Kelomn.com · ฎีกาใหม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9490/2568

สาระสำคัญ (สรุปโดย AI · ตรวจทานแล้ว)

คดีนี้สืบเนื่องจากจำเลยซึ่งต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกตลอดชีวิตในความผิดฐานร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน (ลดเหลือจำคุก 33 ปี 4 เดือน จากเหตุรับสารภาพ) ยื่นคำร้องขอให้กำหนดโทษใหม่ตาม ป.อ. มาตรา 3 (1) โดยอ้างว่ากฎหมายที่ใช้บังคับเปลี่ยนจากพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 และพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาเป็นประมวลกฎหมายยาเสพติด ประเด็นสำคัญคือการคำนวณโทษจำคุกของจำเลยซึ่งขณะกระทำความผิดเป็นพนักงานหน่วยงานของรัฐ อันต้องระวางโทษเป็น3เท่าตาม ป.ยาเสพติด มาตรา 180 ประกอบ มาตรา 145 วรรคสอง (2) ในเมื่อกฎหมายใหม่มิได้กำหนดเพดานโทษจำคุกสูงสุดไว้ชัดเจนดังเช่นกฎหมายเดิม

ศาลฎีกาแผนกคดียาเสพติดวินิจฉัยก่อนว่าคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องโดยผู้พิพากษาคนเดียวไม่ชอบด้วยพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 24 (2) และมาตรา 26 เพราะเป็นการวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทซึ่งต้องมีองค์คณะอย่างน้อยสองคน ทำให้ศาลอุทธรณ์ไม่มีอำนาจพิจารณาคดีต่อมา แต่เพื่อมิให้คดีล่าช้าศาลฎีกาเห็นควรวินิจฉัยเนื้อหาไปเสียเอง โดยเห็นว่าเมื่อระวางโทษตามมาตรา 145 วรรคสอง (2) คูณสามแล้วเป็นจำคุกตั้งแต่ 6 ปี ถึง 60 ปี ซึ่งประมวลกฎหมายยาเสพติดไม่ได้กำหนดเพดานสูงสุดไว้ จึงต้องนำ ป.อ. มาตรา 17 มาใช้บังคับโดยอนุโลม เทียบเคียงตามนัยมาตรา 51 และมาตรา 91 (3) ทำให้กำหนดโทษจำคุกได้สูงสุดไม่เกิน 50 ปี เช่นเดียวกับกฎหมายเดิม

เมื่อพิจารณาว่าคำพิพากษาถึงที่สุดได้เปลี่ยนโทษจำคุกตลอดชีวิตเป็นจำคุก 50 ปี แล้วลดโทษให้1ในสามตาม ป.อ. มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 คงจำคุก 33 ปี 4 เดือน ผลลัพธ์จึงเท่ากันไม่ว่าจะคำนวณจากกฎหมายเดิมหรือกฎหมายใหม่ จึงไม่มีเหตุต้องกำหนดโทษใหม่ ศาลฎีกาพิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เนื่องจากกระบวนพิจารณาไม่ชอบ แต่วินิจฉัยเองแล้วให้ยกคำร้องของจำเลย จำเลยยังคงต้องรับโทษจำคุก 33 ปี 4 เดือนตามคำพิพากษาเดิมโดยไม่มีการกำหนดโทษใหม่แต่อย่างใด

มาตราที่เกี่ยวข้อง

  • ป.ยาเสพติด มาตรา 145 วรรคสอง
  • ป.ยาเสพติด มาตรา 180

ข้อมูลคำพิพากษาที่ศาลฎีกาเผยแพร่ · ไม่ใช่เอกสารทางการของศาล · ใช้เพื่อการศึกษา · ควรตรวจสอบสำเนาทางการก่อนอ้างอิง

อ่านฉบับเต็ม