น้องแว่นพักจิบกาแฟ ก่อนมาติวเรื่องลิขสิทธิ์ให้ค่ะ
"ลิขสิทธิ์ในงานของฉันอยู่ที่ไหน ถ้าโดนก๊อปจะทำอะไรได้บ้าง?"
ชื่อบุคคลในตัวอย่างเป็นชื่อสมมติทั้งหมด เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวค่ะ
5 เรื่องลิขสิทธิ์ที่เจ้าของผลงานควรรู้ก่อนใคร
ลิขสิทธิ์คืออะไร และเกิดขึ้นเมื่อไหร่? 💡
ตาม มาตรา ๔ พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 "ลิขสิทธิ์" หมายความว่า สิทธิแต่ผู้เดียวที่จะทำการใด ๆ เกี่ยวกับงานที่ผู้สร้างสรรค์ได้ทำขึ้น และ "ผู้สร้างสรรค์" คือผู้ทำหรือผู้ก่อให้เกิดงานสร้างสรรค์นั้นค่ะ
หลักกฎหมายสำคัญคือ ลิขสิทธิ์ ไม่ต้องจดทะเบียน ต่างจากสิทธิบัตร (ต้องยื่นขอและได้รับการอนุมัติ) หรือเครื่องหมายการค้า (ต้องจดทะเบียน) โดยตรง
| ทรัพย์สินทางปัญญา | คุ้มครองอะไร | ต้องจดทะเบียน | หลักกฎหมาย |
|---|---|---|---|
| ลิขสิทธิ์ | งานสร้างสรรค์ที่แสดงออก (รูป เพลง บทความ โปรแกรม) | ไม่ต้อง | พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ม.6 |
| สิทธิบัตร | การประดิษฐ์ การออกแบบผลิตภัณฑ์ | ต้องจด | พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ. 2522 |
| เครื่องหมายการค้า | ชื่อ โลโก้ ที่ใช้กับสินค้า/บริการ | ต้องจด | พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 |
มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้ “ผู้สร้างสรรค์” หมายความว่า ผู้ทำหรือผู้ก่อให้เกิดงานสร้างสรรค์อย่างใดอย่างหนึ่งที่เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ “ลิขสิทธิ์” หมายความว่า สิทธิแต่ผู้เดียวที่จะทำการใด ๆ ตามพระราชบัญญัตินี้เกี่ยวกับงานที่ผู้สร้างสรรค์ได้ทำขึ้น “วรรณกรรม” หมายความว่า งานนิพนธ์ที่ทำขึ้นทุกชนิด เช่น หนังสือ จุลสาร สิ่งเขียน สิ่งพิมพ์ ปาฐกถา เทศนา คำปราศรัย สุนทรพจน์ และให้หมายความรวมถึงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ด้วย “โปรแกรมคอมพิวเตอร์” หมายความว่า คำสั่ง ชุดคำสั่ง หรือสิ่งอื่นใดที่นำไปใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานหรือเพื่อให้ได้รับผลอย่างหนึ่งอย่างใด ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นภาษาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในลักษณะใด “นาฏกรรม” หมายความว่า งานเกี่ยวกับการรำ การเต้น การทำท่า หรือการแสดงที่ประกอบขึ้นเป็นเรื่องราว และให้หมายความรวมถึงการแสดงโดยวิธีใบ้ด้วย “ศิลปกรรม” หมายความว่า งานอันมีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดหรือหลายอย่าง ดังต่อไปนี้ (๑) งานจิตรกรรม ได้แก่ งานสร้างสรรค์รูปทรงที่ประกอบด้วยเส้น แสง สี หรือสิ่งอื่น อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกัน ลงบนวัสดุอย่างเดียวหรือหลายอย่าง (๒) งานประติมากรรม ได้แก่ งานสร้างสรรค์รูปทรงที่เกี่ยวกับปริมาตรที่สัมผัสและจับต้องได้ (๓) งานภาพพิมพ์ ได้แก่ งานสร้างสรรค์ภาพด้วยกรรมวิธีทางการพิมพ์ และหมายความรวมถึงแม่พิมพ์หรือแบบพิมพ์ที่ใช้ในการพิมพ์ด้วย (๔) งานสถาปัตยกรรม ได้แก่ งานออกแบบอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง งานออกแบบตกแต่งภายในหรือภายนอก ตลอดจนบริเวณของอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง หรือการสร้างสรรค์หุ่นจำลองของอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง (๕) งานภาพถ่าย ได้แก่ งานสร้างสรรค์ภาพที่เกิดจากการใช้เครื่องมือบันทึกภาพโดยให้แสงผ่านเลนซ์ไปยังฟิล์มหรือกระจก และล้างด้วยน้ำยาซึ่งมีสูตรเฉพาะ หรือด้วยกรรมวิธีใด ๆ อันทำให้เกิดภาพขึ้น หรือการบันทึกภาพโดยเครื่องมือหรือวิธีการอย่างอื่น (๖) งานภาพประกอบ แผนที่ โครงสร้าง ภาพร่าง หรืองานสร้างสรรค์รูปทรงสามมิติอันเกี่ยวกับภูมิศาสตร์ ภูมิประเทศ หรือวิทยาศาสตร์ (๗) งานศิลปประยุกต์ ได้แก่ งานที่นำเอางานตาม (๑) ถึง (๖) อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกันไปใช้ประโยชน์อย่างอื่น นอกเหนือจากการชื่นชมในคุณค่าของตัวงานดังกล่าวนั้น เช่น นำไปใช้สอย นำไปตกแต่งวัสดุหรือสิ่งของอันเป็นเครื่องใช้หรือนำไปใช้เพื่อประโยชน์ทางการค้า ทั้งนี้ ไม่ว่างานตาม (๑) ถึง (๗) จะมีคุณค่าทางศิลปะหรือไม่ และให้หมายความรวมถึงภาพถ่ายและแผนผังของงานดังกล่าวด้วย “ดนตรีกรรม” หมายความว่า งานเกี่ยวกับเพลงที่แต่งขึ้นเพื่อบรรเลงหรือขับร้องไม่ว่าจะมีทำนองและคำร้องหรือมีทำนองอย่างเดียว และให้หมายความรวมถึงโน้ตเพลงหรือแผนภูมิเพลงที่ได้แยกและเรียบเรียงเสียงประสานแล้ว “โสตทัศนวัสดุ” หมายความว่า งานอันประกอบด้วยลำดับของภาพโดยบันทึกลงในวัสดุไม่ว่าจะมีลักษณะอย่างใด อันสามารถที่จะนำมาเล่นซ้ำได้อีก โดยใช้เครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการใช้วัสดุนั้น และให้หมายความรวมถึงเสียงประกอบงานนั้นด้วย ถ้ามี “ภาพยนตร์” หมายความว่า โสตทัศนวัสดุอันประกอบด้วยลำดับของภาพ ซึ่งสามารถนำออกฉายต่อเนื่องได้อย่างภาพยนตร์หรือสามารถบันทึกลงบนวัสดุอื่น เพื่อนำออกฉายต่อเนื่องได้อย่างภาพยนตร์ และให้หมายความรวมถึงเสียงประกอบภาพยนตร์นั้นด้วย ถ้ามี “สิ่งบันทึกเสียง” หมายความว่า งานอันประกอบด้วยลำดับของเสียงดนตรี เสียง การแสดง หรือเสียงอื่นใด โดยบันทึกลงในวัสดุไม่ว่าจะมีลักษณะใด ๆ อันสามารถที่จะนำมาเล่นซ้ำได้อีกโดยใช้เครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการใช้วัสดุนั้น แต่ทั้งนี้มิให้หมายความรวมถึงเสียงประกอบภาพยนตร์หรือเสียงประกอบโสตทัศนวัสดุอย่างอื่น “นักแสดง” หมายความว่า ผู้แสดง นักดนตรี นักร้อง นักเต้น นักรำ และผู้ซึ่งแสดงท่าทาง ร้อง กล่าว พากย์ แสดงตามบทหรือในลักษณะอื่นใด “งานแพร่เสียงแพร่ภาพ” หมายความว่า งานที่นำออกสู่สาธารณชนโดยการแพร่เสียงทางวิทยุกระจายเสียง การแพร่เสียงและหรือภาพทางวิทยุโทรทัศน์ หรือโดยวิธีอย่างอื่นอันคล้ายคลึงกัน “ทำซ้ำ” หมายความรวมถึง คัดลอกไม่ว่าโดยวิธีใด ๆ เลียนแบบ ทำสำเนา ทำแม่พิมพ์ บันทึกเสียง บันทึกภาพ หรือบันทึกเสียงและภาพ จากต้นฉบับ จากสำเนา หรือจากการโฆษณาในส่วนอันเป็นสาระสำคัญ ทั้งนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน สำหรับในส่วนที่เกี่ยวกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ให้หมายความถึง คัดลอกหรือทำสำเนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์จากสื่อบันทึกใด ไม่ว่าด้วยวิธีใด ๆ ในส่วนอันเป็นสาระสำคัญ โดยไม่มีลักษณะเป็นการจัดทำงานขึ้นใหม่ ทั้งนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน “ดัดแปลง” หมายความว่า ทำซ้ำโดยเปลี่ยนรูปใหม่ ปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติม หรือจำลองงานต้นฉบับในส่วนอันเป็นสาระสำคัญโดยไม่มีลักษณะเป็นการจัดทำงานขึ้นใหม่ ทั้งนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน (๑) ในส่วนที่เกี่ยวกับวรรณกรรม ให้หมายความรวมถึง แปลวรรณกรรม เปลี่ยนรูปวรรณกรรมหรือรวบรวมวรรณกรรมโดยคัดเลือกและจัดลำดับใหม่ (๒) ในส่วนที่เกี่ยวกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ให้หมายความรวมถึง ทำซ้ำโดยเปลี่ยนรูปใหม่ ปรับปรุง แก้ไขเพิ่มเติมโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในส่วนอันเป็นสาระสำคัญ โดยไม่มีลักษณะเป็นการจัดทำขึ้นใหม่ (๓) ในส่วนที่เกี่ยวกับนาฏกรรม ให้หมายความรวมถึง เปลี่ยนงานที่มิใช่นาฏกรรมให้เป็นนาฏกรรม หรือเปลี่ยนนาฏกรรมให้เป็นงานที่มิใช่นาฏกรรม ทั้งนี้ ไม่ว่าในภาษาเดิมหรือต่างภาษากัน (๔) ในส่วนที่เกี่ยวกับศิลปกรรม ให้หมายความรวมถึง เปลี่ยนงานที่เป็นรูปสองมิติหรือสามมิติ ให้เป็นรูปสามมิติหรือสองมิติ หรือทำหุ่นจำลองจากงานต้นฉบับ (๕) ในส่วนที่เกี่ยวกับดนตรีกรรม ให้หมายความรวมถึง จัดลำดับเรียบเรียงเสียงประสานหรือเปลี่ยนคำร้องหรือทำนองใหม่ “เผยแพร่ต่อสาธารณชน” หมายความว่า ทำให้ปรากฏต่อสาธารณชน โดยการแสดง การบรรยาย การสวด การบรรเลง การทำให้ปรากฏด้วยเสียงและหรือภาพ การก่อสร้าง การจำหน่าย หรือโดยวิธีอื่นใดซึ่งงานที่ได้จัดทำขึ้น “การโฆษณา” หมายความว่า การนำสำเนาจำลองของงานไม่ว่าในรูปหรือลักษณะอย่างใดที่ทำขึ้นโดยความยินยอมของผู้สร้างสรรค์ออกจำหน่าย โดยสำเนาจำลองนั้นมีปรากฏต่อสาธารณชนเป็นจำนวนมากพอสมควรตามสภาพของงานนั้น แต่ทั้งนี้ไม่หมายความรวมถึง การแสดงหรือการทำให้ปรากฏซึ่งนาฏกรรม ดนตรีกรรม หรือภาพยนตร์ การบรรยายหรือการปาฐกถา ซึ่งวรรณกรรม การแพร่เสียงแพร่ภาพเกี่ยวกับงานใด การนำศิลปกรรมออกแสดงและการก่อสร้างงานสถาปัตยกรรม “ผู้ให้บริการ” หมายความว่า ผู้ให้บริการเป็นสื่อกลางส่งผ่านข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือให้สามารถติดต่อถึงกันโดยประการอื่นผ่านทางระบบคอมพิวเตอร์ และให้หมายความรวมถึงผู้ให้บริการเก็บข้อมูลคอมพิวเตอร์เป็นการชั่วคราว ผู้ให้บริการรับฝากข้อมูลคอมพิวเตอร์ และผู้ให้บริการสืบค้นแหล่งที่ตั้งของข้อมูลคอมพิวเตอร์ด้วย ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการในนามของตนเองหรือบุคคลอื่น หรือเพื่อประโยชน์ของบุคคลอื่น “ผู้ใช้บริการ” หมายความว่า ผู้ใช้บริการของผู้ให้บริการไม่ว่าต้องเสียค่าใช้บริการหรือไม่ก็ตาม “ข้อมูลการบริหารสิทธิ” หมายความว่า ข้อมูลที่บ่งชี้ถึงผู้สร้างสรรค์ งานสร้างสรรค์ นักแสดง การแสดง เจ้าของลิขสิทธิ์ หรือระยะเวลาและเงื่อนไขการใช้งานอันมีลิขสิทธิ์ ตลอดจนตัวเลขหรือรหัสแทนข้อมูลดังกล่าว โดยข้อมูลเช่นว่านี้ติดอยู่หรือปรากฏเกี่ยวข้องกับงานอันมีลิขสิทธิ์หรือสิ่งบันทึกการแสดง “มาตรการทางเทคโนโลยี” หมายความว่า เทคโนโลยีที่ใช้คุ้มครองสิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์ หรือสิทธิของนักแสดงตามพระราชบัญญัตินี้ หรือเทคโนโลยีที่ใช้ควบคุมการเข้าถึงงานอันมีลิขสิทธิ์ หรือสิ่งบันทึกการแสดง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ “การหลบเลี่ยงมาตรการทางเทคโนโลยี” (ยกเลิก) “พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ “อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา และให้หมายความรวมถึงผู้ซึ่งอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญามอบหมายด้วย “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการลิขสิทธิ์ “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
น้องแว่นสรุปค่ะ
- "ลิขสิทธิ์" = สิทธิแต่ผู้เดียวของผู้สร้างสรรค์งาน ตาม ม.4
- เกิดทันทีที่ทำงาน ไม่ต้องจดทะเบียน ต่างจากสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้า
- การจดแจ้งกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาเป็นหลักฐานเสริมเท่านั้นค่ะ
งานแบบไหนที่กฎหมายให้ความคุ้มครอง? 🖼️
มาตรา ๖ กำหนดว่างานอันมีลิขสิทธิ์ ได้แก่ วรรณกรรม นาฏกรรม ศิลปกรรม ดนตรีกรรม โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ สิ่งบันทึกเสียง งานแพร่เสียงแพร่ภาพ และงานอื่นในแผนกวรรณคดี วิทยาศาสตร์ หรือศิลปะค่ะ
แต่ที่สำคัญมากคือ การคุ้มครองลิขสิทธิ์ไม่คลุมถึงความคิด หรือขั้นตอน กรรมวิธี หลักการ หรือทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์หรือคณิตศาสตร์ค่ะ
| ประเภทงาน | ตัวอย่าง | ได้รับความคุ้มครอง |
|---|---|---|
| วรรณกรรม | หนังสือ บทความ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ | ได้ |
| ศิลปกรรม | ภาพวาด ภาพถ่าย งานประติมากรรม | ได้ |
| ดนตรีกรรม | เพลง โน้ตเพลง | ได้ |
| ความคิด / แนวคิด | "แนวคิดทำร้านอาหารธีมอวกาศ" | ไม่ได้ |
| ขั้นตอน / วิธีการ | สูตรอาหาร (เนื้อหาขั้นตอนเพียวๆ) | ไม่ได้ |
| ทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ | กฎฟิสิกส์ สูตรคณิตศาสตร์ | ไม่ได้ |
มาตรา ๖ งานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ ได้แก่งานสร้างสรรค์ประเภทวรรณกรรม นาฏกรรม ศิลปกรรม ดนตรีกรรม โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ สิ่งบันทึกเสียง งานแพร่เสียงแพร่ภาพ หรืองานอื่นใดในแผนกวรรณคดี แผนกวิทยาศาสตร์ หรือแผนกศิลปะ ของผู้สร้างสรรค์ไม่ว่างานดังกล่าวจะแสดงออกโดยวิธีหรือรูปแบบอย่างใด การคุ้มครองลิขสิทธิ์ไม่คลุมถึงความคิด หรือขั้นตอน กรรมวิธีหรือระบบ หรือวิธีใช้หรือทำงาน หรือแนวความคิด หลักการ การค้นพบ หรือทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ หรือคณิตศาสตร์
น้องแว่นสรุปค่ะ
- งานที่คุ้มครอง = ม.6 รวม 9 ประเภท เช่น วรรณกรรม ศิลปกรรม ดนตรีกรรม
- กฎหมายคุ้มครอง "การแสดงออก" เท่านั้น ไม่คุ้มครองความคิด ขั้นตอน หรือทฤษฎีค่ะ
- โปรแกรมคอมพิวเตอร์ถือเป็น "วรรณกรรม" จึงได้รับความคุ้มครองด้วยค่ะ
เจ้าของลิขสิทธิ์มีสิทธิอะไรบ้างตามกฎหมาย? ©️
มาตรา ๑๕ กำหนดว่าเจ้าของลิขสิทธิ์ย่อมมี สิทธิแต่ผู้เดียว ซึ่งหมายความว่าคนอื่นจะทำสิ่งเหล่านี้กับงานของเราไม่ได้หากไม่ได้รับอนุญาตค่ะ
| สิทธิแต่ผู้เดียว (ม.15) | ความหมายในทางปฏิบัติ |
|---|---|
| (๑) ทำซ้ำหรือดัดแปลง | คัดลอก พิมพ์ซ้ำ แปล ปรับแก้งานต้นฉบับ |
| (๒) เผยแพร่ต่อสาธารณชน | โพสต์ออนไลน์ แสดง ฉาย กระจายเสียง |
| (๓) ให้เช่า | ให้เช่าสำเนาโปรแกรม ภาพยนตร์ สิ่งบันทึกเสียง |
| (๔) ให้ประโยชน์จากลิขสิทธิ์แก่ผู้อื่น | อนุญาตให้คนอื่นใช้งาน (licensing) |
| (๕) อนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธิตาม (๑)(๒)(๓) | ออก license ให้ใช้งาน กำหนดเงื่อนไขได้ |
มาตรา ๑๕ ภายใต้บังคับมาตรา ๙ มาตรา ๑๐ และมาตรา ๑๔ เจ้าของลิขสิทธิ์ย่อมมีสิทธิแต่ผู้เดียวดังต่อไปนี้ (๑) ทำซ้ำหรือดัดแปลง (๒) เผยแพร่ต่อสาธารณชน (๓) ให้เช่าต้นฉบับหรือสำเนางานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ และสิ่งบันทึกเสียง (๔) ให้ประโยชน์อันเกิดจากลิขสิทธิ์แก่ผู้อื่น (๕) อนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธิตาม (๑) (๒) หรือ (๓) โดยจะกำหนดเงื่อนไขอย่างใดหรือไม่ก็ได้ แต่เงื่อนไขดังกล่าวจะกำหนดในลักษณะที่เป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรมไม่ได้ การพิจารณาว่าเงื่อนไขตามวรรคหนึ่ง (๕) จะเป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรมหรือไม่ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
น้องแว่นสรุปค่ะ
- เจ้าของลิขสิทธิ์มีสิทธิแต่ผู้เดียว 5 ประการตาม ม.15
- สิทธิสำคัญที่สุดในทางปฏิบัติคือ ทำซ้ำ เผยแพร่ และอนุญาตให้ผู้อื่นใช้ค่ะ
- การอนุญาตให้ใช้สิทธิ (licensing) กำหนดเงื่อนไขได้ แต่ต้องไม่ผูกขาดการแข่งขันอย่างไม่เป็นธรรมค่ะ
เรื่องสิทธิรู้แล้ว มาดูเรื่องการละเมิดและโทษต่อเลยค่ะ
เมื่อผลงานถูกก๊อป มีทางออกอย่างไร
โดนก๊อปผลงาน นับว่าละเมิดลิขสิทธิ์ไหม? ⚖️
มาตรา ๒๗ กำหนดว่าการกระทำใด ๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา ๑๕ (๕) ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าได้กระทำดังนี้ค่ะ
| การกระทำ (ม.27) | ตัวอย่างในชีวิตจริง | ต้องได้รับอนุญาตก่อน |
|---|---|---|
| (๑) ทำซ้ำหรือดัดแปลง | พิมพ์รูปไปลงเสื้อ คัดลอกโค้ดโปรแกรม แปลหนังสือ | ต้องได้รับอนุญาต |
| (๒) เผยแพร่ต่อสาธารณชน | โพสต์รูปในเพจ ฉายภาพยนตร์ กระจายเสียงเพลง | ต้องได้รับอนุญาต |
กรณีของพี่เอ การนำภาพไปพิมพ์ลงเสื้อ = ทำซ้ำ (ม.27(๑)) และการนำออกขาย = อาจเข้า เผยแพร่ต่อสาธารณชน (ม.27(๒)) ด้วยค่ะ ไม่มีข้อยกเว้นใดที่จะปกป้องได้ เพราะเป็นการค้าชัดเจน
มาตรา ๒๗ การกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ โดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา ๑๕ (๕) ให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าได้กระทำดังต่อไปนี้ (๑) ทำซ้ำหรือดัดแปลง (๒) เผยแพร่ต่อสาธารณชน
น้องแว่นสรุปค่ะ
- การทำซ้ำหรือดัดแปลง + เผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต = ละเมิดลิขสิทธิ์ ม.27
- ไม่มีข้อยกเว้น "ไม่รู้ว่าผิด" หรือ "ให้เครดิตแล้ว" ถ้ายังไม่ได้รับอนุญาตก็ยังผิดอยู่ค่ะ
- ทางออกที่ถูกต้องเสมอ = ขออนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อนค่ะ
โทษของการละเมิดลิขสิทธิ์ และจะเรียกค่าเสียหายได้อย่างไร? 🔍
มาตรา ๖๙ กำหนดโทษสำหรับผู้ละเมิดลิขสิทธิ์ตาม ม.27 ไว้ชัดเจนค่ะ โดยมีโทษสองระดับตามลักษณะการกระทำ
| ลักษณะการละเมิด | โทษอาญา (ม.69) | ช่องทางแพ่ง |
|---|---|---|
| ทั่วไป (ไม่ใช่เพื่อการค้า) | ปรับ 20,000 - 200,000 บาท | เรียกค่าเสียหายตามจริง |
| เพื่อการค้า | จำคุก 6 เดือน - 4 ปี หรือปรับ 100,000 - 800,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ | เรียกค่าเสียหายตามจริง + ค่าสินไหมทดแทน |
นอกจากโทษอาญา เจ้าของลิขสิทธิ์ยังสามารถ ฟ้องร้องแพ่งเรียกค่าเสียหาย ได้ด้วยค่ะ ซึ่งสำหรับกรณีเชิงพาณิชย์ การฟ้องแพ่งมักให้ค่าชดเชยที่สูงกว่าโทษปรับค่ะ
มาตรา ๖๙ ผู้ใดกระทำการละเมิดลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงตามมาตรา ๒๗ มาตรา ๒๘ มาตรา ๒๙ มาตรา ๓๐ หรือมาตรา ๕๒ ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นการกระทำเพื่อการค้า ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสี่ปี หรือปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงแปดแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
น้องแว่นสรุปค่ะ
- ละเมิดทั่วไป: ปรับ 20,000 - 200,000 บาท ตาม ม.69 วรรคหนึ่ง
- ละเมิดเพื่อการค้า: จำคุก 6 เดือน - 4 ปี หรือปรับ 100,000 - 800,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตาม ม.69 วรรคสองค่ะ
- เจ้าของลิขสิทธิ์มีสิทธิฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหายได้เพิ่มเติมจากโทษอาญาด้วยค่ะ
สรุปที่น้องแว่นอยากให้จำค่ะ
"ลิขสิทธิ์อยู่กับคุณตั้งแต่วันแรกที่คุณสร้างงาน ไม่ต้องรอจดทะเบียน ไม่ต้องรอให้ใครรับรอง"-
ลิขสิทธิ์เกิดทันทีที่สร้างงาน (ม.6) ไม่ต้องจดทะเบียน ต่างจากสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้าที่ต้องยื่นขอก่อนค่ะ
-
คุ้มครองเฉพาะ "การแสดงออก" ไม่ใช่ "ความคิด" (ม.6 วรรคสอง) ดังนั้นความคิดหรือแนวคิดเพียงอย่างเดียวไม่มีลิขสิทธิ์ค่ะ
-
เจ้าของมีสิทธิแต่ผู้เดียว 5 ประการ (ม.15) ทำซ้ำ เผยแพร่ ให้เช่า ให้ประโยชน์ และอนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธิค่ะ
-
โดนก๊อปโดยไม่ได้รับอนุญาต = ละเมิด ม.27 โทษปรับ 20,000 - 200,000 บาท หรือจำคุก 6 เดือน - 4 ปี (เพื่อการค้า) ม.69 เจ้าของลิขสิทธิ์ฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหายเพิ่มได้ด้วยค่ะ