Kelomn.com · ฎีกาใหม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8957/2568

สาระสำคัญ (สรุปโดย AI · ตรวจทานแล้ว)

คดีนี้มีประเด็นว่า เมื่อจำเลยที่ 1 ผู้เช่าซื้อผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อติดต่อกัน 3 งวด และโจทก์ผู้ให้เช่าซื้อยังมิได้บอกเลิกสัญญา การที่จำเลยที่ 2 ผู้ค้ำประกันเป็นผู้นำรถยนต์ที่เช่าซื้อไปส่งมอบคืนแก่โจทก์ โดยหนังสือแสดงเจตนาคืนรถมีเพียงลายมือชื่อของจำเลยที่ 2 โดยไม่มีลายมือชื่อจำเลยที่ 1 จะมีผลทำให้สัญญาเช่าซื้อเลิกกันโดยชอบตาม ป.พ.พ. มาตรา 573 อันเป็นเหตุให้โจทก์มีสิทธิเรียกค่าขาดราคาจากจำเลยทั้งสองได้หรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การส่งมอบทรัพย์ที่เช่าซื้อคืนเพื่อเลิกสัญญามิใช่กิจการเฉพาะตัวที่จำเลยที่ 1 ต้องกระทำด้วยตนเอง จำเลยที่ 1 ย่อมมอบหมายให้บุคคลอื่นกระทำแทนได้ และเมื่อจำเลยที่ 2 ไม่เคยให้การปฏิเสธว่านำรถไปคืนโดยพลการปราศจากความยินยอมของจำเลยที่ 1 จึงฟังได้ว่าจำเลยที่ 2 กระทำการในฐานะตัวแทนของจำเลยที่ 1 ตาม ป.พ.พ. มาตรา 797 วรรคสอง ซึ่งการตั้งตัวแทนอาจเป็นไปโดยชัดแจ้งหรือโดยปริยายก็ได้ สัญญาเช่าซื้อจึงเลิกกันโดยชอบเพราะเหตุผู้เช่าซื้อผิดนัดเป็นฝ่ายบอกเลิกสัญญา โจทก์จึงมีสิทธิเรียกค่าขาดราคาตามข้อสัญญาได้ แต่เมื่อพิจารณาราคาเงินสดของรถยนต์ ค่าเช่าซื้อที่ชำระมาแล้ว และเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดประกอบกันแล้ว เห็นว่าค่าขาดราคาที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 กำหนดไว้ 150,000 บาท สูงเกินส่วน สมควรลดลงเหลือ 92,000 บาท

ศาลฎีกาพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดใช้ค่าขาดราคาแก่โจทก์เพียง 92,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังขึ้นบางส่วนเฉพาะในประเด็นจำนวนเงินค่าขาดราคาที่ลดลง แต่ในประเด็นความรับผิดตามสัญญาค้ำประกัน จำเลยที่ 2 ยังคงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ต่อโจทก์เช่นเดิม

มาตราที่เกี่ยวข้อง

  • ป.พ.พ. มาตรา 573
  • ป.พ.พ. มาตรา 797 วรรคสอง

ข้อมูลคำพิพากษาที่ศาลฎีกาเผยแพร่ · ไม่ใช่เอกสารทางการของศาล · ใช้เพื่อการศึกษา · ควรตรวจสอบสำเนาทางการก่อนอ้างอิง

อ่านฉบับเต็ม