คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8935/2568
สาระสำคัญ (สรุปโดย AI · ตรวจทานแล้ว)
คดีนี้เป็นคำร้องขอให้ตั้งผู้จัดการมรดก โดยมีประเด็นว่าสมควรตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายแต่เพียงผู้เดียวหรือไม่ เมื่อผู้ตายทำพินัยกรรมจำหน่ายทรัพย์มรดกทั้ง 12 ลำดับให้แก่ผู้ร้องและบุคคลอื่นจนหมดสิ้นแล้ว ผู้คัดค้านซึ่งเป็นมารดาของผู้ตายและมิได้รับประโยชน์ตามพินัยกรรมจึงเป็นผู้ถูกตัดมิให้รับมรดกตามป.พ.พ. มาตรา 1608 วรรคท้าย แต่ผู้คัดค้านอ้างว่าทรัพย์มรดกตามพินัยกรรมลำดับที่ 1 ถึงที่ 4 แท้จริงเป็นของผู้คัดค้านเองที่ให้ผู้ตายถือกรรมสิทธิ์แทน จึงเกิดข้อโต้แย้งเกี่ยวกับความเป็นเจ้าของทรัพย์ดังกล่าว
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อมีข้อโต้แย้งเรื่องกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ลำดับที่ 1 ถึงที่ 4 ผู้คัดค้านย่อมเป็นผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์ดังกล่าว จึงมีสิทธิร้องขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดกได้ตามป.พ.พ. มาตรา 1713 วรรคหนึ่ง และไม่จำต้องเป็นผู้จัดการมรดกด้วยตนเอง สามารถขอให้ตั้งบุคคลอื่นซึ่งไม่มีคุณสมบัติต้องห้ามตามป.พ.พ. มาตรา 1718เป็นผู้จัดการมรดกแทนตนได้ อย่างไรก็ตาม ผู้คัดค้านโต้แย้งเฉพาะการจัดการทรัพย์ลำดับที่ 1 ถึงที่ 4 เท่านั้น โดยไม่ติดใจทรัพย์มรดกลำดับที่ 5 ถึงที่ 12 และทรัพย์มรดกอื่นของผู้ตาย
ศาลฎีกาเห็นว่าฎีกาของผู้ร้องฟังขึ้นบางส่วน พิพากษาแก้ให้ผู้ร้องมีอำนาจจัดการมรดกแต่ผู้เดียวสำหรับทรัพย์มรดกตามพินัยกรรมลำดับที่ 5 ถึงที่ 12 และทรัพย์มรดกอื่นของผู้ตายนอกจากที่ระบุในพินัยกรรม ส่วนทรัพย์มรดกตามพินัยกรรมลำดับที่ 1 ถึงที่ 4 นั้นให้ผู้ร้องกับผู้ที่ผู้คัดค้านเสนอร่วมกันเป็นผู้จัดการมรดก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
มาตราที่เกี่ยวข้อง
- ป.พ.พ. มาตรา 1608 วรรคท้าย,
- ป.พ.พ. มาตรา 1713 วรรคหนึ่ง,
- ป.พ.พ. มาตรา 1718
ข้อมูลคำพิพากษาที่ศาลฎีกาเผยแพร่ · ไม่ใช่เอกสารทางการของศาล · ใช้เพื่อการศึกษา · ควรตรวจสอบสำเนาทางการก่อนอ้างอิง