คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8936/2568
สาระสำคัญ (สรุปโดย AI · ตรวจทานแล้ว)
คดีนี้มีประเด็นว่าฟ้องเรียกร้องให้จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกแบ่งปันที่ดินอันเป็นทรัพย์มรดกให้แก่โจทก์ในฐานะทายาทผู้รับมรดกแทนที่บิดาโจทก์ขาดอายุความแล้วหรือไม่ โดยจำเลยที่ 1 เคยโอนที่ดินมรดกให้แก่ตนเองและจำเลยที่ 2 ตามข้อตกลงระหว่างทายาทซึ่งรวมถึงบิดาโจทก์ที่ได้รับเงินตอบแทนไปก่อนเจ้ามรดกถึงแก่ความตาย แม้การรับเงินดังกล่าวจะถือเป็นการสละมรดกที่ไม่ชอบด้วยป.พ.พ. มาตรา 1619 เนื่องจากเป็นการสละสิทธิในทรัพย์มรดกที่ยังไม่เกิดขึ้น แต่ประเด็นสำคัญที่ต้องวินิจฉัยต่อไปคือการที่จำเลยทั้งสองครอบครองที่ดินในส่วนของตนมากว่า20ปีโดยไม่มีทายาทคนใดทักท้วง ถือว่าการจัดการมรดกเสร็จสิ้นแล้วอันมีผลต่อการเริ่มนับอายุความฟ้องร้องหรือไม่
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อไม่มีทรัพย์มรดกอื่นของเจ้ามรดกที่ต้องจัดแบ่งอีก และจำเลยทั้งสองครอบครองที่ดินส่วนของตนที่ได้รับโอนมาร่วม20ปีโดยไม่มีทายาทคนใดทักท้วง ย่อมถือว่าการจัดการมรดกเสร็จสิ้นไปแล้วตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2548 โจทก์จึงต้องฟ้องเรียกให้จำเลยที่ 1 จัดแบ่งมรดกภายใน 5 ปี นับแต่วันดังกล่าวตามป.พ.พ. มาตรา 1733 วรรคสอง เมื่อโจทก์ฟ้องคดีวันที่ 19 มีนาคม 2564 จึงพ้นกำหนดดังกล่าว ส่วนสำหรับจำเลยที่ 2 เป็นกรณีพิพาทระหว่างทายาทด้วยกันอันเป็นคดีมรดก โจทก์ต้องฟ้องภายใน 1 ปีนับแต่เจ้ามรดกตายหรือรู้ถึงความตายของเจ้ามรดก และไม่ว่ากรณีใดต้องฟ้องภายใน10 ปีนับแต่เจ้ามรดกตายตามป.พ.พ. มาตรา 1754 เมื่อเจ้ามรดกถึงแก่ความตายวันที่ 18 เมษายน 2543 การที่โจทก์ฟ้องคดีเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2564 จึงพ้นกำหนด 10 ปีเช่นกัน
ศาลฎีกาเห็นว่าที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 วินิจฉัยว่าการแบ่งปันทรัพย์มรดกไม่ชอบด้วยกฎหมายจึงถือว่าการจัดการมรดกยังไม่เสร็จสิ้นนั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังขึ้น ศาลฎีกาจึงพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 เป็นให้ยกฟ้องโจทก์ เนื่องจากคดีของโจทก์ขาดอายุความทั้งในส่วนที่ฟ้องจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ
มาตราที่เกี่ยวข้อง
- ป.พ.พ. มาตรา 1619
- ป.พ.พ. มาตรา 1733
- ป.พ.พ. มาตรา 1748
- ป.พ.พ. มาตรา 1754
ข้อมูลคำพิพากษาที่ศาลฎีกาเผยแพร่ · ไม่ใช่เอกสารทางการของศาล · ใช้เพื่อการศึกษา · ควรตรวจสอบสำเนาทางการก่อนอ้างอิง