Kelomn
Business Law for the Business Life
น้องแว่นนั่งจิบกาแฟอ่านหนังสือกฎหมาย

น้องแว่นพักจิบกาแฟ ก่อนมาติวเรื่องลิขสิทธิ์ให้ค่ะ

"ลิขสิทธิ์ในงานของฉันอยู่ที่ไหน ถ้าโดนก๊อปจะทำอะไรได้บ้าง?"

รหัสบทความsbl_ip-tech_copyright-protection_005_20260604

ชื่อบุคคลในตัวอย่างเป็นชื่อสมมติทั้งหมด เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวค่ะ

พี่เอ นักวาดภาพประกอบ โพสต์ผลงานไว้ในโซเชียลมิเดียมาหลายปี วันหนึ่งพบว่ามีเพจไม่รู้จักเอารูปของตัวเองไปขายเสื้อยืดโดยไม่ขออนุญาตเลย พี่เอถามว่า "ลิขสิทธิ์ในรูปของฉัน มันอยู่ที่ไหน? ฉันเคยจดทะเบียนอะไรไว้บ้าง?" คำตอบที่น้องแว่นจะตอบคือ "ลิขสิทธิ์เกิดทันทีตั้งแต่วันที่พี่สร้างงาน ไม่ต้องจดทะเบียนที่ไหนเลยค่ะ" แต่การจะใช้สิทธิตามกฎหมายให้ได้ผล ต้องเข้าใจหลักกฎหมายลิขสิทธิ์ก่อนค่ะ
💡 ©️ 🖼️ ⚖️

5 เรื่องลิขสิทธิ์ที่เจ้าของผลงานควรรู้ก่อนใคร

1

ลิขสิทธิ์คืออะไร และเกิดขึ้นเมื่อไหร่? 💡

น้าซี เพิ่งเขียนเพลงเองเป็นครั้งแรก ถามว่า "ต้องไปจดทะเบียนที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาก่อนไหม ถึงจะมีลิขสิทธิ์?" น้องแว่นตอบทันทีว่าไม่จำเป็นค่ะ ลิขสิทธิ์เกิดขึ้นทันทีที่สร้างงาน

ตาม มาตรา ๔ พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 "ลิขสิทธิ์" หมายความว่า สิทธิแต่ผู้เดียวที่จะทำการใด ๆ เกี่ยวกับงานที่ผู้สร้างสรรค์ได้ทำขึ้น และ "ผู้สร้างสรรค์" คือผู้ทำหรือผู้ก่อให้เกิดงานสร้างสรรค์นั้นค่ะ

หลักกฎหมายสำคัญคือ ลิขสิทธิ์ ไม่ต้องจดทะเบียน ต่างจากสิทธิบัตร (ต้องยื่นขอและได้รับการอนุมัติ) หรือเครื่องหมายการค้า (ต้องจดทะเบียน) โดยตรง

ทรัพย์สินทางปัญญา คุ้มครองอะไร ต้องจดทะเบียน หลักกฎหมาย
ลิขสิทธิ์ งานสร้างสรรค์ที่แสดงออก (รูป เพลง บทความ โปรแกรม) ไม่ต้อง พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ม.6
สิทธิบัตร การประดิษฐ์ การออกแบบผลิตภัณฑ์ ต้องจด พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ. 2522
เครื่องหมายการค้า ชื่อ โลโก้ ที่ใช้กับสินค้า/บริการ ต้องจด พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534
💡
จุดสำคัญ: ลิขสิทธิ์เกิดอัตโนมัติทันทีที่สร้างงาน ไม่ต้องขออนุญาตหรือจดทะเบียนที่ไหนค่ะ การจดแจ้งกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเพียงหลักฐานเสริม ไม่ใช่เงื่อนไขที่ต้องทำ
ตัวบท พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา ๔ (นิยาม)
มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้ “ผู้สร้างสรรค์” หมายความว่า ผู้ทำหรือผู้ก่อให้เกิดงานสร้างสรรค์อย่างใดอย่างหนึ่งที่เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ “ลิขสิทธิ์” หมายความว่า สิทธิแต่ผู้เดียวที่จะทำการใด ๆ ตามพระราชบัญญัตินี้เกี่ยวกับงานที่ผู้สร้างสรรค์ได้ทำขึ้น “วรรณกรรม” หมายความว่า งานนิพนธ์ที่ทำขึ้นทุกชนิด เช่น หนังสือ จุลสาร สิ่งเขียน สิ่งพิมพ์ ปาฐกถา เทศนา คำปราศรัย สุนทรพจน์ และให้หมายความรวมถึงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ด้วย “โปรแกรมคอมพิวเตอร์” หมายความว่า คำสั่ง ชุดคำสั่ง หรือสิ่งอื่นใดที่นำไปใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานหรือเพื่อให้ได้รับผลอย่างหนึ่งอย่างใด ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นภาษาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในลักษณะใด “นาฏกรรม” หมายความว่า งานเกี่ยวกับการรำ การเต้น การทำท่า หรือการแสดงที่ประกอบขึ้นเป็นเรื่องราว และให้หมายความรวมถึงการแสดงโดยวิธีใบ้ด้วย “ศิลปกรรม” หมายความว่า งานอันมีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดหรือหลายอย่าง ดังต่อไปนี้
(๑) งานจิตรกรรม ได้แก่ งานสร้างสรรค์รูปทรงที่ประกอบด้วยเส้น แสง สี หรือสิ่งอื่น อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกัน ลงบนวัสดุอย่างเดียวหรือหลายอย่าง
(๒) งานประติมากรรม ได้แก่ งานสร้างสรรค์รูปทรงที่เกี่ยวกับปริมาตรที่สัมผัสและจับต้องได้
(๓) งานภาพพิมพ์ ได้แก่ งานสร้างสรรค์ภาพด้วยกรรมวิธีทางการพิมพ์ และหมายความรวมถึงแม่พิมพ์หรือแบบพิมพ์ที่ใช้ในการพิมพ์ด้วย
(๔) งานสถาปัตยกรรม ได้แก่ งานออกแบบอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง งานออกแบบตกแต่งภายในหรือภายนอก ตลอดจนบริเวณของอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง หรือการสร้างสรรค์หุ่นจำลองของอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง
(๕) งานภาพถ่าย ได้แก่ งานสร้างสรรค์ภาพที่เกิดจากการใช้เครื่องมือบันทึกภาพโดยให้แสงผ่านเลนซ์ไปยังฟิล์มหรือกระจก และล้างด้วยน้ำยาซึ่งมีสูตรเฉพาะ หรือด้วยกรรมวิธีใด ๆ อันทำให้เกิดภาพขึ้น หรือการบันทึกภาพโดยเครื่องมือหรือวิธีการอย่างอื่น
(๖) งานภาพประกอบ แผนที่ โครงสร้าง ภาพร่าง หรืองานสร้างสรรค์รูปทรงสามมิติอันเกี่ยวกับภูมิศาสตร์ ภูมิประเทศ หรือวิทยาศาสตร์
(๗) งานศิลปประยุกต์ ได้แก่ งานที่นำเอางานตาม (๑) ถึง (๖) อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกันไปใช้ประโยชน์อย่างอื่น นอกเหนือจากการชื่นชมในคุณค่าของตัวงานดังกล่าวนั้น เช่น นำไปใช้สอย นำไปตกแต่งวัสดุหรือสิ่งของอันเป็นเครื่องใช้หรือนำไปใช้เพื่อประโยชน์ทางการค้า ทั้งนี้ ไม่ว่างานตาม (๑) ถึง (๗) จะมีคุณค่าทางศิลปะหรือไม่ และให้หมายความรวมถึงภาพถ่ายและแผนผังของงานดังกล่าวด้วย “ดนตรีกรรม” หมายความว่า งานเกี่ยวกับเพลงที่แต่งขึ้นเพื่อบรรเลงหรือขับร้องไม่ว่าจะมีทำนองและคำร้องหรือมีทำนองอย่างเดียว และให้หมายความรวมถึงโน้ตเพลงหรือแผนภูมิเพลงที่ได้แยกและเรียบเรียงเสียงประสานแล้ว “โสตทัศนวัสดุ” หมายความว่า งานอันประกอบด้วยลำดับของภาพโดยบันทึกลงในวัสดุไม่ว่าจะมีลักษณะอย่างใด อันสามารถที่จะนำมาเล่นซ้ำได้อีก โดยใช้เครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการใช้วัสดุนั้น และให้หมายความรวมถึงเสียงประกอบงานนั้นด้วย ถ้ามี “ภาพยนตร์” หมายความว่า โสตทัศนวัสดุอันประกอบด้วยลำดับของภาพ ซึ่งสามารถนำออกฉายต่อเนื่องได้อย่างภาพยนตร์หรือสามารถบันทึกลงบนวัสดุอื่น เพื่อนำออกฉายต่อเนื่องได้อย่างภาพยนตร์ และให้หมายความรวมถึงเสียงประกอบภาพยนตร์นั้นด้วย ถ้ามี “สิ่งบันทึกเสียง” หมายความว่า งานอันประกอบด้วยลำดับของเสียงดนตรี เสียง การแสดง หรือเสียงอื่นใด โดยบันทึกลงในวัสดุไม่ว่าจะมีลักษณะใด ๆ อันสามารถที่จะนำมาเล่นซ้ำได้อีกโดยใช้เครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการใช้วัสดุนั้น แต่ทั้งนี้มิให้หมายความรวมถึงเสียงประกอบภาพยนตร์หรือเสียงประกอบโสตทัศนวัสดุอย่างอื่น “นักแสดง” หมายความว่า ผู้แสดง นักดนตรี นักร้อง นักเต้น นักรำ และผู้ซึ่งแสดงท่าทาง ร้อง กล่าว พากย์ แสดงตามบทหรือในลักษณะอื่นใด “งานแพร่เสียงแพร่ภาพ” หมายความว่า งานที่นำออกสู่สาธารณชนโดยการแพร่เสียงทางวิทยุกระจายเสียง การแพร่เสียงและหรือภาพทางวิทยุโทรทัศน์ หรือโดยวิธีอย่างอื่นอันคล้ายคลึงกัน “ทำซ้ำ” หมายความรวมถึง คัดลอกไม่ว่าโดยวิธีใด ๆ เลียนแบบ ทำสำเนา ทำแม่พิมพ์ บันทึกเสียง บันทึกภาพ หรือบันทึกเสียงและภาพ จากต้นฉบับ จากสำเนา หรือจากการโฆษณาในส่วนอันเป็นสาระสำคัญ ทั้งนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน สำหรับในส่วนที่เกี่ยวกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ให้หมายความถึง คัดลอกหรือทำสำเนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์จากสื่อบันทึกใด ไม่ว่าด้วยวิธีใด ๆ ในส่วนอันเป็นสาระสำคัญ โดยไม่มีลักษณะเป็นการจัดทำงานขึ้นใหม่ ทั้งนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน “ดัดแปลง” หมายความว่า ทำซ้ำโดยเปลี่ยนรูปใหม่ ปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติม หรือจำลองงานต้นฉบับในส่วนอันเป็นสาระสำคัญโดยไม่มีลักษณะเป็นการจัดทำงานขึ้นใหม่ ทั้งนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน (๑) ในส่วนที่เกี่ยวกับวรรณกรรม ให้หมายความรวมถึง แปลวรรณกรรม เปลี่ยนรูปวรรณกรรมหรือรวบรวมวรรณกรรมโดยคัดเลือกและจัดลำดับใหม่ (๒) ในส่วนที่เกี่ยวกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ให้หมายความรวมถึง ทำซ้ำโดยเปลี่ยนรูปใหม่ ปรับปรุง แก้ไขเพิ่มเติมโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในส่วนอันเป็นสาระสำคัญ โดยไม่มีลักษณะเป็นการจัดทำขึ้นใหม่ (๓) ในส่วนที่เกี่ยวกับนาฏกรรม ให้หมายความรวมถึง เปลี่ยนงานที่มิใช่นาฏกรรมให้เป็นนาฏกรรม หรือเปลี่ยนนาฏกรรมให้เป็นงานที่มิใช่นาฏกรรม ทั้งนี้ ไม่ว่าในภาษาเดิมหรือต่างภาษากัน (๔) ในส่วนที่เกี่ยวกับศิลปกรรม ให้หมายความรวมถึง เปลี่ยนงานที่เป็นรูปสองมิติหรือสามมิติ ให้เป็นรูปสามมิติหรือสองมิติ หรือทำหุ่นจำลองจากงานต้นฉบับ (๕) ในส่วนที่เกี่ยวกับดนตรีกรรม ให้หมายความรวมถึง จัดลำดับเรียบเรียงเสียงประสานหรือเปลี่ยนคำร้องหรือทำนองใหม่ “เผยแพร่ต่อสาธารณชน” หมายความว่า ทำให้ปรากฏต่อสาธารณชน โดยการแสดง การบรรยาย การสวด การบรรเลง การทำให้ปรากฏด้วยเสียงและหรือภาพ การก่อสร้าง การจำหน่าย หรือโดยวิธีอื่นใดซึ่งงานที่ได้จัดทำขึ้น “การโฆษณา” หมายความว่า การนำสำเนาจำลองของงานไม่ว่าในรูปหรือลักษณะอย่างใดที่ทำขึ้นโดยความยินยอมของผู้สร้างสรรค์ออกจำหน่าย โดยสำเนาจำลองนั้นมีปรากฏต่อสาธารณชนเป็นจำนวนมากพอสมควรตามสภาพของงานนั้น แต่ทั้งนี้ไม่หมายความรวมถึง การแสดงหรือการทำให้ปรากฏซึ่งนาฏกรรม ดนตรีกรรม หรือภาพยนตร์ การบรรยายหรือการปาฐกถา ซึ่งวรรณกรรม การแพร่เสียงแพร่ภาพเกี่ยวกับงานใด การนำศิลปกรรมออกแสดงและการก่อสร้างงานสถาปัตยกรรม “ผู้ให้บริการ” หมายความว่า ผู้ให้บริการเป็นสื่อกลางส่งผ่านข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือให้สามารถติดต่อถึงกันโดยประการอื่นผ่านทางระบบคอมพิวเตอร์ และให้หมายความรวมถึงผู้ให้บริการเก็บข้อมูลคอมพิวเตอร์เป็นการชั่วคราว ผู้ให้บริการรับฝากข้อมูลคอมพิวเตอร์ และผู้ให้บริการสืบค้นแหล่งที่ตั้งของข้อมูลคอมพิวเตอร์ด้วย ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการในนามของตนเองหรือบุคคลอื่น หรือเพื่อประโยชน์ของบุคคลอื่น “ผู้ใช้บริการ” หมายความว่า ผู้ใช้บริการของผู้ให้บริการไม่ว่าต้องเสียค่าใช้บริการหรือไม่ก็ตาม “ข้อมูลการบริหารสิทธิ” หมายความว่า ข้อมูลที่บ่งชี้ถึงผู้สร้างสรรค์ งานสร้างสรรค์ นักแสดง การแสดง เจ้าของลิขสิทธิ์ หรือระยะเวลาและเงื่อนไขการใช้งานอันมีลิขสิทธิ์ ตลอดจนตัวเลขหรือรหัสแทนข้อมูลดังกล่าว โดยข้อมูลเช่นว่านี้ติดอยู่หรือปรากฏเกี่ยวข้องกับงานอันมีลิขสิทธิ์หรือสิ่งบันทึกการแสดง “มาตรการทางเทคโนโลยี” หมายความว่า เทคโนโลยีที่ใช้คุ้มครองสิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์ หรือสิทธิของนักแสดงตามพระราชบัญญัตินี้ หรือเทคโนโลยีที่ใช้ควบคุมการเข้าถึงงานอันมีลิขสิทธิ์ หรือสิ่งบันทึกการแสดง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ “การหลบเลี่ยงมาตรการทางเทคโนโลยี” (ยกเลิก) “พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ “อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา และให้หมายความรวมถึงผู้ซึ่งอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญามอบหมายด้วย “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการลิขสิทธิ์ “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ที่มา: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา ๔ | ตรวจสอบตัวบทที่ OCS กฤษฎีกา
น้องแว่น

น้องแว่นสรุปค่ะ

  1. "ลิขสิทธิ์" = สิทธิแต่ผู้เดียวของผู้สร้างสรรค์งาน ตาม ม.4
  2. เกิดทันทีที่ทำงาน ไม่ต้องจดทะเบียน ต่างจากสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้า
  3. การจดแจ้งกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาเป็นหลักฐานเสริมเท่านั้นค่ะ
2

งานแบบไหนที่กฎหมายให้ความคุ้มครอง? 🖼️

พี่บี นักเขียนบล็อก ถามว่า "ความคิดในหัวของฉัน มีลิขสิทธิ์ไหม?" น้องแว่นอธิบายว่า กฎหมายคุ้มครอง "การแสดงออก" ไม่ใช่ "ความคิด" ค่ะ ความแตกต่างตรงนี้สำคัญมาก

มาตรา ๖ กำหนดว่างานอันมีลิขสิทธิ์ ได้แก่ วรรณกรรม นาฏกรรม ศิลปกรรม ดนตรีกรรม โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ สิ่งบันทึกเสียง งานแพร่เสียงแพร่ภาพ และงานอื่นในแผนกวรรณคดี วิทยาศาสตร์ หรือศิลปะค่ะ

แต่ที่สำคัญมากคือ การคุ้มครองลิขสิทธิ์ไม่คลุมถึงความคิด หรือขั้นตอน กรรมวิธี หลักการ หรือทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์หรือคณิตศาสตร์ค่ะ

ประเภทงาน ตัวอย่าง ได้รับความคุ้มครอง
วรรณกรรม หนังสือ บทความ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ได้
ศิลปกรรม ภาพวาด ภาพถ่าย งานประติมากรรม ได้
ดนตรีกรรม เพลง โน้ตเพลง ได้
ความคิด / แนวคิด "แนวคิดทำร้านอาหารธีมอวกาศ" ไม่ได้
ขั้นตอน / วิธีการ สูตรอาหาร (เนื้อหาขั้นตอนเพียวๆ) ไม่ได้
ทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ กฎฟิสิกส์ สูตรคณิตศาสตร์ ไม่ได้
💡
กฎแยก "ความคิด vs การแสดงออก": สูตรอาหารในหัวไม่มีลิขสิทธิ์ แต่วิธีเขียนสูตรออกมาเป็นหนังสือมีลิขสิทธิ์ค่ะ ใครก็สามารถใช้แนวคิดทำอาหารได้ แต่ต้องไม่คัดลอกตัวหนังสือจากหนังสือของคนอื่น
ตัวบท พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา ๖ (งานอันมีลิขสิทธิ์)
มาตรา ๖ งานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ ได้แก่งานสร้างสรรค์ประเภทวรรณกรรม นาฏกรรม ศิลปกรรม ดนตรีกรรม โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ สิ่งบันทึกเสียง งานแพร่เสียงแพร่ภาพ หรืองานอื่นใดในแผนกวรรณคดี แผนกวิทยาศาสตร์ หรือแผนกศิลปะ ของผู้สร้างสรรค์ไม่ว่างานดังกล่าวจะแสดงออกโดยวิธีหรือรูปแบบอย่างใด การคุ้มครองลิขสิทธิ์ไม่คลุมถึงความคิด หรือขั้นตอน กรรมวิธีหรือระบบ หรือวิธีใช้หรือทำงาน หรือแนวความคิด หลักการ การค้นพบ หรือทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ หรือคณิตศาสตร์
ที่มา: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา ๖
น้องแว่น

น้องแว่นสรุปค่ะ

  1. งานที่คุ้มครอง = ม.6 รวม 9 ประเภท เช่น วรรณกรรม ศิลปกรรม ดนตรีกรรม
  2. กฎหมายคุ้มครอง "การแสดงออก" เท่านั้น ไม่คุ้มครองความคิด ขั้นตอน หรือทฤษฎีค่ะ
  3. โปรแกรมคอมพิวเตอร์ถือเป็น "วรรณกรรม" จึงได้รับความคุ้มครองด้วยค่ะ
3

เจ้าของลิขสิทธิ์มีสิทธิอะไรบ้างตามกฎหมาย? ©️

พี่เอ (นักวาดภาพประกอบ) ถามต่อว่า "ถ้าฉันเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ฉันมีสิทธิห้ามคนอื่นทำอะไรได้บ้าง?" มาตรา ๑๕ ตอบคำถามนี้ได้ตรงค่ะ

มาตรา ๑๕ กำหนดว่าเจ้าของลิขสิทธิ์ย่อมมี สิทธิแต่ผู้เดียว ซึ่งหมายความว่าคนอื่นจะทำสิ่งเหล่านี้กับงานของเราไม่ได้หากไม่ได้รับอนุญาตค่ะ

สิทธิแต่ผู้เดียว (ม.15) ความหมายในทางปฏิบัติ
(๑) ทำซ้ำหรือดัดแปลง คัดลอก พิมพ์ซ้ำ แปล ปรับแก้งานต้นฉบับ
(๒) เผยแพร่ต่อสาธารณชน โพสต์ออนไลน์ แสดง ฉาย กระจายเสียง
(๓) ให้เช่า ให้เช่าสำเนาโปรแกรม ภาพยนตร์ สิ่งบันทึกเสียง
(๔) ให้ประโยชน์จากลิขสิทธิ์แก่ผู้อื่น อนุญาตให้คนอื่นใช้งาน (licensing)
(๕) อนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธิตาม (๑)(๒)(๓) ออก license ให้ใช้งาน กำหนดเงื่อนไขได้
💡
สิทธิแต่ผู้เดียว = สิทธิผูกขาด: คนอื่นต้องขออนุญาตก่อนทุกครั้งค่ะ ถ้าทำโดยไม่ได้รับอนุญาตตาม ม.15 (๕) ถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์ตาม ดูข้อ 4
ตัวบท พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา ๑๕ (สิทธิแต่ผู้เดียวของเจ้าของลิขสิทธิ์)
มาตรา ๑๕ ภายใต้บังคับมาตรา ๙ มาตรา ๑๐ และมาตรา ๑๔ เจ้าของลิขสิทธิ์ย่อมมีสิทธิแต่ผู้เดียวดังต่อไปนี้
(๑) ทำซ้ำหรือดัดแปลง
(๒) เผยแพร่ต่อสาธารณชน
(๓) ให้เช่าต้นฉบับหรือสำเนางานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ และสิ่งบันทึกเสียง
(๔) ให้ประโยชน์อันเกิดจากลิขสิทธิ์แก่ผู้อื่น
(๕) อนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธิตาม (๑) (๒) หรือ (๓) โดยจะกำหนดเงื่อนไขอย่างใดหรือไม่ก็ได้ แต่เงื่อนไขดังกล่าวจะกำหนดในลักษณะที่เป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรมไม่ได้ การพิจารณาว่าเงื่อนไขตามวรรคหนึ่ง (๕) จะเป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรมหรือไม่ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
ที่มา: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา ๑๕
น้องแว่น

น้องแว่นสรุปค่ะ

  1. เจ้าของลิขสิทธิ์มีสิทธิแต่ผู้เดียว 5 ประการตาม ม.15
  2. สิทธิสำคัญที่สุดในทางปฏิบัติคือ ทำซ้ำ เผยแพร่ และอนุญาตให้ผู้อื่นใช้ค่ะ
  3. การอนุญาตให้ใช้สิทธิ (licensing) กำหนดเงื่อนไขได้ แต่ต้องไม่ผูกขาดการแข่งขันอย่างไม่เป็นธรรมค่ะ
น้องแว่นเดินในร้านกาแฟอบอุ่น

เรื่องสิทธิรู้แล้ว มาดูเรื่องการละเมิดและโทษต่อเลยค่ะ

เมื่อผลงานถูกก๊อป มีทางออกอย่างไร

4

โดนก๊อปผลงาน นับว่าละเมิดลิขสิทธิ์ไหม? ⚖️

พี่เอ พบว่าเพจหนึ่งนำภาพวาดของตนไปพิมพ์ลงเสื้อยืดขาย โดยไม่เคยขออนุญาต ไม่ให้เครดิต ไม่จ่ายค่าตอบแทน พี่เอถามว่า "แบบนี้ถือว่าละเมิดไหม?" น้องแว่นตอบทันทีว่าใช่ค่ะ

มาตรา ๒๗ กำหนดว่าการกระทำใด ๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา ๑๕ (๕) ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าได้กระทำดังนี้ค่ะ

การกระทำ (ม.27) ตัวอย่างในชีวิตจริง ต้องได้รับอนุญาตก่อน
(๑) ทำซ้ำหรือดัดแปลง พิมพ์รูปไปลงเสื้อ คัดลอกโค้ดโปรแกรม แปลหนังสือ ต้องได้รับอนุญาต
(๒) เผยแพร่ต่อสาธารณชน โพสต์รูปในเพจ ฉายภาพยนตร์ กระจายเสียงเพลง ต้องได้รับอนุญาต

กรณีของพี่เอ การนำภาพไปพิมพ์ลงเสื้อ = ทำซ้ำ (ม.27(๑)) และการนำออกขาย = อาจเข้า เผยแพร่ต่อสาธารณชน (ม.27(๒)) ด้วยค่ะ ไม่มีข้อยกเว้นใดที่จะปกป้องได้ เพราะเป็นการค้าชัดเจน

💡
ข้อสังเกต: ม.27 ใช้คำว่า "โดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา ๑๕ (๕)" หมายความว่าหากได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์แล้ว การกระทำนั้นก็ไม่ใช่การละเมิดค่ะ ดังนั้น การ "ขออนุญาต" คือทางออกที่ถูกต้องเสมอ
ตัวบท พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา ๒๗ (การละเมิดลิขสิทธิ์)
มาตรา ๒๗ การกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ โดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา ๑๕ (๕) ให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าได้กระทำดังต่อไปนี้
(๑) ทำซ้ำหรือดัดแปลง
(๒) เผยแพร่ต่อสาธารณชน
ที่มา: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา ๒๗
น้องแว่น

น้องแว่นสรุปค่ะ

  1. การทำซ้ำหรือดัดแปลง + เผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต = ละเมิดลิขสิทธิ์ ม.27
  2. ไม่มีข้อยกเว้น "ไม่รู้ว่าผิด" หรือ "ให้เครดิตแล้ว" ถ้ายังไม่ได้รับอนุญาตก็ยังผิดอยู่ค่ะ
  3. ทางออกที่ถูกต้องเสมอ = ขออนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อนค่ะ
5

โทษของการละเมิดลิขสิทธิ์ และจะเรียกค่าเสียหายได้อย่างไร? 🔍

ลุง D เจ้าของเพลง พบว่าร้านอาหารเปิดเพลงของตนทุกวันโดยไม่จ่ายค่า licensing ถามว่า "ฉันทำอะไรได้บ้าง?" น้องแว่นอธิบายทั้งโทษอาญาและสิทธิเรียกค่าเสียหายแพ่งค่ะ

มาตรา ๖๙ กำหนดโทษสำหรับผู้ละเมิดลิขสิทธิ์ตาม ม.27 ไว้ชัดเจนค่ะ โดยมีโทษสองระดับตามลักษณะการกระทำ

ลักษณะการละเมิด โทษอาญา (ม.69) ช่องทางแพ่ง
ทั่วไป (ไม่ใช่เพื่อการค้า) ปรับ 20,000 - 200,000 บาท เรียกค่าเสียหายตามจริง
เพื่อการค้า จำคุก 6 เดือน - 4 ปี หรือปรับ 100,000 - 800,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เรียกค่าเสียหายตามจริง + ค่าสินไหมทดแทน

นอกจากโทษอาญา เจ้าของลิขสิทธิ์ยังสามารถ ฟ้องร้องแพ่งเรียกค่าเสียหาย ได้ด้วยค่ะ ซึ่งสำหรับกรณีเชิงพาณิชย์ การฟ้องแพ่งมักให้ค่าชดเชยที่สูงกว่าโทษปรับค่ะ

💡
ก่อนฟ้อง รวบรวมหลักฐานก่อนค่ะ: ไฟล์ต้นฉบับที่มีวันที่ metadata, screenshot/capture ที่มีวันที่, หลักฐานการเผยแพร่ครั้งแรก (เช่น โพสต์เก่า), ใบแจ้งความ, และถ้ามีการจดแจ้งกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาไว้ก็เป็นหลักฐานที่ดีมากค่ะ
ตัวบท พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา ๖๙ (โทษอาญาการละเมิดลิขสิทธิ์)
มาตรา ๖๙ ผู้ใดกระทำการละเมิดลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงตามมาตรา ๒๗ มาตรา ๒๘ มาตรา ๒๙ มาตรา ๓๐ หรือมาตรา ๕๒ ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นการกระทำเพื่อการค้า ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสี่ปี หรือปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงแปดแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ที่มา: พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา ๖๙
น้องแว่น

น้องแว่นสรุปค่ะ

  1. ละเมิดทั่วไป: ปรับ 20,000 - 200,000 บาท ตาม ม.69 วรรคหนึ่ง
  2. ละเมิดเพื่อการค้า: จำคุก 6 เดือน - 4 ปี หรือปรับ 100,000 - 800,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตาม ม.69 วรรคสองค่ะ
  3. เจ้าของลิขสิทธิ์มีสิทธิฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหายได้เพิ่มเติมจากโทษอาญาด้วยค่ะ

สรุปที่น้องแว่นอยากให้จำค่ะ

"ลิขสิทธิ์อยู่กับคุณตั้งแต่วันแรกที่คุณสร้างงาน ไม่ต้องรอจดทะเบียน ไม่ต้องรอให้ใครรับรอง"
  • ลิขสิทธิ์เกิดทันทีที่สร้างงาน (ม.6) ไม่ต้องจดทะเบียน ต่างจากสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้าที่ต้องยื่นขอก่อนค่ะ
  • คุ้มครองเฉพาะ "การแสดงออก" ไม่ใช่ "ความคิด" (ม.6 วรรคสอง) ดังนั้นความคิดหรือแนวคิดเพียงอย่างเดียวไม่มีลิขสิทธิ์ค่ะ
  • เจ้าของมีสิทธิแต่ผู้เดียว 5 ประการ (ม.15) ทำซ้ำ เผยแพร่ ให้เช่า ให้ประโยชน์ และอนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธิค่ะ
  • โดนก๊อปโดยไม่ได้รับอนุญาต = ละเมิด ม.27 โทษปรับ 20,000 - 200,000 บาท หรือจำคุก 6 เดือน - 4 ปี (เพื่อการค้า) ม.69 เจ้าของลิขสิทธิ์ฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหายเพิ่มได้ด้วยค่ะ
น้องแว่นแนะนำให้เก็บหลักฐานการสร้างงานไว้เสมอค่ะ เช่น ไฟล์ต้นฉบับที่มีวันที่ metadata, screenshot โพสต์ครั้งแรก หรือถ้าจะให้แน่ใจกว่า ก็สามารถจดแจ้งลิขสิทธิ์กับกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ เพราะแม้ไม่บังคับ แต่ช่วยให้พิสูจน์ความเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้นมากค่ะ
อ้างอิง: พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ม.4 ม.6 ม.15 ม.27 ม.69
💛 หมายเหตุจาก Kelomn: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทางกฎหมายเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ใช่การให้คำปรึกษาทางกฎหมายแก่บุคคลใดโดยเฉพาะ ตัวบทกฎหมายอ้างอิงจาก พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ผู้อ่านสามารถตรวจสอบตัวบทฉบับเต็มได้ที่ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ocs.go.th) สำหรับกรณีเฉพาะเจาะจง ควรปรึกษาทนายความหรือผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพย์สินทางปัญญาค่ะ
ถ้าบทความนี้มีประโยชน์ กดให้กำลังใจน้องแว่นได้เลยค่ะ