คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 97/2569
สาระสำคัญ (สรุปโดย AI · ตรวจทานแล้ว)
คดีนี้มีประเด็นข้อพิพาทเกี่ยวกับที่ดินโฉนดเลขที่ 40379 และ 20884 ว่าเป็นกรรมสิทธิ์รวมระหว่างโจทก์และจำเลยซึ่งเคยอยู่กินฉันสามีภริยากันมาก่อนจดทะเบียนสมรสหรือไม่ โดยโจทก์อ้างว่าที่ดินทั้งสองแปลงได้มาจากการประกอบธุรกิจให้กู้ยืมเงินที่ทำร่วมกับจำเลย ขณะที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษวินิจฉัยว่าที่ดินดังกล่าวเป็นสินส่วนตัวของจำเลย
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์และจำเลยร่วมกันประกอบอาชีพให้กู้ยืมเงิน ซื้อที่ดิน รับจำนอง และเป็นนายหน้าขายที่ดินมาตั้งแต่อยู่กินฉันสามีภริยาในปี 2526 การที่จำเลยทำสัญญาให้กู้ยืมเงินและจดทะเบียนรับจำนองที่ดินทั้งสองแปลงในปี 2538 และ 2539 ซึ่งอยู่ในช่วงเวลาที่อยู่กินฉันสามีภริยาและก่อนจดทะเบียนสมรส โดยจำเลยไม่สามารถนำสืบได้ว่าใช้เงินส่วนตัวของตนในการทำสัญญาดังกล่าว จึงถือว่าจำเลยกระทำแทนโจทก์ด้วย เมื่อจำเลยได้รับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินทั้งสองแปลงจากมูลหนี้ตามสัญญาดังกล่าว ที่ดินจึงเป็นทรัพย์สินที่โจทก์และจำเลยทำมาหาได้ร่วมกันระหว่างอยู่กินฉันสามีภริยา แม้ภายหลังจะจดทะเบียนสมรสกันก็ไม่ทำให้ทรัพย์สินที่ได้มาก่อนหน้านั้นกลายเป็นสินสมรสแต่อย่างใด
ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องกับคำวินิจฉัยของศาลล่างทั้งสองที่ว่าที่ดินทั้งสองแปลงเป็นสินส่วนตัวของจำเลย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยดำเนินการจดทะเบียนใส่ชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินโฉนดเลขที่ 40379 และ 20884 กึ่งหนึ่ง หากจำเลยไม่ดำเนินการ ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
มาตราที่เกี่ยวข้อง
- ป.พ.พ. มาตรา 1363
- ป.พ.พ. มาตรา 1474
ข้อมูลคำพิพากษาที่ศาลฎีกาเผยแพร่ · ไม่ใช่เอกสารทางการของศาล · ใช้เพื่อการศึกษา · ควรตรวจสอบสำเนาทางการก่อนอ้างอิง