น้องแว่น — Kelomn Legal Cafe · คดีความและการฟ้องร้อง
รถชนกัน ใครผิด ใครจ่าย? — ความรับผิดละเมิด ค่าสินไหม และ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ
ชื่อในบทความนี้เป็นชื่อสมมติ ไม่มีตัวตนจริง เป็นเพียงการเล่าเรื่องทางวิชาการ ไม่ได้ตั้งใจจะพาดพิงบุคคลใดนะคะ
วันหนึ่งพี่เอขับรถออกจากที่ทำงาน กำลังจะเลี้ยวซ้าย ก็มีรถคันหนึ่งขับตัดหน้าอย่างรวดเร็ว รถชนกันดังสนั่น พี่เอบาดเจ็บ รถเสียหาย แต่คนขับรถคันที่มาชนบอกว่า "ก็พี่เอหักพวงมาลัยกะทันหันนี่" — ใครควรรับผิด ใครควรจ่าย?
กฎหมายไทยมีหลักการชัดเจนค่ะ และมีระบบพ.ร.บ.ภาคบังคับคุ้มครองทุกคนที่ประสบภัยจากรถด้วย
ข้อ 1–3 · หลักละเมิด ภาระพิสูจน์ และประมาทร่วม
รถชนกัน ใครต้องจ่าย? — หลักกฎหมายละเมิด ม.420
พี่บีขับรถฝ่าไฟแดงจนชนรถน้าซีได้รับบาดเจ็บ น้าซีถามว่า "ต้องฟ้องก่อนไหมคะ ถึงจะได้ค่าเสียหาย?" ไม่จำเป็นต้องฟ้องก่อนเสมอไปค่ะ แต่ต้องพิสูจน์ว่าใครประมาท
หลักกฎหมายละเมิดกำหนดว่า ผู้ที่จงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำให้คนอื่นเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สิน หรือสิทธิ ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนค่ะ
ในคดีรถชน ใครประมาทคนนั้นรับผิด เช่น ฝ่าสัญญาณไฟแดง ขับเร็วเกินกำหนด หรือไม่ให้สัญญาณก่อนเลี้ยว
| องค์ประกอบ | ความหมาย | ตัวอย่างในคดีรถชน |
|---|---|---|
| จงใจ | ตั้งใจกระทำ | ขับรถพุ่งชนตั้งใจ |
| ประมาทเลินเล่อ | ไม่ระมัดระวังตามควร | ฝ่าไฟแดง หรือขับโทรศัพท์ |
| ผิดกฎหมาย | กระทำขัดต่อกฎจราจรหรือกฎหมาย | ฝ่าเส้นกลางถนน |
| เกิดความเสียหาย | มีผลเสียหายจริง | รถเสียหาย บาดเจ็บ |
| สัมพันธ์เหตุ-ผล | การกระทำนั้นเป็นเหตุให้เกิดความเสียหาย | เพราะฝ่าไฟแดงจึงชน |
มาตรา ๔๒๐ ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิดจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น
น้องแว่นสรุปค่ะ
- ผู้ที่ จงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำให้เสียหายต้องชดใช้
- ต้องครบองค์ประกอบ: จงใจหรือประมาทเลินเล่อ + ผิดกฎหมาย + เกิดความเสียหาย + ความสัมพันธ์ระหว่างเหตุและผล
- คดีรถชน: เก็บหลักฐานพฤติการณ์ที่แสดงว่าอีกฝ่ายประมาทไว้เสมอค่ะ
ถูกรถชน ใครต้องพิสูจน์? ม.437 และกรณีรถแล่นชนกัน
ลุง D ขับรถรับส่งสินค้า ถูกรถปิ๊กอัพตีเลนชนด้านข้าง ทนายความบอกว่า "กรณีนี้เป็นรถที่กำลังแล่นอยู่ชนกันทั้งสองคัน โดยทั่วไปลุง D ยังต้องพิสูจน์ว่าคนขับรถปิ๊กอัพประมาทตามมาตรา 420 ค่ะ"
มาตรา 437 กำหนดว่า ผู้ครอบครองหรือควบคุมยานพาหนะที่ใช้กำลังเครื่องจักรกลต้องรับผิดเพื่อความเสียหายที่เกิดจากยานพาหนะนั้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่า
- เป็น เหตุสุดวิสัย คือเหตุที่ไม่อาจป้องกันได้แม้จะระมัดระวังตามสมควรแล้ว (มาตรา 8) เช่น แผ่นดินไหว
- เกิดเพราะ ความผิดของผู้เสียหายเอง
ผลทางปฏิบัติ: เมื่อมาตรา 437 ใช้บังคับ ผู้ครอบครองหรือควบคุมยานพาหนะจะพ้นความรับผิดได้ก็ต่อเมื่อพิสูจน์ได้ว่าความเสียหายเกิดแต่เหตุสุดวิสัย หรือเกิดเพราะความผิดของผู้เสียหายเอง แต่ถ้าเป็นกรณีรถที่กำลังแล่นอยู่ชนกันทั้งสองคัน โดยทั่วไปฝ่ายที่เรียกค่าเสียหายยังต้องพิสูจน์ความประมาทของอีกฝ่ายตามมาตรา 420 ค่ะ (ดูข้อ 1)
| ฝ่าย | ภาระพิสูจน์ | ข้อยกเว้น |
|---|---|---|
| ผู้ครอบครองหรือควบคุมยานพาหนะ | ต้องพิสูจน์ข้อยกเว้นตามมาตรา 437 จึงจะพ้นความรับผิด | เหตุสุดวิสัย หรือความผิดของผู้เสียหายเอง |
| ผู้เสียหาย | แสดงว่าความเสียหายเกิดแต่ยานพาหนะนั้น | ถ้าเป็นรถที่กำลังแล่นอยู่ชนกันทั้งสองคัน โดยทั่วไปต้องพิสูจน์ความประมาทตามมาตรา 420 |
มาตรา ๔๓๗ บุคคลใดครอบครองหรือควบคุมดูแลยานพาหนะอย่างใด ๆ อันเดินด้วยกำลังเครื่องจักรกล บุคคลนั้นจะต้องรับผิดชอบเพื่อการเสียหายอันเกิดแต่ยานพาหนะนั้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าการเสียหายนั้นเกิดแต่เหตุสุดวิสัย หรือเกิดเพราะความผิดของผู้ต้องเสียหายนั้นเอง ความข้อนี้ให้ใช้บังคับได้ตลอดถึงบุคคลผู้มีไว้ในครอบครองของตนซึ่งทรัพย์อันเป็นของเกิดอันตรายได้โดยสภาพ หรือโดยความมุ่งหมายที่จะใช้ หรือโดยอาการกลไกของทรัพย์นั้นด้วย
น้องแว่นสรุปค่ะ
- ผู้ครอบครองหรือควบคุมรถจะพ้นความรับผิดได้ ต้องพิสูจน์ว่าเป็น เหตุสุดวิสัย หรือ ความผิดของผู้เสียหายเอง
- รถที่กำลังแล่นอยู่ชนกันทั้งสองคัน โดยทั่วไปฝ่ายที่เรียกค่าเสียหายยังต้องพิสูจน์ความประมาทตามมาตรา 420 ค่ะ
- หลักนี้ใช้กับรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ และยานพาหนะเครื่องจักรกลทุกประเภท
ถ้าเราก็ประมาทบ้างส่วนหนึ่ง — ประมาทร่วม ม.442
พี่เอเล่าว่าตอนชนกันเธอก็ขับเร็วกว่ากำหนดเล็กน้อย ส่วนพี่บีฝ่าสัญญาณไฟแดง ทั้งคู่ประมาทด้วยกัน — แล้วใครต้องจ่ายค่าเสียหายของใคร?
กรณี "ประมาทร่วม" มาตรา 442 ให้นำ มาตรา 223 มาใช้บังคับโดยอนุโลม หมายความว่าศาลจะแบ่งความรับผิดตามส่วนความประมาทของแต่ละฝ่ายค่ะ
ตัวอย่าง: ถ้าศาลเห็นว่าพี่บีประมาท 70% (ฝ่าสัญญาณ) และพี่เอประมาท 30% (ขับเร็ว) — พี่บีต้องชดใช้ค่าเสียหายพี่เอ 70% ขณะที่พี่เอต้องรับผิดค่าเสียหายพี่บี 30% ค่ะ
| สถานการณ์ | ผลทางกฎหมาย |
|---|---|
| ฝ่ายหนึ่งประมาท 100% | ต้องรับผิดชดใช้ทั้งหมด |
| ทั้งสองฝ่ายประมาทร่วม | แบ่งสัดส่วนตามระดับความประมาท |
| ผู้เสียหายประมาทเองทั้งหมด | ผู้ขับรถอาจไม่ต้องรับผิด (ม.437) |
มาตรา ๔๔๒ ถ้าความเสียหายได้เกิดขึ้นเพราะความผิดอย่างหนึ่งอย่างใดของผู้ต้องเสียหายประกอบด้วยไซร้ ท่านให้นำบทบัญญัติแห่งมาตรา ๒๒๓ มาใช้บังคับ โดยอนุโลม
น้องแว่นสรุปค่ะ
- ประมาทร่วม = แต่ละฝ่ายรับผิดตาม สัดส่วนที่ตัวเองประมาท
- ศาลพิจารณาพฤติการณ์ทั้งหมดก่อนกำหนดสัดส่วนค่ะ
- แม้ถูกชน แต่ถ้าเราประมาทส่วนหนึ่ง ค่าสินไหมที่รับได้ก็จะลดลงตามนั้น
รู้หลักละเมิดแล้ว — มาดูค่าสินไหมและพ.ร.บ.ภาคบังคับกันต่อค่ะ
ข้อ 4–5 · ค่าสินไหมทดแทนและ พ.ร.บ. ภาคบังคับ
เรียกค่าอะไรได้บ้าง? — ม.438 และกรณีเสียชีวิต ม.443
น้าซีได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ รถเสียหายหนัก และต้องขาดรายได้ไปทำงาน 2 สัปดาห์ สามีน้าซีถามว่า "เรียกได้แค่ค่าซ่อมรถไหม หรือเรียกได้มากกว่านั้น?"
มาตรา 438 ให้ศาลวินิจฉัยค่าสินไหมทดแทนตามควรแก่พฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิด ซึ่งครอบคลุมหลายรายการค่ะ
| ประเภทค่าเสียหาย | ตัวอย่าง | อ้างอิงกฎหมาย |
|---|---|---|
| ค่าซ่อมทรัพย์สิน | ค่าซ่อมรถ ค่าสิ่งของในรถที่เสียหาย | ม.438 |
| ค่ารักษาพยาบาล | ค่าผ่าตัด ค่ายา ค่ากายภาพบำบัด | ม.438, ม.444 |
| ค่าขาดรายได้ | ขาดประโยชน์ทำมาหาได้ระหว่างรักษา | ม.438, ม.444 |
| ค่าปลงศพ (กรณีเสียชีวิต) | ค่าจัดงานศพและค่าใช้จ่ายจำเป็น | ม.443 |
| ค่าขาดไร้อุปการะ (กรณีเสียชีวิต) | ผู้ที่ผู้ตายต้องอุปการะตามกฎหมาย | ม.443 |
กรณีผู้เสียหายไม่ถึงตายในทันที ยังมีสิทธิเรียก ค่ารักษาพยาบาลและค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้ระหว่างรักษาตัวด้วยค่ะ (ดูข้อ 5 พ.ร.บ.ภาคบังคับ) ส่วนกรณีบาดเจ็บ มาตรา 444 ให้ผู้เสียหายได้ชดใช้ค่าใช้จ่ายที่ตนต้องเสียไป และค่าเสียหายเพื่อการที่เสียความสามารถประกอบการงานสิ้นเชิงหรือแต่บางส่วน ทั้งในเวลาปัจจุบันและในเวลาอนาคตค่ะ
มาตรา ๔๓๘ ค่าสินไหมทดแทนจะพึงใช้โดยสถานใดเพียงใดนั้น ให้ศาลวินิจฉัยตามควรแก่พฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิด อนึ่ง ค่าสินไหมทดแทนนั้น ได้แก่การคืนทรัพย์สินอันผู้เสียหายต้องเสียไปเพราะละเมิด หรือใช้ราคาทรัพย์สินนั้น รวมทั้งค่าเสียหายอันจะพึงบังคับให้ใช้เพื่อความเสียหายอย่างใด ๆ อันได้ก่อขึ้นนั้นด้วย
มาตรา ๔๔๓ ในกรณีที่ทำให้เขาถึงตายนั้น ค่าสินไหมทดแทนได้แก่ค่าปลงศพรวมทั้งค่าใช้จ่ายอันจำเป็นอย่างอื่น ๆ อีกด้วย ถ้ามิได้ตายในทันที ค่าสินไหมทดแทนได้แก่ค่ารักษาพยาบาลรวมทั้งค่าเสียหายที่ต้องขาดประโยชน์ทำมาหาได้เพราะไม่สามารถประกอบการงานนั้นด้วย ถ้าว่าเหตุที่ตายลงนั้นทำให้บุคคลคนหนึ่งคนใดต้องขาดไร้อุปการะตามกฎหมายไปด้วยไซร้ ท่านว่าบุคคลคนนั้นชอบที่จะได้รับค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น
น้องแว่นสรุปค่ะ
- ค่าซ่อมรถ + ค่ารักษาพยาบาล + ค่าขาดรายได้ รวมอยู่ใน ม.438 (กรณีบาดเจ็บดู ม.444 ประกอบ)
- กรณีเสียชีวิต ม.443 เพิ่มค่าปลงศพและค่าขาดไร้อุปการะ
- เก็บใบเสร็จ ใบนัด และหลักฐานทุกอย่างไว้นะคะ ยิ่งครบยิ่งเรียกได้มาก
พ.ร.บ. (ภาคบังคับ) vs ประกันภาคสมัครใจ — ต่างกันอย่างไร?
หลังอุบัติเหตุ บริษัทประกันโทรมาบอกว่า "รอพิสูจน์ก่อนนะครับ ว่าใครผิด" แต่ทนายแนะนำว่า "ยื่นขอค่าเสียหายเบื้องต้นจาก พ.ร.บ. ก่อนได้เลย ไม่ต้องรอพิสูจน์ค่ะ"
พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 กำหนดให้เจ้าของรถเกือบทุกคันต้องจัดให้มีประกันภัยภาคบังคับ (ยกเว้นรถบางประเภทตามมาตรา 8) กฎหมายนี้กำหนดให้บริษัทประกันภัยต้องจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นแก่ผู้ประสบภัยทุกคน โดยไม่ต้องรอพิสูจน์ว่าใครผิดก่อนค่ะ
หมายความว่าแม้ยังไม่รู้ว่าใครประมาท ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บก็ขอรับค่าเสียหายเบื้องต้นจาก พ.ร.บ. ได้ทันที ต่างจากประกันภาคสมัครใจที่มักรอผลพิสูจน์ความผิดก่อนค่ะ ทั้งนี้ผู้ประสบภัยต้องร้องขอค่าเสียหายเบื้องต้นภายใน 180 วันนับแต่วันที่มีความเสียหายเกิดขึ้น (มาตรา 27) และบริษัทต้องจ่ายให้เสร็จสิ้นภายใน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับคำร้องขอ (มาตรา 25)
| ประเด็น | พ.ร.บ. ภาคบังคับ | ประกันภาคสมัครใจ |
|---|---|---|
| บังคับมี | ใช่ ยกเว้นรถบางประเภทตามมาตรา 8 | ไม่บังคับ |
| รอพิสูจน์ความผิดก่อน | ไม่ต้อง จ่ายเบื้องต้นก่อน | ส่วนใหญ่ต้องรอ |
| ผู้ได้รับความคุ้มครอง | ผู้ประสบภัยทุกคน (รวมผู้ขับขี่) | ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ |
| วงเงินคุ้มครอง | ตามที่กฎหมายกำหนด (เบื้องต้น) | ตามวงเงินที่ซื้อ |
| การเรียกส่วนเกิน | เรียกเพิ่มเติมได้จากผู้ทำละเมิดหรือบริษัทประกันภัยของฝ่ายที่ต้องรับผิด ถ้าตกลงกันไม่ได้จึงฟ้องคดีต่อศาล (มาตรา 22) | ตามเงื่อนไข |
หมายเหตุ: ค่าเสียหายที่ พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถจ่ายในส่วน "เบื้องต้น" นั้น วงเงินกำหนดโดยกฎกระทรวงกำหนดความเสียหายที่จะให้ได้รับค่าเสียหายเบื้องต้น จำนวนเงินค่าเสียหายเบื้องต้น การร้องขอรับและการจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้น พ.ศ. 2552 แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2557 ซึ่งออกตามมาตรา 20 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 ได้แก่ ค่ารักษาพยาบาลตามที่จ่ายจริงไม่เกิน 30,000 บาท กรณีสูญเสียอวัยวะหรือทุพพลภาพอย่างถาวรตามที่กฎกระทรวงกำหนด ได้รับเพิ่มอีก 35,000 บาท กรณีเสียชีวิต 35,000 บาท และเมื่อรวมกันแล้วไม่เกิน 65,000 บาทค่ะ
น้องแว่นสรุปค่ะ
- พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 จ่ายเบื้องต้นโดยไม่รอพิสูจน์ถูกผิด
- เจ้าของรถเกือบทุกคันต้องทำ พ.ร.บ. (ยกเว้นรถบางประเภทตามมาตรา 8) หากไม่ทำ เจ้าของรถหรือผู้ใช้รถที่ไม่มีประกันต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 10,000 บาท (มาตรา 37, 39)
- ค่าเสียหายส่วนที่เกินค่าเสียหายเบื้องต้น เรียกเพิ่มเติมได้ตาม ม.420 ม.438 จากผู้ทำละเมิดหรือประกันภาคสมัครใจ ถ้าตกลงกันไม่ได้จึงฟ้องคดีต่อศาลค่ะ
คดีรถชนมีหลักเดียวกันทุกข้อ — ใครประมาท คนนั้นรับผิด แต่มาตรา 437 มีภาระพิสูจน์พิเศษสำหรับยานพาหนะในบางกรณี และมีพ.ร.บ.ภาคบังคับรองรับผู้เสียหายก่อนพิสูจน์ หากยื่นคำร้องขอภายใน 180 วันค่ะ
- หลักละเมิด ม.420 จงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำให้เสียหาย ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ดูข้อ 1
- ภาระพิสูจน์ ม.437 ผู้ครอบครองหรือควบคุมรถพ้นความรับผิดได้เมื่อพิสูจน์เหตุสุดวิสัยหรือความผิดของผู้เสียหายเอง ส่วนรถที่แล่นอยู่ชนกันโดยทั่วไปต้องพิสูจน์ความประมาทตามมาตรา 420 ดูข้อ 2
- ประมาทร่วม ม.442 ทั้งสองฝ่ายประมาท ศาลแบ่งความรับผิดตามสัดส่วน ดูข้อ 3
- ค่าสินไหม ม.438/443 ค่าซ่อม ค่ารักษา ขาดรายได้ + กรณีเสียชีวิต ค่าปลงศพ ขาดไร้อุปการะ ดูข้อ 4
- พ.ร.บ. ภาคบังคับ จ่ายเบื้องต้นก่อนพิสูจน์ถูกผิด ยื่นขอได้ทันทีหลังเกิดเหตุ และต้องยื่นภายใน 180 วันค่ะ ดูข้อ 5
อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอ แต่การรู้กฎหมายช่วยให้เราปกป้องสิทธิตัวเองได้ทันท่วงทีค่ะ
อ้างอิงตัวบท: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 · มาตรา 437 · มาตรา 438 · มาตรา 442 · มาตรา 443 · มาตรา 444 · พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 มาตรา 7, 8, 20, 25, 27, 37, 39 · กฎกระทรวงกำหนดความเสียหายที่จะให้ได้รับค่าเสียหายเบื้องต้นฯ พ.ศ. 2552 แก้ไขเพิ่มเติมโดย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2557
อ่านต่อในชุดคดีความและการฟ้องร้อง
💛 หมายเหตุจาก Kelomn: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลความรู้ทั่วไปด้านกฎหมายธุรกิจและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะกรณี และไม่สามารถใช้แทนการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญได้ หากมีประเด็นทางกฎหมายที่ต้องการความชัดเจน ควรตรวจตัวบทฉบับเป็นทางการและขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง ตัวบทกฎหมายทางการสามารถดูได้ที่ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS) — Kelomn · AI Legal Research Project · Business Law for the Business Life
รับอัปเดตกฎหมายธุรกิจจาก Kelomn
ติดตามบทความใหม่ เครื่องมือ KKB และสรุปประเด็นกฎหมายธุรกิจที่ควรรู้จากหน้านี้ได้ต่อใน KKB Fans
ถ้าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์ ให้ส่ง กาแฟและขนมปัง ให้เป็นกำลังใจ
กดให้กาแฟ หรือ ขนมปัง สัก 1 อย่างไหมคะ?