสมไปช่วยเหลือสมาชิกที่เดือดร้อนโดยให้กู้ยืม มิได้มุ่งแสวงหากำไรในเชิงธุรกิจ จึงไม่ใช่สัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนดังที่จำเลยที่ 1 กล่าวอ้าง เมื่อจำเลยที่ 1 และที่ 2 รับฝากเงินสะสมจากโจทก์รวม 18,000 บาท โดยมอบสมุดสัจจะสะสมทรัพย์ไว้เป็นหลักฐาน เงินดังกล่าวจึงมีลักษณะเป็นสัญญาฝากเงิน เมื่อโจทก์ทวงถามคืนแต่จำเลยทั้งสองซึ่งเป็นผู้รับฝากและผู้บริหารกิจการของกลุ่มเพิกเฉย จำเลยทั้งสองจึงต้องร่วมกันรับผิดคืนเงินแก่โจทก์
ศาลฎีกาเห็นว่าคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค 9 ที่ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์นั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น จำเลยที่ 1 แพ้คดี ศาลฎีกาพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9 ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดชำระเงิน 18,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปีแก่โจทก์
มาตราที่เกี่ยวข้อง
- ป.พ.พ. มาตรา 672
ข้อมูลคำพิพากษาที่ศาลฎีกาเผยแพร่ · ไม่ใช่เอกสารทางการของศาล · ใช้เพื่อการศึกษา · ควรตรวจสอบสำเนาทางการก่อนอ้างอิง