Kelomn.com
Business Law for the Business Life
น้องแว่นเดินเข้าคาเฟ่กฎหมายอย่างสดใส

น้องแว่นนั่งอ่านเอกสารเครื่องหมายการค้า พร้อมแก้วกาแฟร้อน

"ใช้โลโก้มาสิบปี แต่ยังไม่จดทะเบียน" — สิทธิต่างกันแค่ไหน?

รหัสบทความsbl_ip-tech_trademark-basics_003_20260604

ชื่อในบทความนี้เป็นชื่อสมมติ ไม่มีตัวตนจริง เป็นเพียงการเล่าเรื่องทางวิชาการ ไม่ได้ตั้งใจจะพาดพิงบุคคลใดนะคะ

พี่เอเปิดร้านขายของแฮนด์เมดมาห้าปี ใช้โลโก้รูปดาวกับชื่อแบรนด์ตัวเองมาตลอด แต่ไม่เคยจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า วันหนึ่งพี่บีเปิดร้านใหม่ จดทะเบียนเครื่องหมายที่คล้ายกันมาก พี่เอตกใจมาก "ทำแบบนี้ได้ด้วยเหรอ? แล้วเราที่ใช้มาก่อนไม่มีสิทธิอะไรเลยเหรอ?"

เรื่องนี้เกิดขึ้นบ่อยกว่าที่คิดค่ะ น้องแว่นจะพาไปเข้าใจระบบกฎหมายเครื่องหมายการค้าไทยทีละข้อ

💡 ™️ 📋

5 เรื่องเครื่องหมายการค้าที่ต้องรู้

1

เครื่องหมายที่จดทะเบียนได้ ต้องมีลักษณะอะไร?

น้าซีอยากจดทะเบียนโลโก้ร้านของตัวเอง แต่ไม่รู้ว่าต้องทำแบบไหน กฎหมายกำหนดเงื่อนไขไว้ชัดเจนสามข้อค่ะ

หลักกฎหมายเครื่องหมายการค้าไทยคือ ต้องผ่านสามเงื่อนไขพร้อมกัน จึงจะขอจดทะเบียนได้ — เงื่อนไขแรกคือต้องมี "ลักษณะบ่งเฉพาะ" หมายถึงผู้บริโภคต้องแยกแยะสินค้าของเราออกจากคนอื่นได้ ถ้าเป็นคำทั่วไปหรือบอกสภาพสินค้าตรงๆ อาจไม่ผ่านค่ะ

เงื่อนไขหมายความว่าอะไรตัวอย่างที่ผ่าน/ไม่ผ่าน
(๑) มีลักษณะบ่งเฉพาะผู้บริโภคแยกแยะแหล่งที่มาสินค้าได้ผ่าน: คำประดิษฐ์ โลโก้ออกแบบเอง
(๒) ไม่มีลักษณะต้องห้ามไม่ใช่รูปธง ตราแผ่นดิน หรือสิ่งที่กฎหมายห้ามไม่ผ่าน: ตราประทับราชการ
(๓) ไม่เหมือน/คล้ายที่จดไว้แล้วไม่ซ้ำกับเครื่องหมายที่คนอื่นจดไว้ก่อนไม่ผ่าน: คล้ายยี่ห้อดังที่จดแล้ว

(อ้างอิงจากพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๖)

💡 จุดที่คนสับสนบ่อย: เงื่อนไข (๓) ดูจากระบบทะเบียนเท่านั้น ใครจดก่อนได้เปรียบ ไม่ใช่ใครใช้มานานกว่า — นี่คือหัวใจของระบบเครื่องหมายการค้าไทยค่ะ
พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ บัญญัติไว้ว่า
มาตรา ๖ เครื่องหมายการค้าอันพึงรับจดทะเบียนได้ ต้องประกอบด้วยลักษณะดังต่อไปนี้
(๑) เป็นเครื่องหมายการค้าที่มีลักษณะบ่งเฉพาะ
(๒) เป็นเครื่องหมายการค้าที่ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามพระราชบัญญัตินี้ และ
(๓) ไม่เป็นเครื่องหมายการค้าที่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าที่บุคคลอื่นได้จดทะเบียนไว้แล้ว
ที่มา: พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๖
น้องแว่น Kelomn

น้องแว่นสรุปค่ะ

  1. ต้องผ่านสามเงื่อนไขพร้อมกัน คือบ่งเฉพาะ ไม่ต้องห้าม ไม่ซ้ำคนอื่นค่ะ
  2. ลักษณะบ่งเฉพาะ คือสำคัญที่สุด — ผู้บริโภคต้องรู้ว่าของใคร
  3. ตรวจสอบทะเบียนก่อน ที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาก่อนยื่นจดค่ะ
  4. ถ้าโลโก้มีลักษณะทั่วไปหรือบอกสภาพสินค้าตรงๆ อาจต้องออกแบบใหม่
2

"จดแล้ว" ได้สิทธิอะไร? — ม.44 คือหัวใจ

พี่เอถามว่า ถ้าจดทะเบียนแล้วจะได้สิทธิอะไรบ้าง? คำตอบอยู่ในมาตรา ๔๔ ค่ะ — นี่คือบทบัญญัติที่ทำให้ การจดทะเบียนมีคุณค่าจริง

เมื่อจดทะเบียนสำเร็จ เจ้าของได้สิทธิ "แต่เพียงผู้เดียว" ในการใช้เครื่องหมายนั้นสำหรับสินค้าที่จดไว้ — หมายความว่าถ้าคนอื่นเอาเครื่องหมายเดียวกันหรือคล้ายกันไปใช้สำหรับสินค้าประเภทเดียวกัน เราฟ้องได้ทันทีในฐานะเจ้าของสิทธิค่ะ

เจ้าของสถานะสิทธิฟ้องละเมิดหลักกฎหมาย
จดทะเบียนแล้วมีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวฟ้องได้ทันทีพ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า ม.44
ใช้มานานแต่ไม่จดไม่มีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวฟ้องละเมิดตรงๆ ไม่ได้พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า ม.46

(อ้างอิงจากพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๔๔)

💡 ระบบไทย = จดก่อนได้สิทธิ: ไม่ใช่ระบบที่ "ใช้มาก่อน" จะชนะเสมอ ต่างจากบางประเทศที่ใช้ระบบใช้มาก่อน กฎหมายไทยให้น้ำหนักที่ การจดทะเบียน ค่ะ
พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ บัญญัติไว้ว่า
มาตรา ๔๔ ภายใต้บังคับมาตรา ๒๗ และมาตรา ๖๘ เมื่อได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าแล้ว ผู้ซึ่งได้จดทะเบียนเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า เป็นผู้มีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในอันที่จะใช้เครื่องหมายการค้านั้นสำหรับสินค้าที่ได้จดทะเบียนไว้
ที่มา: พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๔๔
น้องแว่น Kelomn

น้องแว่นสรุปค่ะ

  1. จดแล้วได้สิทธิแต่เพียงผู้เดียว ตามมาตรา ๔๔ ค่ะ
  2. สิทธินี้ เฉพาะสินค้าที่จดทะเบียนไว้ เท่านั้น ไม่ครอบจักรวาล
  3. ระบบไทยให้น้ำหนัก "จดก่อน" ไม่ใช่ "ใช้มาก่อน"  ดูข้อ 3
  4. ยิ่งจดเร็ว สิทธิยิ่งชัดเจน — อย่ารอให้มีปัญหาค่อยจดค่ะ
3

"ใช้มานานแต่ไม่จด" ฟ้องละเมิดได้ไหม? — ม.46 ตอบ

นี่คือข้อที่พี่เอกังวลที่สุดค่ะ ใช้แบรนด์มาห้าปีโดยไม่จด แล้วมีคนจดตัดหน้า — เราฟ้องอะไรได้บ้าง?

มาตรา ๔๖ ตอบชัดเจนว่า ฟ้องคดีเพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้าที่ไม่ได้จดทะเบียน หรือเรียกค่าสินไหมทดแทนจากการละเมิดสิทธินั้น ไม่ได้ — แต่มีข้อยกเว้นสำคัญหนึ่งข้อคือ ถ้าคนอื่นเอาสินค้าของตนไปลวงขายว่าเป็นสินค้าของเรา ยังฟ้องได้ในฐาน passing off ค่ะ

กรณีฟ้องในฐานะอะไรผล
ใช้มานานแต่ไม่จด + คนอื่นใช้เครื่องหมายคล้ายฟ้องละเมิดสิทธิตรงๆ ไม่ได้ไม่มีสิทธิฟ้องตาม ม.46
คนอื่นเอาสินค้าตนเองลวงขายว่าเป็นสินค้าเราฟ้องลวงขาย (passing off) ได้มาตรา ๔๖ วรรคสองเปิดช่อง
จดทะเบียนแล้ว + คนอื่นเลียนแบบฟ้องละเมิดสิทธิได้เต็มที่สิทธิตาม ม.44

(อ้างอิงจากพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๔๖)

💡 ช่องทาง passing off คืออะไร: ต้องพิสูจน์ว่าคนอื่นเจตนาลวงให้ผู้บริโภคสับสนว่ากำลังซื้อสินค้าของเรา เป็นฐานที่พิสูจน์ยากกว่ามาก — ไม่ใช่ทางออกที่ง่ายเทียบกับการจดทะเบียนค่ะ
พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ บัญญัติไว้ว่า
มาตรา ๔๖ บุคคลใดจะฟ้องคดี เพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้าที่ไม่ได้จดทะเบียน หรือเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนเพื่อการละเมิดสิทธิดังกล่าว ไม่ได้ บทบัญญัติมาตรานี้ไม่กระทบกระเทือนสิทธิของเจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ไม่ได้จดทะเบียน ในอันที่จะฟ้องคดีบุคคลอื่นซึ่งเอาสินค้าของตนไปลวงขายว่าเป็นสินค้าของเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้น
ที่มา: พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๔๖
น้องแว่น Kelomn

น้องแว่นสรุปค่ะ

  1. ฟ้องละเมิดสิทธิตรงๆ ไม่ได้ ตามมาตรา ๔๖ ค่ะ
  2. ยังมีช่องทางเดียวคือ ฟ้อง passing off (ลวงขาย) แต่พิสูจน์ยาก
  3. การใช้มานานโดยไม่จด ไม่ได้ให้สิทธิเท่ากับการจดทะเบียน  เทียบข้อ 2
  4. ถ้ายังไม่จด ควรรีบจดก่อนที่คนอื่นจะจดตัดหน้า  ดูเงื่อนไขข้อ 1
น้องแว่นนั่งพักดื่มกาแฟในร้านหนังสือ

พักสักนิด แล้วไปต่อข้อ 4 และ 5 ค่ะ

4

ถ้าจดแล้ว คนอื่น "ปลอม" หรือ "เลียนแบบ" โทษเท่าไร?

ลุง D เป็นเจ้าของแบรนด์ที่จดทะเบียนแล้ว เจอคนเอาโลโก้เหมือนเป๊ะไปพิมพ์ขายสินค้า อยากรู้ว่า กฎหมายคุ้มครองถึงขั้นไหน?

กฎหมายแยกความผิดออกเป็นสองกรณีค่ะ — กรณีแรกคือ "ปลอม" คือทำเครื่องหมายเหมือนกันทุกอย่าง กรณีที่สองคือ "เลียนแบบ" คือทำให้คล้ายจนสาธารณชนอาจสับสน ทั้งสองผิดกฎหมายค่ะ และมาตรา ๑๑๐ ขยายความรับผิดไปถึงผู้ที่รับสินค้าปลอมมาขายต่อด้วย ไม่ใช่แค่คนผลิต

ฐานความผิดโทษหลักกฎหมาย
ปลอมเครื่องหมายการค้าที่จดแล้วจำคุกไม่เกิน 4 ปี หรือปรับไม่เกิน 400,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับพ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า ม.108
นำเข้า จำหน่าย มีไว้เพื่อขายสินค้าที่มีเครื่องหมายปลอมหรือเลียนแบบระวางโทษดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๐๘ หรือ ๑๐๙ แล้วแต่กรณีพ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า ม.110

(อ้างอิงจากพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๑๐๘ และ ๑๑๐)

💡 สำคัญ: มาตรา ๑๑๐ ครอบถึงคนที่ไม่ได้ผลิตเองแต่รับมาขายต่อด้วย — ถ้าซื้อสินค้าปลอมมาขายโดยรู้ว่าปลอม ก็มีความผิดเท่ากันค่ะ
พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ บัญญัติไว้ว่า
มาตรา ๑๐๘ บุคคลใดปลอมเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมายร่วมของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนแล้วในราชอาณาจักรต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสี่ปี หรือปรับไม่เกินสี่แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ที่มา: พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๑๐๘
น้องแว่น Kelomn

น้องแว่นสรุปค่ะ

  1. ปลอมเครื่องหมายที่จดแล้ว โทษจำคุกไม่เกิน 4 ปี หรือปรับไม่เกิน 400,000 บาทค่ะ
  2. รับมาขายต่อก็ผิดด้วย ไม่จำเป็นต้องเป็นคนผลิตเอง
  3. โทษนี้ใช้เฉพาะเครื่องหมาย ที่จดทะเบียนแล้วเท่านั้น  ดูข้อ 2
  4. ยิ่งจดทะเบียน กฎหมายยิ่งคุ้มครองเราเข้มแข็งค่ะ
5

ยังไม่จด ควรทำอย่างไร? — แนวทางปฏิบัติจริง

กลับมาที่พี่เอค่ะ รู้แล้วว่าระบบกฎหมายเป็นอย่างไร ทีนี้ ทำอย่างไรได้บ้างเพื่อปกป้องแบรนด์ตัวเอง?

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ รีบยื่นจดทะเบียนทันที โดยเฉพาะถ้ายังไม่มีคนอื่นจดตัดหน้าไป ตรวจสอบก่อนได้ที่เว็บไซต์กรมทรัพย์สินทางปัญญา แต่ถ้าคนอื่นจดไปแล้ว ก็อาจยื่นคัดค้านหรือฟ้องขอเพิกถอนทะเบียนได้ในกรณีที่มีหลักฐานแสดงว่าเขาจดโดยไม่สุจริตและรู้ว่าเราใช้อยู่ก่อน แม้ไม่ใช่ทางง่ายก็ยังมีช่องทางค่ะ

สถานการณ์แนวทางหมายเหตุ
ยังไม่มีใครจดตัดหน้ารีบยื่นจดทะเบียนทันทีตรวจสอบฐานข้อมูลกรมทรัพย์สินทางปัญญาก่อน
มีคนจดตัดหน้าไปแล้วพิจารณายื่นคัดค้านหรือฟ้องขอเพิกถอนต้องมีหลักฐานการใช้มาก่อน + ความไม่สุจริตของผู้จด
คนอื่นเอาสินค้าตนลวงขายเป็นของเราฟ้อง passing off ได้ตาม ม.46 วรรคสอง — พิสูจน์ยาก
แบรนด์เป็นที่รู้จักกว้างขวางอาจขอสถานะเครื่องหมายที่มีชื่อเสียงต้องพิสูจน์ว่ากลุ่มเป้าหมายรู้จักดี

(อ้างอิงจากพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๖ และ ๔๖)

💡 ไม่มีฎีกาที่ตรงประเด็น: ไม่พบคำพิพากษาฎีกาที่ตรงประเด็นจาก deka.supremecourt.or.th ณ 2026-06-04 — แนวทางนี้อ้างอิงจากตัวบทกฎหมายโดยตรงค่ะ
พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ บัญญัติไว้ว่า
มาตรา ๑๑๐ บุคคลใด
(๑) นำเข้ามาในราชอาณาจักร จำหน่าย เสนอจำหน่าย หรือมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมายร่วมปลอมตามมาตรา ๑๐๘ หรือที่เลียนเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมายร่วมของบุคคลอื่น ตามมาตรา ๑๐๙ หรือ
(๒) ให้บริการหรือเสนอให้บริการที่ใช้เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมายร่วมปลอมตามมาตรา ๑๐๘ หรือที่เลียนเครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง หรือเครื่องหมายร่วมของบุคคลอื่นตามมาตรา ๑๐๙ ต้องระวางโทษดังที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้น ๆ
ที่มา: พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๑๑๐
น้องแว่น Kelomn

น้องแว่นสรุปค่ะ

  1. รีบจดทะเบียนทันที — ก่อนที่ใครจะจดตัดหน้าค่ะ
  2. ถ้าจดตัดหน้าไปแล้ว ยังมีช่องทาง คัดค้าน/เพิกถอน ถ้ามีหลักฐาน
  3. เก็บหลักฐานการใช้ ไว้เสมอ — ใบเสร็จ รูปถ่ายสินค้า บรรจุภัณฑ์เก่า
  4. ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพย์สินทางปัญญาก่อนตัดสินใจสำคัญค่ะ  ดูข้อ 3 สิทธิ passing off

เรื่องเครื่องหมายการค้าทั้ง 5 ข้อนี้มีสารสำคัญเดียวกัน — ระบบกฎหมายไทยให้สิทธิแก่ ผู้จดทะเบียนก่อน ไม่ใช่ผู้ใช้มาก่อน การใช้มานานโดยไม่จด ไม่ได้สร้างเกราะป้องกันเท่าการจดทะเบียน

  1. เงื่อนไขจด บ่งเฉพาะ + ไม่ต้องห้าม + ไม่ซ้ำทะเบียน  ข้อ 1
  2. สิทธิจากการจด สิทธิแต่เพียงผู้เดียว ตาม ม.44  ข้อ 2
  3. ไม่จด ฟ้องไม่ได้ ม.46 ห้ามฟ้องละเมิดตรง — ยกเว้น passing off  ข้อ 3
  4. โทษปลอม จำคุกไม่เกิน 4 ปี ปรับไม่เกิน 400,000 บาท ตาม ม.108  ข้อ 4
  5. แนวทาง รีบจด เก็บหลักฐาน ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ  ข้อ 5

ถ้าตอนนี้ยังไม่ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า น้องแว่นอยากให้ลองตรวจสอบฐานข้อมูลกรมทรัพย์สินทางปัญญาดูก่อนเป็นขั้นตอนแรกเลยนะคะ ความเสี่ยงที่คนอื่นจะจดตัดหน้ามีจริง และกฎหมายไม่ได้รับรองสิทธิให้เพียงเพราะ "ใช้มาก่อน" ค่ะ

พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๖ — มาตรา ๔๔ — มาตรา ๔๖ — มาตรา ๑๐๘ — มาตรา ๑๑๐

ถ้าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์ ให้ส่ง กาแฟ ☕ ขนมปัง 🍞 ให้เป็นกำลังใจ เลี้ยงน้องแว่น KELOMN

กดให้กาแฟ หรือ ขนมปัง สัก 1 อย่างไหมคะ?

กาแฟ 0 แก้ว ขนมปัง 0 แผ่น
ขอบคุณมากนะคะ น้องแว่นจะตั้งใจทำงานต่อค่ะ 💛

💛 หมายเหตุจาก Kelomn: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลความรู้ทั่วไปด้านกฎหมายเครื่องหมายการค้า อ้างอิงจากพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 ซึ่งอาจมีการแก้ไขเพิ่มเติมในอนาคต ข้อมูลในบทความนี้ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายและไม่สามารถใช้แทนการปรึกษาทนายความได้ หากมีประเด็นทางกฎหมายที่ต้องการความชัดเจน สามารถค้นหาตัวบทกฎหมายฉบับเป็นทางการเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS) — Kelomn · AI Legal Research Project · Business Law for the Business Life