Kelomn.com
Business Law for the Business Life

แชร์บทความนี้

แชท ฟีด เครือข่ายงาน โพสต์สั้น
น้องแว่นในร้านกาแฟ คุยเรื่องนายจ้างโพสต์ประกาศพ้นสภาพพนักงานพร้อมชื่อและรูปลงโซเชียล

น้องแว่น — Kelomn Legal Café · PDPA · หมิ่นประมาท · ละเมิด

โพสต์ประจานพนักงานที่ให้ออก พร้อมชื่อ-รูป ผิดกฎหมายไหม

ชื่อในบทความนี้เป็นชื่อสมมติ ไม่มีตัวตนจริง เป็นเพียงการเล่าเรื่องทางวิชาการ ไม่ได้ตั้งใจจะพาดพิงบุคคลใดนะคะ

ลุง D เจ้าของกิจการโมโหมากที่พี่บีลาออกกะทันหัน เลย โพสต์ประกาศลงเพจร้านว่า “พนักงานคนนี้พ้นสภาพแล้ว” พร้อมแนบรูปและชื่อเต็ม — คำถามคือ ทำแบบนี้ผิดกฎหมายไหม?

เรื่องนี้ไม่ได้มีกฎหมายเดียวมาเกี่ยว แต่เกี่ยวถึง 3 ฉบับพร้อมกัน — PDPA หมิ่นประมาททางอาญา และละเมิดทางแพ่ง มาดูทีละมุมแบบเข้าใจง่ายกันค่ะ ที่ Kelomn เราสรุปให้ครบทุกมาตรา

โพสต์ประจานพนักงาน เสี่ยงกฎหมาย 3 ฉบับ  ·  PDPA · อาญา · แพ่ง

1

มุมที่ 1 — PDPA: โพสต์ชื่อ-รูปพนักงาน คือการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (ม.๒๔ / ม.๒๗)

ชื่อและรูปของพี่บีคือ “ข้อมูลส่วนบุคคล” การเอาไปโพสต์สาธารณะจึงต้องมี ฐานทางกฎหมายรองรับค่ะ

โดยหลัก ห้ามมิให้ผู้ควบคุมข้อมูลเก็บรวบรวมข้อมูลโดยไม่ได้รับความยินยอม เว้นแต่เข้าข้อยกเว้นตามมาตรา ๒๔ เช่น เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายหรือเพื่อปฏิบัติตามสัญญา และห้ามใช้หรือเปิดเผยข้อมูลนอกเหนือไปจากวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งหรือที่ได้รับความยินยอมไว้ ตามมาตรา ๒๗ การโพสต์ประจานต่อสาธารณะมักเกินวัตถุประสงค์ของการจ้างงานและไม่มีฐานทางกฎหมายรองรับ จึงเสี่ยงเป็นการฝ่าฝืน PDPA

โพสต์ข้อมูลพนักงาน (PDPA)ต้องมีอะไร
ฐานในการเปิดเผยข้อมูล (ยินยอม/ข้อยกเว้น ม.๒๔)ต้องมี
ใช้ตามวัตถุประสงค์ที่แจ้ง/ยินยอม (ม.๒๗)ห้ามใช้นอกวัตถุประสงค์
ประจานต่อสาธารณะมักเกินวัตถุประสงค์ ไม่มีฐานรองรับ

(อ้างอิงจากพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๒๔, ๒๗)

💡 การจ้างงาน ≠ ใบอนุญาตประจาน: นายจ้างมีข้อมูลพนักงานเพื่อวัตถุประสงค์การจ้างงาน การนำไปเปิดเผยต่อสาธารณะเพื่อประจานเป็นคนละวัตถุประสงค์ และมักไม่มีฐานรองรับตาม PDPA ค่ะ
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ บัญญัติไว้ว่า
มาตรา ๒๔ ห้ามมิให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่
(๑) เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยหรือสถิติซึ่งได้จัดให้มีมาตรการปกป้องที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
(๒) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล
(๓) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น
(๔) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
(๕) เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญน้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
(๖) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

มาตรา ๒๗ ห้ามมิให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่เป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมได้โดยได้รับยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอมตามมาตรา ๒๔ หรือมาตรา ๒๖ บุคคลหรือนิติบุคคลที่ได้รับข้อมูลส่วนบุคคลมาจากการเปิดเผยตามวรรคหนึ่ง จะต้องไม่ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งไว้กับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลในการขอรับข้อมูลส่วนบุคคลนั้น ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอมตามวรรคหนึ่ง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องบันทึกการใช้หรือเปิดเผยนั้นไว้ในรายการตามมาตรา ๓๙
ที่มา: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๒๔, ๒๗
น้องแว่น Kelomn

น้องแว่นสรุปค่ะ

  1. ชื่อ-รูปพนักงาน = ข้อมูลส่วนบุคคล การเปิดเผยต้องมีฐาน (ม.๒๔)
  2. ห้ามใช้/เปิดเผยนอกวัตถุประสงค์ที่แจ้งหรือยินยอม (ม.๒๗)
  3. ประจานต่อสาธารณะมักเกินวัตถุประสงค์การจ้างงาน
2

มุมที่ 2 — อาญา: เสี่ยงหมิ่นประมาท (ป.อาญา ม.๓๒๖)

ถ้าข้อความที่โพสต์ น่าจะทำให้พี่บีเสียชื่อเสียง ก็อาจเข้าข่ายหมิ่นประมาททางอาญาค่ะ

ผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท ตามมาตรา ๓๒๖ โทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท ทั้งนี้ การพิจารณาต้องดูถ้อยคำและบริบทเป็นรายกรณี และมีข้อต่อสู้เรื่องการแสดงข้อความโดยสุจริตหรือเพื่อประโยชน์สาธารณะตามกฎหมาย

หมิ่นประมาท (ม.๓๒๖)องค์ประกอบ/โทษ
ใส่ความต่อบุคคลที่สาม น่าจะทำให้เสียชื่อเสียงอาจเข้าข่ายหมิ่นประมาท
โทษจำคุก ≤1 ปี / ปรับ ≤2 หมื่นบาท
ข้อต่อสู้แสดงโดยสุจริต/เพื่อประโยชน์สาธารณะ (พิจารณารายกรณี)

(อ้างอิงจากประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๖)

💡 “จริง” ไม่ได้แปลว่าโพสต์ได้เสมอ: แม้เรื่องที่โพสต์จะเป็นความจริง การประจานเรื่องส่วนตัวที่ไม่เป็นประโยชน์สาธารณะก็อาจไม่ได้รับการยกเว้น ควรพิจารณาถ้อยคำและบริบทเป็นรายกรณีค่ะ
ประมวลกฎหมายอาญา บัญญัติไว้ว่า
มาตรา ๓๒๖ ผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ที่มา: ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๖
น้องแว่น Kelomn

น้องแว่นสรุปค่ะ

  1. ข้อความที่น่าจะทำให้เสียชื่อเสียง อาจเข้าข่ายหมิ่นประมาท (ม.๓๒๖)
  2. โทษจำคุก ≤1 ปี หรือปรับ ≤2 หมื่นบาท
  3. ความจริงไม่ใช่ข้อยกเว้นเสมอไป — ดูบริบทเป็นรายกรณี
3

มุมที่ 3 — อาญา: โพสต์ลงโซเชียล = หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา โทษหนักขึ้น (ม.๓๒๘)

การโพสต์ลงโซเชียลที่คนเห็นเป็นวงกว้าง ไม่ใช่หมิ่นประมาทธรรมดา แต่เป็น หมิ่นประมาทโดยการโฆษณาค่ะ

ถ้าความผิดฐานหมิ่นประมาทได้กระทำโดยการโฆษณาด้วยเอกสาร ภาพ ภาพยนตร์ การกระจายเสียงหรือภาพ หรือป่าวประกาศด้วยวิธีอื่น ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปีและปรับไม่เกินสองแสนบาท ตามมาตรา ๓๒๘ ซึ่งการโพสต์ข้อความหรือภาพลงสื่อสังคมออนไลน์ที่เผยแพร่ต่อสาธารณะ โดยทั่วไปถือเป็นการโฆษณาตามความหมายนี้

หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา (ม.๓๒๘)ผล/โทษ
โพสต์/เผยแพร่ต่อสาธารณะ (โซเชียล)ถือเป็นการโฆษณา
โทษหนักกว่าหมิ่นประมาทธรรมดาจำคุก ≤2 ปี และปรับ ≤2 แสนบาท
ลักษณะโทษจำคุก “และ” ปรับ (ไม่ใช่ “หรือ”)

(อ้างอิงจากประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๘)

💡 โซเชียลทำให้โทษหนักขึ้น: ต่างจาก ม.๓๒๖ ที่เป็น “จำคุกหรือปรับ” มาตรา ๓๒๘ เป็น “จำคุกและปรับ” และเพดานสูงขึ้นมาก เพราะการเผยแพร่ต่อสาธารณะสร้างความเสียหายเป็นวงกว้างค่ะ
ประมวลกฎหมายอาญา บัญญัติไว้ว่า
มาตรา ๓๒๘ ถ้าความผิดฐานหมิ่นประมาทได้กระทำโดยการโฆษณาด้วยเอกสาร ภาพวาด ภาพระบายสี ภาพยนตร์ ภาพหรือตัวอักษรที่ทำให้ปรากฏไม่ว่าด้วยวิธีใด ๆ แผ่นเสียง หรือสิ่งบันทึกเสียง บันทึกภาพ หรือบันทึกอักษร กระทำโดยการกระจายเสียง หรือการกระจายภาพ หรือโดยกระทำการป่าวประกาศด้วยวิธีอื่น ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท
ที่มา: ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๘
น้องแว่น Kelomn

น้องแว่นสรุปค่ะ

  1. โพสต์ลงโซเชียลที่เผยแพร่ต่อสาธารณะ ถือเป็นการโฆษณา (ม.๓๒๘)
  2. โทษหนักขึ้นเป็นจำคุก ≤2 ปี และปรับ ≤2 แสนบาท
  3. เป็นโทษ “จำคุกและปรับ” ไม่ใช่ “หรือ”
4

มุมที่ 4 — แพ่ง: ละเมิดและไขข่าวแพร่หลาย ต้องชดใช้ค่าเสียหาย (ม.๔๒๐ / ม.๔๒๓)

นอกจากโทษอาญา พี่บียัง ฟ้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่ง จากการถูกประจานได้ด้วยค่ะ

ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายแก่สิทธิอย่างหนึ่งอย่างใด เป็นการละเมิดและต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน ตามมาตรา ๔๒๐ และผู้ใดกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริง อันเป็นที่เสียหายแก่ชื่อเสียงหรือทางทำมาหาได้ของผู้อื่น ต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน ตามมาตรา ๔๒๓ — โดยมาตรา ๔๒๓ ใช้กับกรณีข้อความที่ฝ่าฝืนต่อความจริง

ความรับผิดทางแพ่งหลัก
ทำให้ผู้อื่นเสียหายโดยผิดกฎหมายละเมิด ต้องชดใช้ค่าสินไหม (ม.๔๒๐)
ไขข่าวแพร่หลายที่ฝ่าฝืนต่อความจริงต้องชดใช้ค่าสินไหม (ม.๔๒๓)
ขอบเขต ม.๔๒๓ใช้กับข้อความที่ฝ่าฝืนต่อความจริง

(อ้างอิงจากประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๒๐, ๔๒๓)

💡 ฟ้องแพ่งคู่กับอาญาได้: ผู้เสียหายเรียกค่าสินไหมทดแทนจากการละเมิดตาม ม.๔๒๐ ได้ และหากข้อความที่โพสต์ไม่เป็นความจริง ม.๔๒๓ ก็เข้ามาเสริมได้อีกชั้นค่ะ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บัญญัติไว้ว่า
มาตรา ๔๒๐ ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิดจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น

มาตรา ๔๒๓ ผู้ใดกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริง เป็นที่เสียหายแก่ชื่อเสียงหรือเกียรติคุณของบุคคลอื่นก็ดี หรือเป็นที่เสียหายแก่ทางทำมาหาได้หรือทางเจริญของเขาโดยประการอื่นก็ดี ท่านว่าผู้นั้นจะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่เขาเพื่อความเสียหายอย่างใด ๆ อันเกิดแต่การนั้น แม้ทั้งเมื่อตนมิได้รู้ว่าข้อความนั้นไม่จริง แต่หากควรจะรู้ได้ ผู้ใดส่งข่าวสารอันตนมิได้รู้ว่าเป็นความไม่จริง หากว่าตนเองหรือผู้รับข่าวสารนั้นมีทางได้เสียโดยชอบในการนั้นด้วยแล้ว ท่านว่าเพียงที่ส่งข่าวสารเช่นนั้นหาทำให้ผู้นั้นต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนไม่
ที่มา: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๒๐, ๔๒๓
น้องแว่น Kelomn

น้องแว่นสรุปค่ะ

  1. ทำให้ผู้อื่นเสียหายโดยผิดกฎหมาย = ละเมิด ต้องชดใช้ค่าสินไหม (ม.๔๒๐)
  2. ไขข่าวแพร่หลายที่ฝ่าฝืนต่อความจริง ต้องชดใช้ (ม.๔๒๓)
  3. ฟ้องแพ่งควบคู่กับคดีอาญาได้

หัวใจของเรื่องนี้คือ — ความโกรธไม่ใช่เหตุให้ประจานคนอื่นต่อสาธารณะได้ การโพสต์ชื่อ-รูปพนักงานที่ให้ออก เสี่ยงผิดทั้ง PDPA หมิ่นประมาททางอาญา และละเมิดทางแพ่ง พร้อมกันได้

  1. PDPA โพสต์ข้อมูลพนักงานต้องมีฐาน (ม.๒๔/๒๗)  ดูข้อ 1
  2. หมิ่นประมาท ข้อความน่าจะทำให้เสียชื่อเสียง (ม.๓๒๖)  ดูข้อ 2
  3. โดยการโฆษณา โพสต์โซเชียล โทษหนักขึ้น (ม.๓๒๘)  ดูข้อ 3
  4. ละเมิดทางแพ่ง ชดใช้ค่าเสียหาย (ม.๔๒๐/๔๒๓)  ดูข้อ 4

ถ้าจำเป็นต้องสื่อสารเรื่องการพ้นสภาพพนักงาน ทางที่ปลอดภัยคือแจ้งเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องเท่าที่จำเป็น ใช้ถ้อยคำที่เป็นข้อเท็จจริง ไม่ใส่ความหรือประจาน และหลีกเลี่ยงการเปิดเผยชื่อ-รูปต่อสาธารณะโดยไม่มีฐานทางกฎหมายนะคะ

อ้างอิง  ·  ① PDPA ม.๒๔, ๒๗  ·  ② ป.อาญา ม.๓๒๖  ·  ③ ป.อาญา ม.๓๒๘  ·  ④ ป.พ.พ. ม.๔๒๐, ๔๒๓

ถ้าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์ ให้ส่ง กาแฟและขนมปัง ให้เป็นกำลังใจ

กดให้กาแฟ หรือ ขนมปัง สัก 1 อย่างไหมคะ?

ทานกาแฟ ไปแล้ว 17 แก้ว · ทานขนมปัง ไปแล้ว 12 แผ่น

อ่านต่อในชุดคดีความและการฟ้องร้อง

กลับหน้าหลัก คดีความและการฟ้องร้อง ทวงหนี้ประจานในไลน์/เฟซ ผิดกฎหมายไหม?

💛 หมายเหตุจาก Kelomn: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลความรู้ทั่วไปด้านกฎหมายครอบครัวและมรดก อ้างอิงจากประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งอาจมีการแก้ไขเพิ่มเติมในอนาคต ข้อมูลในบทความนี้ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายและไม่สามารถใช้แทนการปรึกษาทนายความได้ หากมีประเด็นทางกฎหมายที่ต้องการความชัดเจน สามารถค้นหาตัวบทกฎหมายฉบับเป็นทางการเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS) — Kelomn · AI Legal Research Project · Business Law for the Business Life

คำถามที่พบบ่อย

บทความนี้เหมาะกับใคร?
เหมาะกับผู้อ่านที่ต้องการทำความเข้าใจคดีความและการฟ้องร้องในประเด็น โพสต์ประจานพนักงานออก ผิดกฎหมายไหม PDPA หมิ่นประมาท เพื่อใช้ตั้งคำถาม ตรวจความเสี่ยงเบื้องต้น และเตรียมข้อมูลก่อนตัดสินใจ
อ่านแล้วควรทำอะไรต่อ?
ควรแยกข้อเท็จจริงของตนเองออกจากตัวอย่างในบทความ รวบรวมเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้อง และตรวจข้อกฎหมายปัจจุบันก่อนนำไปใช้จริง
บทความนี้ใช้แทนคำปรึกษาทนายได้ไหม?
ไม่ได้ บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการศึกษาและการวางกรอบประเด็น ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมายเฉพาะคดีหรือเฉพาะธุรกิจ

รับอัปเดตกฎหมายธุรกิจจาก Kelomn

ติดตามบทความใหม่ เครื่องมือ KKB และสรุปประเด็นกฎหมายธุรกิจที่ควรรู้จากหน้านี้ได้ต่อใน KKB Fans

สมัครรับข่าว ติดต่อทีม Kelomn