มุมห้องสมุด · ศูนย์รวมคำพิพากษาฎีกา

มุมห้องสมุด

เราหาคำพิพากษาฎีกาใหม่ๆ มาอัปเดตให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันนะ ค้นได้ทั้งคำ มาตรา หรือเลขฎีกา แล้วโหลด PDF ไปอ่านได้เลย

คลังฎีกา 88,976 ฉบับ · ปี 2463–2569

ฎีกาเข้าใหม่ (7 วัน)

เข้าใหม่ 8 ฉบับ
ฎ. 737/2569พ.ศ. 2569จำเลยชนะ / ยกฟ้องmirror

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 1 ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จึงเป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกฟ้อง ซึ่งต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาไม่ว่าจะเป็นปัญหาข้อเท็จจริงหรือปัญหาข้อกฎหมาย และผู้พิพากษาซึ่งนั่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิเคราะห์ฎีกาของโจทก์แล้วเห็นว่า ข้อความที่ตัดสินไม่เป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุด และไม่อนุญาตให้ฎีกา ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 220 และมาตรา 221 ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4 คดีโจทก์จึงต้องห้ามมิให้ฎีกา ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของโจทก์ไว้จึงไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

🔑 คำชี้ผล (ประเมินจากถ้อยคำ)

พิพากษายกฟ้องยกฟ้องโจทก์ยกฟ้องพิพากษายืน

ประเมินจากถ้อยคำในคำพิพากษา · ไม่ใช่ผลทางการของศาล · โปรดตรวจสำเนาทางการก่อนอ้างอิง

ฎ. 139/2569พ.ศ. 2569ไม่ระบุผลmirror

คดีหมายเลขแดงที่ ยชพ 1250/2565 ของศาลชั้นต้น โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 2 แสดงตนโดยเปิดเผยเพื่อแสดงว่าตนมีความสัมพันธ์กับจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นสามีโจทก์ในทำนองชู้สาว โดยโจทก์มิได้ยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจ ทั้งจำเลยที่ 2 ทราบดีว่า จำเลยที่ 1 มีโจทก์เป็นภริยาชอบด้วยกฎหมาย และมีบุตรด้วยกัน 1 คน อยู่แล้ว ขอให้จำเลยที่ 2 ชดใช้ค่าทดแทนพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ อันเป็นการฟ้องเพื่อใช้สิทธิในฐานะคู่สมรสเรียกค่าทดแทนตาม ป.พ.พ. มาตรา 1523 วรรคสอง ส่วนการที่โจทก์ในคดีนี้ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 โอนเงินสินสมรสระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 จากบัญชีเงินฝากของจำเลยที่ 1 ให้แก่จำเลยที่ 2 โดยเสน่หา ซึ่งมิใช่การให้ที่พอควรแก่ฐานานุรูปของครอบครัว เพื่อการกุศล เพื่อการสังคม หรือตามหน้าที่ธรรมจรรยา ไปโดยฝ่ายเดียว โดยโจทก์ไม่ทราบเรื่องและโดยปราศจากความยินยอมของโจทก์ ขอให้เพิกถอนนิติกรรมการให้ดังกล่าวระหว่างจำเลยทั้งสองและให้จำเลย

🔑 คำชี้ผล (ประเมินจากถ้อยคำ)

พิพากษาแก้แก้เป็น

ประเมินจากถ้อยคำในคำพิพากษา · ไม่ใช่ผลทางการของศาล · โปรดตรวจสำเนาทางการก่อนอ้างอิง

ฎ. 9490/2568พ.ศ. 2568ไม่ระบุผลmirror

ขณะกระทำความผิดจำเลยเป็นพนักงานหน่วยงานของรัฐ ต้องระวางโทษเป็นสามเท่าของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นตาม พ.ร.บ. มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 10 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิด โดยกฎหมายใหม่ตาม ป.ยาเสพติด มาตรา 180 ยังคงบัญญัติให้ระวางโทษพนักงานหน่วยงานของรัฐที่กระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดเป็นสามเท่าของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเช่นเดียวกัน ซึ่งคำว่า "โทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น" ในคดีนี้ก็คือโทษตาม ป.ยาเสพติด มาตรา 145 วรรคสอง (2) เมื่อต้องระวางโทษเป็นสามเท่า ทำให้มีระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6 ปี ถึง 60 ปี และปรับตั้งแต่ 600,000 บาท ถึง 6,000,000 บาท แม้ ป.ยาเสพติดไม่ได้บัญญัติไว้ว่ากรณีระวางโทษจำคุกเป็นสามเท่าศาลจะกำหนดโทษจำคุกจำเลยได้สูงสุดกี่ปี ซึ่งต่างกับ พ.ร.บ. มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มา

🔑 คำชี้ผล (ประเมินจากถ้อยคำ)

ลดโทษให้

ประเมินจากถ้อยคำในคำพิพากษา · ไม่ใช่ผลทางการของศาล · โปรดตรวจสำเนาทางการก่อนอ้างอิง

ฎ. 8459/2568พ.ศ. 2568โจทก์ชนะmirror

ในชั้นอุทธรณ์จำเลยยกข้อเท็จจริงขึ้นอุทธรณ์ แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ไม่ได้ยกขึ้นวินิจฉัย จำเลยก็ไม่ได้ฎีกาโต้แย้งว่าศาลอุทธรณ์ภาค 8 ไม่ยกขึ้นวินิจฉัยนั้นไม่ชอบอย่างไร การที่จำเลยยกข้อเท็จจริงดังกล่าวขึ้นฎีกาซ้ำอีก ถือได้ว่าเป็นข้อเท็จจริงที่เพิ่งยกขึ้นในชั้นฎีกา และไม่ได้เป็นการคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 216 วรรคหนึ่ง ทั้งไม่ได้เป็นข้อความที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ตัดสินไว้ จึงไม่อาจใช้ดุลพินิจอนุญาตให้ฎีกาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 221 ได้ ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัย สำหรับความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดนั้น มีระวางโทษสองในสามส่วนของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น ตาม ป.อ. มาตรา 80 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 วางโทษจำคุกจำเลยมีกำหนด 10 ปี ก็เป็นระวางโทษสองในสามส่วนของอัตราโทษขั้นต่ำสุดในความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นตาม ป.อ. มาตรา 288 ซึ่งเป็นกฎหมายสำหรับความผิดนั้นแล้ว เมื่

🔑 คำชี้ผล (ประเมินจากถ้อยคำ)

ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน

ประเมินจากถ้อยคำในคำพิพากษา · ไม่ใช่ผลทางการของศาล · โปรดตรวจสำเนาทางการก่อนอ้างอิง

ฎ. 506/2569พ.ศ. 2569ไม่ระบุผลmirror

ขณะโจทก์ฟ้องคดีการกระทำของจำเลยเป็นความผิด ป.อ. มาตรา 279 วรรคห้า (แก้ไขเพิ่มเติม ป.อ. ฉบับที่ 27 พ.ศ. 2562) แต่ในขณะกระทำความผิดการกระทำดังกล่าวเป็นความผิด ป.อ. มาตรา 277 วรรคสาม (เดิม) และระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา มี พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติม ป.อ. (ฉบับที่ 30) พ.ศ. 2568 ออกใช้บังคับ โดยมาตรา 3 ให้ยกเลิกความใน (18) ของมาตรา 1 ตาม ป.อ. แล้วให้ใช้ความต่อไปนี้แทน (18) "กระทำชำเรา" หมายความว่ากระทำเพื่อสนองความใคร่ของผู้กระทำโดยการใช้อวัยวะเพศของผู้กระทำล่วงล้ำอวัยวะเพศ ทวารหนักหรือช่องปากของผู้อื่น หรือการใช้อวัยวะอื่นของผู้กระทำ หรือวัตถุล่วงล้ำอวัยวะเพศ หรือทวารหนักของผู้อื่น..." และมาตรา 6 ให้ยกเลิก ป.อ. มาตรา 279 วรรคสี่ วรรคห้า วรรคหก และวรรคเจ็ด ดังนั้นบทบัญญัติของกฎหมายที่แก้ไขเพิ่มเติมยังคงบัญญัติว่าการกระทำโดยใช้วัตถุหรืออวัยวะอื่นซึ่งมิใช่อวัยวะเพศล่วงล้ำอวัยวะเพศหรือทวารหนักของผู้อื่นย

🔑 คำชี้ผล (ประเมินจากถ้อยคำ)

จำเลยมีความผิดพิพากษาแก้แก้เป็น

ประเมินจากถ้อยคำในคำพิพากษา · ไม่ใช่ผลทางการของศาล · โปรดตรวจสำเนาทางการก่อนอ้างอิง

ฎ. 170/2569พ.ศ. 2569ไม่ระบุผลmirror

ผู้คัดค้านมีสำเนาบันทึกการสมรสรัฐฟลอริดาพร้อมคำแปล มาแสดงว่า ผู้คัดค้านกับผู้ตายสมรสกันตามกฎหมายของรัฐฟลอริดาเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2533 และผู้คัดค้านมีหนังสือรับรองการสมรสโดยเสมียนศาลและผู้ควบคุมเขตไมอามี-เดด รัฐฟลอริดา พร้อมคำแปลมายืนยันว่าสำเนาบันทึกการสมรสรัฐฟลอริดา เป็นสำเนาเอกสารที่แท้จริงและถูกต้อง ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 1459 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า การสมรสในต่างประเทศระหว่างคนที่มีสัญชาติไทยด้วยกัน หรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีสัญชาติไทย จะทำตามแบบที่กำหนดไว้ตามกฎหมายไทยหรือกฎหมายแห่งประเทศนั้นก็ได้ และ พ.ร.บ. ว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พ.ศ. 2481 มาตรา 20 วรรคสอง บัญญัติว่า การสมรสระหว่างคนในบังคับไทยหรือคนในบังคับไทยกับคนต่างด้าว ซึ่งได้ทำในต่างประเทศโดยถูกต้องตามแบบที่กฎหมายไทยกำหนดไว้ ย่อมเป็นอันสมบูรณ์ ผู้คัดค้านจึงเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายและเป็นทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกของผู้ตาย ผู้คัดค้านฎีกา

🔑 คำชี้ผล (ประเมินจากถ้อยคำ)

พิพากษาแก้แก้เป็นศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย

ประเมินจากถ้อยคำในคำพิพากษา · ไม่ใช่ผลทางการของศาล · โปรดตรวจสำเนาทางการก่อนอ้างอิง

ดูฎีกาเข้าใหม่ทั้งหมด →

📅 ดัชนีคำพิพากษาฎีกา — แยกตามปี (รวม 88,976 ฎีกา · ปี 2463–2569)

ข้อมูลจากแหล่ง mirror (deka.in.th) · ไม่ใช่เอกสารทางการของศาล · ใช้เพื่อการศึกษา · ควรตรวจสำเนาทางการก่อนอ้างอิง