Kelomn.com
Business Law for the Business Life

แชร์บทความนี้

แชท ฟีด เครือข่ายงาน โพสต์สั้น
น้องแว่นในร้านกาแฟ คุยเรื่องสมรสเท่าเทียมและสิทธิคู่รัก

น้องแว่น — Kelomn Legal Café · กฎหมายครอบครัวและมรดก

สมรสเท่าเทียมแล้ว สิทธิจริงที่คู่รักต้องรู้

ชื่อในบทความนี้เป็นชื่อสมมติ ไม่มีตัวตนจริง เป็นเพียงการเล่าเรื่องทางวิชาการ ไม่ได้ตั้งใจจะพาดพิงบุคคลใดนะคะ

เป็นข่าวดีที่หลายคนรอคอยค่ะ — กฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่ต้นปี 2568 คู่รักเพศเดียวกันจดทะเบียนสมรสได้เท่าเทียมกับคู่ชาย-หญิง

แต่คำถามที่ตามมาคือ จดทะเบียนแล้วได้สิทธิอะไรบ้างจริงๆ โดยเฉพาะเรื่องมรดก และมีบางเรื่องที่กฎหมายลูกยังตามไม่ทันไหม ควรเตรียมตัวอย่างไร มาดูทีละข้อกันค่ะ — ที่ Kelomn เราสรุปให้ครบค่ะ

ข้อ 1–3  ·  สมรสเท่าเทียมเปลี่ยนอะไร จดทะเบียน และสิทธิมรดก

1

สมรสเท่าเทียมเปลี่ยนกฎหมายอย่างไร?

พี่เอกับพี่บีเป็นคู่รักเพศเดียวกันที่อยู่ด้วยกันมา 10 ปี เคยจดทะเบียนสมรสไม่ได้ — แต่ตอนนี้กฎหมายเปลี่ยนแล้วค่ะ

หัวใจของการแก้ไขคือ มาตรา 1448 เดิมกำหนดให้สมรสได้เฉพาะ "ชายและหญิง" ฉบับใหม่เปลี่ยนเป็น "บุคคลทั้งสองฝ่าย" และปรับอายุขั้นต่ำเป็น 18 ปีบริบูรณ์ ทำให้คู่รักไม่ว่าเพศใดสมรสกันได้ตามกฎหมาย

ประเด็นกฎหมายเดิมกฎหมายใหม่
ผู้สมรสชายและหญิงบุคคลทั้งสองฝ่าย
อายุขั้นต่ำ17 ปี18 ปีบริบูรณ์
คู่รักเพศเดียวกันสมรสไม่ได้สมรสได้

(อ้างอิงจากประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๔๘ ฉบับสมรสเท่าเทียม)

💡 เป็นการแก้ที่ตัวประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์: การแก้ไขนี้ทำโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 และยังเปลี่ยนชื่อหมวดความสัมพันธ์และทรัพย์สินจาก "สามีภริยา" เป็น "คู่สมรส" ด้วย
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (แก้ไขเพิ่มเติมฉบับสมรสเท่าเทียม) บัญญัติไว้ว่า
มาตรา ๑๔๔๘ การสมรสจะกระทำได้ต่อเมื่อบุคคลทั้งสองฝ่ายมีอายุสิบแปดปีบริบูรณ์แล้ว แต่ในกรณีมีเหตุอันสมควร ศาลอาจอนุญาตให้ทำการสมรสก่อนนั้นได้
ที่มา: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๔๘ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ๒๔) พ.ศ. ๒๕๖๗
น้องแว่น Kelomn

น้องแว่นสรุปค่ะ

  1. มาตรา 1448 เปลี่ยนจาก 'ชายและหญิง' เป็น 'บุคคลทั้งสองฝ่าย'ค่ะ
  2. อายุขั้นต่ำเป็น 18 ปีบริบูรณ์
  3. คู่รักเพศเดียวกันสมรสกันได้ตามกฎหมาย
  4. แก้ที่ตัว ป.พ.พ. โดยฉบับที่ 24/2567 ค่ะ
2

ต้องทำอะไรจึงจะมีสิทธิตามกฎหมาย?

หลายคู่อยู่ด้วยกันมานานแต่ไม่ได้จดทะเบียน พี่เอจึงถามว่า แค่รักกันและอยู่ด้วยกันพอไหม หรือต้องจดทะเบียน? คำตอบคือ ต้องจดทะเบียนค่ะ

กฎหมายกำหนดชัดว่า การสมรสจะมีผลได้เฉพาะเมื่อจดทะเบียนแล้วเท่านั้น ดังนั้นคู่รักเพศเดียวกันที่อยากได้สิทธิและหน้าที่ในฐานะคู่สมรส เช่น สิทธิในมรดกหรือการจัดการทรัพย์สินร่วม ต้องไปจดทะเบียนสมรสให้ถูกต้อง ไม่ใช่แค่อยู่ด้วยกันเฉยๆ

สถานะมีสิทธิคู่สมรสไหม
จดทะเบียนสมรสตามกฎหมายใหม่มีสิทธิเต็มในฐานะคู่สมรส
อยู่ด้วยกัน แต่ไม่จดทะเบียนไม่ใช่คู่สมรสตามกฎหมาย

(อ้างอิงจากประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๕๗)

💡 จดทะเบียนคือกุญแจสำคัญ: สิทธิทางกฎหมายของคู่สมรส เช่น การรับมรดกในฐานะทายาทโดยธรรม จะเกิดขึ้นเมื่อจดทะเบียนสมรสแล้วเท่านั้น การอยู่ด้วยกันเฉยๆ ไม่ทำให้เกิดสิทธินี้ค่ะ (ดูข้อ 3)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บัญญัติไว้ว่า
มาตรา ๑๔๕๗ การสมรสตามประมวลกฎหมายนี้จะมีได้เฉพาะเมื่อได้จดทะเบียนแล้วเท่านั้น
ที่มา: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๕๗
น้องแว่น Kelomn

น้องแว่นสรุปค่ะ

  1. การสมรสมีผลเมื่อจดทะเบียนแล้วเท่านั้นค่ะ
  2. อยู่ด้วยกันเฉยๆ ไม่ใช่คู่สมรสตามกฎหมาย
  3. สิทธิคู่สมรสเกิดเมื่อจดทะเบียน
  4. อยากได้สิทธิต้องไปจดให้ถูกต้อง ค่ะ
3

คู่สมรสเสียชีวิต อีกฝ่ายได้มรดกไหม?

นี่คือสิทธิสำคัญที่สุดเรื่องหนึ่งค่ะ ถ้าวันหนึ่งฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจากไปโดยไม่ได้ทำพินัยกรรม — อีกฝ่ายมีสิทธิในมรดกไหม? เมื่อจดทะเบียนสมรสแล้ว คำตอบคือ มีค่ะ

กฎหมายมรดกกำหนดให้ "คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่" เป็นทายาทโดยธรรม มีสิทธิรับมรดกร่วมกับทายาทลำดับอื่น เมื่อคู่รักเพศเดียวกันจดทะเบียนสมรสถูกต้องแล้ว ก็เข้าเป็น "คู่สมรส" ตามบทบัญญัตินี้เช่นกัน

กรณีคู่สมรสได้มรดกไหม
จดทะเบียนสมรส + อีกฝ่ายเสียชีวิต ไม่มีพินัยกรรมเป็นทายาทโดยธรรม ได้รับมรดก
ไม่ได้จดทะเบียนไม่ใช่ทายาทโดยธรรม

(อ้างอิงจากประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๒๙)

💡 การจดทะเบียนเปลี่ยนสถานะมรดกเลย: คู่รักที่ไม่จดทะเบียนไม่ใช่ทายาทโดยธรรม จะไม่ได้รับมรดกโดยอัตโนมัติ แต่เมื่อจดทะเบียนสมรสแล้ว กลายเป็นทายาทโดยธรรมลำดับคู่สมรสทันทีค่ะ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บัญญัติไว้ว่า
มาตรา ๑๖๒๙ ทายาทโดยธรรมมีหกลำดับเท่านั้น และภายใต้บังคับแห่งมาตรา ๑๖๓๐ วรรคสอง แต่ละลำดับมีสิทธิได้รับมรดกก่อนหลังดังต่อไปนี้ คือ
(๑) ผู้สืบสันดาน
(๒) บิดามารดา
(๓) พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน
(๔) พี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดาเดียวกัน
(๕) ปู่ ย่า ตา ยาย
(๖) ลุง ป้า น้า อา คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นก็เป็นทายาทโดยธรรม ภายใต้บังคับของบทบัญญัติพิเศษแห่งมาตรา ๑๖๓๕
ที่มา: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๒๙
น้องแว่น Kelomn

น้องแว่นสรุปค่ะ

  1. คู่สมรสที่ยังมีชีวิตเป็นทายาทโดยธรรมค่ะ
  2. คู่รักเพศเดียวกันที่จดทะเบียนแล้ว เข้าเป็นคู่สมรสตามนี้
  3. ไม่จดทะเบียน = ไม่ใช่ทายาทโดยธรรม
  4. การจดทะเบียนเปลี่ยนสถานะมรดกทันทีค่ะ
น้องแว่นนั่งอ่านเอกสารพินัยกรรมในร้านกาแฟ

มาต่อกับส่วนแบ่งมรดก และการปิดช่องโหว่ — กาแฟอีกแก้วไหมคะ?

ข้อ 4–5  ·  ส่วนแบ่งมรดก และกฎหมายลูกที่ยังไม่ครบ

4

คู่สมรสได้ส่วนแบ่งมรดกเท่าไหร่?

เมื่อรู้ว่าคู่สมรสเป็นทายาทแล้ว น้าซีถามต่อว่า แล้วจะได้ส่วนแบ่งเท่าไหร่? ขึ้นอยู่กับว่ามีทายาทลำดับใดอยู่ร่วมด้วยค่ะ

กฎหมายออกแบบให้คู่สมรส "เสียบเข้า" ลำดับทายาทที่มีอยู่ ส่วนแบ่งจึงต่างกันตามว่าผู้ตายมีลูก มีพ่อแม่ หรือมีพี่น้องอยู่ด้วยหรือไม่ หลักนี้ใช้กับคู่สมรสทุกคู่เท่าเทียมกัน

ทายาทที่มีชีวิตอยู่ร่วมส่วนแบ่งคู่สมรส (โดยสรุป)
มีผู้สืบสันดาน (ลูก)ได้ส่วนเสมือนทายาทชั้นบุตร
มีบิดามารดา หรือพี่น้องร่วมบิดามารดาได้กึ่งหนึ่ง
ไม่มีทายาทลำดับที่กฎหมายกำหนดได้รับมรดกทั้งหมด

(อ้างอิงจากประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๓๕)

💡 ส่วนแบ่งขึ้นกับทายาทที่เหลือ: คู่สมรสไม่ได้รับครึ่งหนึ่งของทุกอย่างเสมอไป แต่ได้ส่วนแบ่งตามลำดับทายาทที่มีอยู่ ดังนั้นถ้าอยากกำหนดเองให้ชัด การทำพินัยกรรมจะช่วยได้มากค่ะ (ดูข้อ 5)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บัญญัติไว้ว่า
มาตรา ๑๖๓๕ ลำดับและส่วนแบ่งของคู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่ในการรับมรดกของผู้ตายนั้น ให้เป็นไปดังต่อไปนี้
(๑) ถ้ามีทายาทตามมาตรา ๑๖๒๙ (๑) ซึ่งยังมีชีวิตอยู่หรือมีผู้รับมรดกแทนที่ แล้วแต่กรณี คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่นั้น มีสิทธิได้ส่วนแบ่งเสมือนหนึ่งว่าตนเป็นทายาทชั้นบุตร
(๒) ถ้ามีทายาทตามมาตรา ๑๖๒๙
(๓) และทายาทนั้นยังมีชีวิตอยู่หรือมีผู้รับมรดกแทนที่ หรือถ้าไม่มีทายาทตามมาตรา ๑๖๒๙ (๑) แต่มีทายาทตามมาตรา ๑๖๒๙ (๒) แล้วแต่กรณี คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นมีสิทธิได้รับมรดกกึ่งหนึ่ง (๓) ถ้ามีทายาทตามมาตรา ๑๖๒๙
(๔) หรือ (๖) และทายาทนั้นยังมีชีวิตอยู่ หรือมีผู้รับมรดกแทนที่ หรือมีทายาทตามมาตรา ๑๖๒๙
(๕) แล้วแต่กรณี คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่ มีสิทธิได้มรดกสองส่วนในสาม (๔) ถ้าไม่มีทายาทดังที่ระบุไว้ในมาตรา ๑๖๒๙ คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นมีสิทธิได้รับมรดกทั้งหมด
ที่มา: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๓๕
น้องแว่น Kelomn

น้องแว่นสรุปค่ะ

  1. คู่สมรสได้ส่วนแบ่งตามลำดับทายาทที่มีอยู่ค่ะ
  2. มีลูก ได้ส่วนเสมือนทายาทชั้นบุตร
  3. ไม่มีทายาทลำดับอื่น ได้มรดกทั้งหมด
  4. หลักนี้ใช้กับคู่สมรสทุกคู่เท่าเทียมกันค่ะ
5

กฎหมายลูกยังไม่ครบ — ปิดช่องด้วยพินัยกรรม

แม้กฎหมายหลักจะเท่าเทียมแล้ว แต่ บางสิทธิที่ขึ้นกับกฎหมายหรือระเบียบฉบับอื่นอาจยังปรับถ้อยคำตามไม่ทัน ทำให้เกิดข้อสงสัยเป็นรายกรณีได้ พี่เอกับพี่บีจึงอยากรู้ว่าจะป้องกันความไม่แน่นอนอย่างไร

ทางที่ชัดเจนที่สุดคือ การทำพินัยกรรม — กฎหมายเปิดให้บุคคลใดก็ได้แสดงเจตนากำหนดการเผื่อตายในเรื่องทรัพย์สินของตนผ่านพินัยกรรม การระบุชื่อคู่สมรสเป็นผู้รับทรัพย์สินโดยตรง จึงช่วยปิดช่องโหว่และทำให้เจตนาของเราชัดเจน ไม่ต้องรอการตีความ

เครื่องมือป้องกันช่วยอย่างไร
ทำพินัยกรรมระบุผู้รับทรัพย์สินกำหนดผู้รับชัดเจน ไม่ต้องรอการตีความ
ทำสัญญาก่อนสมรสเรื่องทรัพย์สินจัดการทรัพย์สินระหว่างคู่สมรสได้ชัดเจน
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเป็นรายกรณีสำหรับสิทธิที่อิงกฎหมาย/ระเบียบอื่น

(อ้างอิงจากประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๔๖)

💡 พินัยกรรมคือหลักประกันที่ชัดที่สุด: ไม่ว่ากฎหมายลูกจะปรับตามครบหรือยัง การทำพินัยกรรมระบุชื่อคู่สมรสเป็นผู้รับทรัพย์สินโดยตรง ทำให้เจตนาของเรามีผลแน่นอน เป็นการวางแผนที่คู่รักทุกคู่ควรพิจารณาค่ะ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บัญญัติไว้ว่า
มาตรา ๑๖๔๖ บุคคลใดจะแสดงเจตนาโดยพินัยกรรม กำหนดการเผื่อตายในเรื่องทรัพย์สินของตนเอง หรือในการต่าง ๆ อันจะให้เกิดเป็นผลบังคับได้ตามกฎหมายเมื่อตนตายก็ได้
ที่มา: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๔๖
น้องแว่น Kelomn

น้องแว่นสรุปค่ะ

  1. บางสิทธิที่อิงกฎหมาย/ระเบียบอื่นอาจตามไม่ทันค่ะ
  2. ทำพินัยกรรมระบุผู้รับทรัพย์สิน ปิดช่องโหว่ได้
  3. สัญญาก่อนสมรสจัดการทรัพย์สินได้ชัด
  4. เรื่องเฉพาะ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเป็นรายกรณีค่ะ

เรื่องสมรสเท่าเทียมทั้ง 5 ข้อนี้มีหัวใจเดียวกัน — กฎหมายหลัก เปิดสิทธิเท่าเทียมแล้ว แต่สิทธิจะเกิดจริงเมื่อ จดทะเบียน และการ ทำพินัยกรรม ช่วยให้เจตนาของเราชัดเจนไม่ต้องรอการตีความ

  1. สมรสเท่าเทียม ม.1448 เปลี่ยนเป็นบุคคลสองคน อายุ 18 คู่รักทุกเพศสมรสได้  ดูข้อ 1
  2. ต้องจดทะเบียน สิทธิคู่สมรสเกิดเมื่อจดทะเบียน อยู่ด้วยกันเฉยๆ ไม่พอ  ดูข้อ 2
  3. สิทธิมรดก คู่สมรสที่จดทะเบียนเป็นทายาทโดยธรรม ได้รับมรดก  ดูข้อ 3
  4. ส่วนแบ่ง ได้ส่วนแบ่งตามลำดับทายาทที่มีอยู่  ดูข้อ 4
  5. ปิดช่องโหว่ กฎหมายลูกบางเรื่องยังไม่ครบ ทำพินัยกรรมช่วยได้  ดูข้อ 5

ถ้าวางแผนสร้างครอบครัวหรือดูแลทรัพย์สินร่วมกัน แนะนำให้คู่รักไปจดทะเบียนสมรสและพิจารณาทำพินัยกรรม รวมถึงปรึกษาทนายความสำหรับสิทธิเฉพาะเรื่องที่ยังไม่ชัดเจนนะคะ การเตรียมไว้ก่อนช่วยให้อุ่นใจในระยะยาวค่ะ

อ้างอิง  ·  ① ม.๑๔๔๘ (สมรสเท่าเทียม ฉบับที่ ๒๔/๒๕๖๗)  ·  ② ม.๑๔๕๗ (สมรสต้องจดทะเบียน)  ·  ③ ม.๑๖๒๙ (คู่สมรสเป็นทายาทโดยธรรม)  ·  ④ ม.๑๖๓๕ (ส่วนแบ่งคู่สมรส)  ·  ⑤ ม.๑๖๔๖ (พินัยกรรม)

ถ้าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์ ให้ส่ง กาแฟและขนมปัง ให้เป็นกำลังใจ

กดให้กาแฟ หรือ ขนมปัง สัก 1 อย่างไหมคะ?

ทานกาแฟ ไปแล้ว 14 แก้ว · ทานขนมปัง ไปแล้ว 3 แผ่น

อ่านต่อในชุดครอบครัวและมรดก

กลับหน้าหลัก ครอบครัวและมรดก รับมรดกพ่อแม่ ได้หนี้แถม ต้องจ่ายไหม? ไม่ได้ทำพินัยกรรม “ตาย” ใครจะได้มรดก?

💛 หมายเหตุจาก Kelomn: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลความรู้ทั่วไปด้านกฎหมายครอบครัวและมรดก อ้างอิงจากประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งอาจมีการแก้ไขเพิ่มเติมในอนาคต ข้อมูลในบทความนี้ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายและไม่สามารถใช้แทนการปรึกษาทนายความได้ หากมีประเด็นทางกฎหมายที่ต้องการความชัดเจน สามารถค้นหาตัวบทกฎหมายฉบับเป็นทางการเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS) — Kelomn · AI Legal Research Project · Business Law for the Business Life

รับอัปเดตกฎหมายธุรกิจจาก Kelomn

ติดตามบทความใหม่ เครื่องมือ KKB และสรุปประเด็นกฎหมายธุรกิจที่ควรรู้จากหน้านี้ได้ต่อใน KKB Fans

สมัครรับข่าว ติดต่อทีม Kelomn