น้องแว่นเปิดตำราเปรียบเทียบโครงสร้างธุรกิจ — ในร้านกาแฟเงียบสงบค่ะ
"เปิดร้านในชื่อตัวเอง" กับ "ตั้งบริษัทจำกัด" ต่างกันตรงไหน?
ชื่อบุคคลในบทความนี้เป็นชื่อสมมติ ไม่ได้พาดพิงผู้ใด
5 ประเด็นที่คุณควรรู้ก่อนตัดสินใจ
ธุรกิจในนามบุคคลธรรมดา คืออะไร? ต้องจดอะไรบ้าง?
การประกอบธุรกิจ "ในนามบุคคลธรรมดา" หมายถึงคุณทำธุรกิจในฐานะตัวคุณเอง ไม่มีนิติบุคคลแยกต่างหาก ทรัพย์สินของธุรกิจและทรัพย์สินส่วนตัวอยู่ในกองเดียวกัน หากธุรกิจมีหนี้ เจ้าหนี้สามารถฟ้องตัวคุณได้โดยตรง
หากประกอบกิจการค้า (เช่น ขายสินค้า รับจ้างบริการ) ต้องจดทะเบียนพาณิชย์กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภายใน 30 วันนับแต่วันเริ่มกิจการ ตามพระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 ค่าธรรมเนียมเริ่มต้นต่ำมาก ขั้นตอนไม่ซับซ้อนค่ะ
| รายการ | บุคคลธรรมดา + ทะเบียนพาณิชย์ |
|---|---|
| เอกสารหลัก | บัตรประชาชน + ใบคำขอจดทะเบียน |
| ระยะเวลายื่น | ภายใน 30 วันจากวันเริ่มกิจการ |
| ค่าธรรมเนียม | 50 - 200 บาท (แล้วแต่ประเภท) |
| นิติบุคคล? | ไม่ใช่นิติบุคคล |
| ความรับผิด | ไม่จำกัด (รับผิดด้วยทรัพย์ส่วนตัว) |
มาตรา ๑๐๑๒ อันว่าสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปตกลงเข้ากันเพื่อกระทำกิจการร่วมกัน ด้วยประสงค์จะแบ่งปันกำไรอันจะพึงได้แต่กิจการที่ทำนั้น
น้องแว่นสรุปค่ะ
- ทำธุรกิจในชื่อตัวเอง = คุณกับธุรกิจคือสิ่งเดียวกันในสายตากฎหมาย
- ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ ภายใน 30 วัน ตาม พ.ร.บ.ทะเบียนพาณิชย์ 2499
- ง่ายและถูก แต่แลกมาด้วยความรับผิดไม่จำกัดจากทรัพย์สินส่วนตัวค่ะ
บริษัทจำกัดคืออะไร? ความรับผิด "จำกัด" หมายความว่าอย่างไร?
บริษัทจำกัดคือบริษัทที่ตั้งขึ้นโดยแบ่งทุนเป็นหุ้น ผู้ถือหุ้นแต่ละคนรับผิดจำกัดเพียงจำนวนเงินที่ยังส่งใช้ไม่ครบมูลค่าหุ้น กล่าวคือ หากคุณถือหุ้น 100 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 100 บาท และชำระครบแล้ว ความรับผิดของคุณต่อหนี้ของบริษัทสิ้นสุดที่ศูนย์บาท ทรัพย์สินส่วนตัว (บ้าน รถ เงินฝาก) ได้รับการปกป้องค่ะ
| สถานการณ์ | บุคคลธรรมดา | บริษัทจำกัด |
|---|---|---|
| ลูกค้าฟ้องค่าเสียหาย 5 แสนบาท | เจ้าหนี้อาจบังคับทรัพย์ส่วนตัวได้ทั้งหมด | บังคับได้เฉพาะทรัพย์บริษัท |
| บริษัทขาดทุนจนล้มละลาย | รับผิดด้วยทรัพย์สินส่วนตัวไม่จำกัด | ผู้ถือหุ้นรับผิดเพียงมูลค่าหุ้นค้างชำระ |
| สินเชื่อธนาคาร | อาจต้องค้ำประกันส่วนตัว | บริษัทกู้ได้ แต่มักต้องกรรมการค้ำประกันด้วย |
มาตรา ๑๐๙๖ อันว่าบริษัทจำกัดนั้น คือบริษัทประเภทซึ่งตั้งขึ้นด้วยแบ่งทุนเป็นหุ้นมีมูลค่าเท่า ๆ กัน ผู้ถือหุ้นต่างรับผิดจำกัดเพียงไม่เกินจำนวนเงินที่ตนยังส่งใช้ไม่ครบมูลค่าของหุ้นที่ตนถือ
น้องแว่นสรุปค่ะ
- ผู้ถือหุ้นรับผิดจำกัด เพียงมูลค่าหุ้นที่ยังส่งใช้ไม่ครบ (ม.๑๐๙๖ ป.พ.พ.)
- ทรัพย์ส่วนตัวปลอดภัย จากหนี้ของบริษัทโดยหลักกฎหมาย
- ข้อระวัง: กรรมการที่ค้ำประกันหนี้บริษัทเป็นการส่วนตัวอาจรับผิดในฐานะผู้ค้ำประกันแยกต่างหากค่ะ
บริษัทจำกัดเป็น "นิติบุคคล" แยกต่างหาก หมายความว่าอะไรในทางปฏิบัติ?
เมื่อบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนแล้ว กฎหมายถือว่าองค์กรนั้นเป็น "นิติบุคคล" ต่างหากจากผู้ถือหุ้นทั้งหมด ผลในทางปฏิบัติคือ บริษัทมีสิทธิและหน้าที่เป็นของตนเอง ทำสัญญาในนามบริษัท ถือกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน ฟ้องและถูกฟ้องในศาลได้ โดยที่ผู้ถือหุ้นไม่ต้องรับผิดชอบโดยตรง
เปรียบเทียบ: ห้างหุ้นส่วนสามัญที่ไม่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนต้องรับผิดร่วมกันสำหรับหนี้ทั้งปวงโดยไม่มีจำกัด ซึ่งอันตรายกว่าบริษัทจำกัดมากค่ะ
| คุณสมบัติ | บุคคลธรรมดา | ห้างหุ้นส่วนสามัญ | บริษัทจำกัด |
|---|---|---|---|
| นิติบุคคลแยกต่างหาก | ไม่ใช่ | ต้องจดทะเบียนก่อน | ใช่ (ม.๑๐๑๕) |
| ความรับผิดของเจ้าของ | ไม่จำกัด | ไม่จำกัด (ม.๑๐๒๕) | จำกัดเพียงมูลค่าหุ้น (ม.๑๐๙๖) |
| ถือทรัพย์สินในชื่อองค์กร | ไม่ได้ | ได้เมื่อจดทะเบียน | ได้ |
| ความน่าเชื่อถือต่อคู่ค้า | ปานกลาง | ปานกลาง | สูงกว่า |
มาตรา ๑๐๑๕ ห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทเมื่อได้จดทะเบียนตามบัญญัติแห่งลักษณะนี้แล้ว ท่านจัดว่าเป็นนิติบุคคลต่างหากจากผู้เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นทั้งหลายซึ่งรวมเข้ากันเป็นห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้น
มาตรา ๑๐๒๕ อันว่าห้างหุ้นส่วนสามัญนั้น คือห้างหุ้นส่วนประเภทซึ่งผู้เป็นหุ้นส่วนหมดทุกคนต้องรับผิดร่วมกันเพื่อหนี้ทั้งปวงของหุ้นส่วนโดยไม่มีจำกัด
น้องแว่นสรุปค่ะ
- บริษัทจำกัด = นิติบุคคลแยกต่างหาก เมื่อจดทะเบียนแล้ว (ม.๑๐๑๕)
- ห้างหุ้นส่วนสามัญ = ผู้เป็นหุ้นส่วนรับผิดร่วมกันไม่จำกัด (ม.๑๐๒๕) อันตราย!
- เลือกรูปแบบ ตามระดับความเสี่ยงของธุรกิจ ไม่ใช่แค่ตามความสะดวกค่ะ
เรื่องภาษีกับความน่าเชื่อถือ — สองปัจจัยที่ตัดสินใจใหญ่พอๆ กับความรับผิดค่ะ
ภาษีต่างกันอย่างไร? บุคคลธรรมดา vs บริษัทจำกัด
บุคคลธรรมดา เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในอัตราก้าวหน้าตามที่กรมสรรพากร (rd.go.th) กำหนด สูงสุดถึงร้อยละ 35 ยิ่งรายได้สุทธิมาก อัตราภาษียิ่งเพิ่มขึ้น และสามารถหักค่าใช้จ่ายได้เป็นอัตราเหมาหรือตามจริงตามประเภทเงินได้ค่ะ
บริษัทจำกัด เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกำไรสุทธิ อัตราทั่วไปร้อยละ 20 สำหรับบริษัทขนาดใหญ่ ส่วน SME (ทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท และรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อปี) ได้รับอัตราพิเศษที่ต่ำกว่าตามที่กรมสรรพากรกำหนด ข้อมูลอัตราภาษีปัจจุบันสามารถตรวจสอบได้ที่ กรมสรรพากร (rd.go.th) ค่ะ
| ประเด็นภาษี | บุคคลธรรมดา | บริษัทจำกัด |
|---|---|---|
| ประเภทภาษีเงินได้ | ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา | ภาษีเงินได้นิติบุคคล |
| อัตราสูงสุด | 35% (อัตราก้าวหน้า) | 20% (ทั่วไป) / ต่ำกว่าสำหรับ SME |
| ฐานภาษี | เงินได้สุทธิ (หลังหักค่าใช้จ่าย) | กำไรสุทธิ (หลังหักค่าใช้จ่ายตามจริง) |
| หักค่าใช้จ่าย | เหมา หรือตามจริง (บางประเภท) | ตามจริงได้กว้างกว่า |
| แบบภาษี | ภ.ง.ด. 90 / 91 | ภ.ง.ด. 50 / 51 |
| จ้างตัวเองเป็นกรรมการได้? | ไม่มีแนวคิดนี้ | ได้ หักเป็นค่าใช้จ่ายบริษัท |
มาตรา ๑๐๑๕ ห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทเมื่อได้จดทะเบียนตามบัญญัติแห่งลักษณะนี้แล้ว ท่านจัดว่าเป็นนิติบุคคลต่างหากจากผู้เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นทั้งหลายซึ่งรวมเข้ากันเป็นห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้น
น้องแว่นสรุปค่ะ
- บุคคลธรรมดา เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา อัตราก้าวหน้าสูงสุด 35%
- บริษัทจำกัด เสียภาษีเงินได้นิติบุคคล SME ได้อัตราพิเศษที่ต่ำกว่า
- ตรวจสอบอัตราล่าสุด ที่ rd.go.th เสมอ เพราะอาจมีการปรับเปลี่ยนค่ะ
ควรเลือกแบบไหน? เงื่อนไขที่ช่วยตัดสินใจ
ไม่มีสูตรสำเร็จสำหรับทุกคน แต่มีหลักกฎหมายและปัจจัยชัดเจนที่ช่วยประเมินได้ค่ะ
| ปัจจัย | บุคคลธรรมดาเหมาะกว่า | บริษัทจำกัดเหมาะกว่า |
|---|---|---|
| รายได้ต่อปี | ต่ำกว่า 1.2 ล้านบาท | สูงกว่า 1.5 ล้านบาทขึ้นไป |
| ความเสี่ยงหนี้สิน | ต่ำ ไม่มีหนี้สินมาก | สูง มีคู่ค้าหรือลูกค้าองค์กร |
| ต้องการพาร์ทเนอร์/ระดมทุน | ไม่จำเป็น | เหมาะสำหรับหุ้นส่วนหลายคน |
| ค่าใช้จ่ายบริหาร | ต่ำ (ไม่ต้องมีนักบัญชีประจำ) | สูงกว่า (งบการเงิน, ผู้สอบบัญชี) |
| ความน่าเชื่อถือต่อองค์กร | ปานกลาง | สูงกว่า มีเลขทะเบียนนิติบุคคล |
| ป้องกันทรัพย์ส่วนตัว | ไม่มี | มี (ม.๑๐๙๖ ป.พ.พ.) |
มาตรา ๑๐๙๖ อันว่าบริษัทจำกัดนั้น คือบริษัทประเภทซึ่งตั้งขึ้นด้วยแบ่งทุนเป็นหุ้นมีมูลค่าเท่า ๆ กัน ผู้ถือหุ้นต่างรับผิดจำกัดเพียงไม่เกินจำนวนเงินที่ตนยังส่งใช้ไม่ครบมูลค่าของหุ้นที่ตนถือ
น้องแว่นสรุปค่ะ
- รายได้น้อย ความเสี่ยงต่ำ: บุคคลธรรมดา + ทะเบียนพาณิชย์ก็เพียงพอ
- รายได้สูง มีความเสี่ยง หรือต้องการลูกค้าองค์กร: บริษัทจำกัดได้เปรียบชัดเจน
- ปรึกษานักบัญชีหรือทนายธุรกิจ ก่อนตัดสินใจ โดยเฉพาะหากมีรายได้สูงหรือโครงสร้างซับซ้อนค่ะ
ความแตกต่างระหว่างเปิดร้านในนามตัวเองกับตั้งบริษัทจำกัดมีหัวใจเดียว — กำแพงนิติบุคคล ที่บริษัทให้ได้แต่บุคคลธรรมดาไม่มี เมื่อธุรกิจเติบโตและความเสี่ยงเพิ่มขึ้น การปกป้องทรัพย์สินส่วนตัว กลายเป็นสิ่งที่คุ้มค่ากว่าความสะดวกในระยะสั้นค่ะ
- ทะเบียนพาณิชย์ บุคคลธรรมดาต้องจดภายใน 30 วัน — ง่าย ถูก แต่ไม่สร้างนิติบุคคล ข้อ 1
- ความรับผิดจำกัด บริษัทจำกัด (ม.๑๐๙๖) ปกป้องทรัพย์ส่วนตัว — บุคคลธรรมดารับผิดไม่จำกัด ข้อ 2
- นิติบุคคล จดทะเบียนแล้วบริษัทแยกตัวตนออกจากผู้ถือหุ้น (ม.๑๐๑๕) — ห้างหุ้นส่วนสามัญรับผิดไม่จำกัด (ม.๑๐๒๕) ข้อ 3
- ภาษี บริษัทมีโครงสร้างภาษีที่ยืดหยุ่นกว่า โดยเฉพาะ SME — ตรวจสอบอัตราล่าสุดที่ rd.go.th ข้อ 4
- เลือกให้เหมาะ รายได้น้อย ความเสี่ยงต่ำ = บุคคลธรรมดาพอ / รายได้สูง มีความเสี่ยง = บริษัทจำกัดได้เปรียบ ข้อ 5
ถ้าธุรกิจเติบโตจนมีความเสี่ยงหรือรายได้สูง ลงทุนจดทะเบียนบริษัทจำกัดสักครั้งคุ้มกว่าแก้ปัญหาที่เกิดจากความรับผิดไม่จำกัดในภายหลังมากค่ะ
น้องแว่นทำบทความนี้ด้วยใจ ถ้าเป็นประโยชน์นะคะ
ลองกดให้กาแฟหรือขนมปังน้องแว่นสักชิ้นนะคะ 💕
💛 หมายเหตุจาก Kelomn: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลความรู้ทั่วไปด้านกฎหมายบริษัทและธุรกิจ อ้างอิงจากประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ ๓ (หุ้นส่วนและบริษัท) และพระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 ซึ่งอาจมีการแก้ไขเพิ่มเติมในอนาคต ข้อมูลในบทความนี้ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายและไม่สามารถใช้แทนการปรึกษาทนายความหรือนักบัญชีได้ หากมีประเด็นทางกฎหมายที่ต้องการความชัดเจน สามารถค้นหาตัวบทกฎหมายฉบับเป็นทางการเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS) — Kelomn · AI Legal Research Project · Business Law for the Business Life