Kelomn
AI Legal Research & Knowledge
น้องแว่นถือกาแฟเตรียมขึ้นชั้นสองของคาเฟ่กฎหมาย

น้องแว่นเปิดตำราเปรียบเทียบโครงสร้างธุรกิจ — ในร้านกาแฟเงียบสงบค่ะ

"เปิดร้านในชื่อตัวเอง" กับ "ตั้งบริษัทจำกัด" ต่างกันตรงไหน?

รหัสบทความsbl_corporate_sole-vs-company_001_20260604

ชื่อบุคคลในบทความนี้เป็นชื่อสมมติ ไม่ได้พาดพิงผู้ใด

พี่เอ เปิดร้านขายขนมออนไลน์มาสองปีในนามตัวเอง ทุกอย่างราบรื่นดี จนวันหนึ่งลูกค้ารายใหญ่เรียกค่าเสียหาย และเจ้าพนักงานบังคับคดีแวะมาสอบถามทรัพย์สิน พี่บี เพื่อนของพี่เอ ตั้งบริษัทจำกัดตั้งแต่วันแรก บริษัทเป็น "กำแพง" กั้นหนี้สินออกจากชีวิตส่วนตัว เรื่องราวของสองคนต่างกันมากค่ะ น้องแว่นชวนมาดูว่ากฎหมายแบ่งความแตกต่างทั้งสองรูปแบบไว้อย่างไร
🏠 💼 ⚖️

5 ประเด็นที่คุณควรรู้ก่อนตัดสินใจ

1

ธุรกิจในนามบุคคลธรรมดา คืออะไร? ต้องจดอะไรบ้าง?

พี่บี เพิ่งเริ่มรับงานออกแบบกราฟิก รายได้เดือนละสามหมื่นบาท ยังไม่แน่ใจว่าต้องทำอะไรทางกฎหมายก่อนเปิดรับงาน น้องแว่นช่วยเคลียร์ให้ค่ะ

การประกอบธุรกิจ "ในนามบุคคลธรรมดา" หมายถึงคุณทำธุรกิจในฐานะตัวคุณเอง ไม่มีนิติบุคคลแยกต่างหาก ทรัพย์สินของธุรกิจและทรัพย์สินส่วนตัวอยู่ในกองเดียวกัน หากธุรกิจมีหนี้ เจ้าหนี้สามารถฟ้องตัวคุณได้โดยตรง

หากประกอบกิจการค้า (เช่น ขายสินค้า รับจ้างบริการ) ต้องจดทะเบียนพาณิชย์กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภายใน 30 วันนับแต่วันเริ่มกิจการ ตามพระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 ค่าธรรมเนียมเริ่มต้นต่ำมาก ขั้นตอนไม่ซับซ้อนค่ะ

รายการ บุคคลธรรมดา + ทะเบียนพาณิชย์
เอกสารหลักบัตรประชาชน + ใบคำขอจดทะเบียน
ระยะเวลายื่นภายใน 30 วันจากวันเริ่มกิจการ
ค่าธรรมเนียม50 - 200 บาท (แล้วแต่ประเภท)
นิติบุคคล?ไม่ใช่นิติบุคคล
ความรับผิดไม่จำกัด (รับผิดด้วยทรัพย์ส่วนตัว)
💡 หัวใจ: ทะเบียนพาณิชย์ไม่ได้สร้างนิติบุคคล มีเพียงชื่อทางการค้าและแสดงว่าคุณเปิดกิจการถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น ความรับผิดยังคงเป็นของคุณในฐานะบุคคลค่ะ
ที่มา: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๐๑๒ (สัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท) · พระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 · กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (dbd.go.th)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บัญญัติไว้ว่า
มาตรา ๑๐๑๒ อันว่าสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปตกลงเข้ากันเพื่อกระทำกิจการร่วมกัน ด้วยประสงค์จะแบ่งปันกำไรอันจะพึงได้แต่กิจการที่ทำนั้น
น้องแว่น

น้องแว่นสรุปค่ะ

  1. ทำธุรกิจในชื่อตัวเอง = คุณกับธุรกิจคือสิ่งเดียวกันในสายตากฎหมาย
  2. ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ ภายใน 30 วัน ตาม พ.ร.บ.ทะเบียนพาณิชย์ 2499
  3. ง่ายและถูก แต่แลกมาด้วยความรับผิดไม่จำกัดจากทรัพย์สินส่วนตัวค่ะ
2

บริษัทจำกัดคืออะไร? ความรับผิด "จำกัด" หมายความว่าอย่างไร?

พี่เอ หลังจากเห็นปัญหาของตัวเอง เริ่มสนใจตั้งบริษัทจำกัด แต่ยังงง ว่า "ผู้ถือหุ้นรับผิดจำกัด" หมายความว่าอย่างไรกันแน่ ขอบเขตอยู่ตรงไหน?

บริษัทจำกัดคือบริษัทที่ตั้งขึ้นโดยแบ่งทุนเป็นหุ้น ผู้ถือหุ้นแต่ละคนรับผิดจำกัดเพียงจำนวนเงินที่ยังส่งใช้ไม่ครบมูลค่าหุ้น กล่าวคือ หากคุณถือหุ้น 100 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 100 บาท และชำระครบแล้ว ความรับผิดของคุณต่อหนี้ของบริษัทสิ้นสุดที่ศูนย์บาท ทรัพย์สินส่วนตัว (บ้าน รถ เงินฝาก) ได้รับการปกป้องค่ะ

สถานการณ์ บุคคลธรรมดา บริษัทจำกัด
ลูกค้าฟ้องค่าเสียหาย 5 แสนบาทเจ้าหนี้อาจบังคับทรัพย์ส่วนตัวได้ทั้งหมดบังคับได้เฉพาะทรัพย์บริษัท
บริษัทขาดทุนจนล้มละลายรับผิดด้วยทรัพย์สินส่วนตัวไม่จำกัดผู้ถือหุ้นรับผิดเพียงมูลค่าหุ้นค้างชำระ
สินเชื่อธนาคารอาจต้องค้ำประกันส่วนตัวบริษัทกู้ได้ แต่มักต้องกรรมการค้ำประกันด้วย
💢 "กำแพงนิติบุคคล": เมื่อบริษัทจดทะเบียนแล้ว กฎหมายถือว่าบริษัทเป็นนิติบุคคลต่างหาก มีสิทธิทำสัญญา ถือทรัพย์สิน และรับผิดชอบในหนี้สินแยกจากผู้ถือหุ้นค่ะ ดูข้อ 3
ที่มา: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๐๙๖ (นิยามบริษัทจำกัด)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บัญญัติไว้ว่า
มาตรา ๑๐๙๖ อันว่าบริษัทจำกัดนั้น คือบริษัทประเภทซึ่งตั้งขึ้นด้วยแบ่งทุนเป็นหุ้นมีมูลค่าเท่า ๆ กัน ผู้ถือหุ้นต่างรับผิดจำกัดเพียงไม่เกินจำนวนเงินที่ตนยังส่งใช้ไม่ครบมูลค่าของหุ้นที่ตนถือ
น้องแว่น

น้องแว่นสรุปค่ะ

  1. ผู้ถือหุ้นรับผิดจำกัด เพียงมูลค่าหุ้นที่ยังส่งใช้ไม่ครบ (ม.๑๐๙๖ ป.พ.พ.)
  2. ทรัพย์ส่วนตัวปลอดภัย จากหนี้ของบริษัทโดยหลักกฎหมาย
  3. ข้อระวัง: กรรมการที่ค้ำประกันหนี้บริษัทเป็นการส่วนตัวอาจรับผิดในฐานะผู้ค้ำประกันแยกต่างหากค่ะ
3

บริษัทจำกัดเป็น "นิติบุคคล" แยกต่างหาก หมายความว่าอะไรในทางปฏิบัติ?

น้าซี ได้ยินมาว่า "บริษัทเป็นนิติบุคคล" แต่ยังไม่เข้าใจว่าหมายความว่าอะไรในชีวิตประจำวันของคนทำธุรกิจ

เมื่อบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนแล้ว กฎหมายถือว่าองค์กรนั้นเป็น "นิติบุคคล" ต่างหากจากผู้ถือหุ้นทั้งหมด ผลในทางปฏิบัติคือ บริษัทมีสิทธิและหน้าที่เป็นของตนเอง ทำสัญญาในนามบริษัท ถือกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน ฟ้องและถูกฟ้องในศาลได้ โดยที่ผู้ถือหุ้นไม่ต้องรับผิดชอบโดยตรง

เปรียบเทียบ: ห้างหุ้นส่วนสามัญที่ไม่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนต้องรับผิดร่วมกันสำหรับหนี้ทั้งปวงโดยไม่มีจำกัด ซึ่งอันตรายกว่าบริษัทจำกัดมากค่ะ

คุณสมบัติ บุคคลธรรมดา ห้างหุ้นส่วนสามัญ บริษัทจำกัด
นิติบุคคลแยกต่างหากไม่ใช่ต้องจดทะเบียนก่อนใช่ (ม.๑๐๑๕)
ความรับผิดของเจ้าของไม่จำกัดไม่จำกัด (ม.๑๐๒๕)จำกัดเพียงมูลค่าหุ้น (ม.๑๐๙๖)
ถือทรัพย์สินในชื่อองค์กรไม่ได้ได้เมื่อจดทะเบียนได้
ความน่าเชื่อถือต่อคู่ค้าปานกลางปานกลางสูงกว่า
🛡️ ห้างหุ้นส่วนสามัญ = อันตรายที่คนมักมองข้าม: หุ้นส่วนทุกคนรับผิดร่วมกันโดยไม่จำกัดตาม ม.๑๐๒๕ แม้จะจดทะเบียนแล้วก็ตาม หากต้องการความรับผิดจำกัดต้องเลือก "บริษัทจำกัด" เท่านั้นค่ะ
ที่มา: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๐๑๕ (นิติบุคคล) · มาตรา ๑๐๒๕ (ห้างหุ้นส่วนสามัญ)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บัญญัติไว้ว่า
มาตรา ๑๐๑๕ ห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทเมื่อได้จดทะเบียนตามบัญญัติแห่งลักษณะนี้แล้ว ท่านจัดว่าเป็นนิติบุคคลต่างหากจากผู้เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นทั้งหลายซึ่งรวมเข้ากันเป็นห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้น
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บัญญัติไว้ว่า
มาตรา ๑๐๒๕ อันว่าห้างหุ้นส่วนสามัญนั้น คือห้างหุ้นส่วนประเภทซึ่งผู้เป็นหุ้นส่วนหมดทุกคนต้องรับผิดร่วมกันเพื่อหนี้ทั้งปวงของหุ้นส่วนโดยไม่มีจำกัด
น้องแว่น

น้องแว่นสรุปค่ะ

  1. บริษัทจำกัด = นิติบุคคลแยกต่างหาก เมื่อจดทะเบียนแล้ว (ม.๑๐๑๕)
  2. ห้างหุ้นส่วนสามัญ = ผู้เป็นหุ้นส่วนรับผิดร่วมกันไม่จำกัด (ม.๑๐๒๕) อันตราย!
  3. เลือกรูปแบบ ตามระดับความเสี่ยงของธุรกิจ ไม่ใช่แค่ตามความสะดวกค่ะ
น้องแว่นนั่งจิบกาแฟ ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่น

เรื่องภาษีกับความน่าเชื่อถือ — สองปัจจัยที่ตัดสินใจใหญ่พอๆ กับความรับผิดค่ะ

4

ภาษีต่างกันอย่างไร? บุคคลธรรมดา vs บริษัทจำกัด

น้าซี ทำธุรกิจให้บริการด้านไอที รายได้ประมาณ 3 ล้านบาทต่อปี อยากรู้ว่าทำในนามตัวเองกับตั้งบริษัทเสียภาษีต่างกันมากแค่ไหน

บุคคลธรรมดา เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในอัตราก้าวหน้าตามที่กรมสรรพากร (rd.go.th) กำหนด สูงสุดถึงร้อยละ 35 ยิ่งรายได้สุทธิมาก อัตราภาษียิ่งเพิ่มขึ้น และสามารถหักค่าใช้จ่ายได้เป็นอัตราเหมาหรือตามจริงตามประเภทเงินได้ค่ะ

บริษัทจำกัด เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกำไรสุทธิ อัตราทั่วไปร้อยละ 20 สำหรับบริษัทขนาดใหญ่ ส่วน SME (ทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท และรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อปี) ได้รับอัตราพิเศษที่ต่ำกว่าตามที่กรมสรรพากรกำหนด ข้อมูลอัตราภาษีปัจจุบันสามารถตรวจสอบได้ที่ กรมสรรพากร (rd.go.th) ค่ะ

ประเด็นภาษี บุคคลธรรมดา บริษัทจำกัด
ประเภทภาษีเงินได้ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาภาษีเงินได้นิติบุคคล
อัตราสูงสุด35% (อัตราก้าวหน้า)20% (ทั่วไป) / ต่ำกว่าสำหรับ SME
ฐานภาษีเงินได้สุทธิ (หลังหักค่าใช้จ่าย)กำไรสุทธิ (หลังหักค่าใช้จ่ายตามจริง)
หักค่าใช้จ่ายเหมา หรือตามจริง (บางประเภท)ตามจริงได้กว้างกว่า
แบบภาษีภ.ง.ด. 90 / 91ภ.ง.ด. 50 / 51
จ้างตัวเองเป็นกรรมการได้?ไม่มีแนวคิดนี้ได้ หักเป็นค่าใช้จ่ายบริษัท
📈 ข้อได้เปรียบบริษัท: บริษัทสามารถจ้างเจ้าของเป็นกรรมการ จ่ายเงินเดือนให้ตัวเอง หักเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัท ลดกำไรสุทธิก่อนคำนวณภาษี สิ่งนี้ทำให้โครงสร้างภาษีรวมมีประสิทธิภาพกว่า แนะนำปรึกษานักบัญชีเพื่อวางแผนที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณค่ะ
ที่มา: ประมวลรัษฎากร (ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล) · สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS) · กรมสรรพากร (rd.go.th)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บัญญัติไว้ว่า (รากฐานสถานะนิติบุคคลที่กำหนดหน้าที่ภาษีแยกต่างหาก)
มาตรา ๑๐๑๕ ห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทเมื่อได้จดทะเบียนตามบัญญัติแห่งลักษณะนี้แล้ว ท่านจัดว่าเป็นนิติบุคคลต่างหากจากผู้เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นทั้งหลายซึ่งรวมเข้ากันเป็นห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้น
น้องแว่น

น้องแว่นสรุปค่ะ

  1. บุคคลธรรมดา เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา อัตราก้าวหน้าสูงสุด 35%
  2. บริษัทจำกัด เสียภาษีเงินได้นิติบุคคล SME ได้อัตราพิเศษที่ต่ำกว่า
  3. ตรวจสอบอัตราล่าสุด ที่ rd.go.th เสมอ เพราะอาจมีการปรับเปลี่ยนค่ะ
5

ควรเลือกแบบไหน? เงื่อนไขที่ช่วยตัดสินใจ

ลุง D อยากเริ่มธุรกิจนำเข้าสินค้าเล็กๆ คนเดียว แต่กังวลว่าถ้าขาดทุนจะกระทบชีวิตส่วนตัว ส่วน พี่บี ที่เริ่มจากนักออกแบบอิสระ ปัจจุบันรายได้ปีละหลายล้าน มีทีมงานสามคน ต้องการทำงานกับลูกค้าองค์กรมากขึ้น ทั้งสองสถานการณ์ต้องการคำตอบที่ต่างกันค่ะ

ไม่มีสูตรสำเร็จสำหรับทุกคน แต่มีหลักกฎหมายและปัจจัยชัดเจนที่ช่วยประเมินได้ค่ะ

ปัจจัย บุคคลธรรมดาเหมาะกว่า บริษัทจำกัดเหมาะกว่า
รายได้ต่อปีต่ำกว่า 1.2 ล้านบาทสูงกว่า 1.5 ล้านบาทขึ้นไป
ความเสี่ยงหนี้สินต่ำ ไม่มีหนี้สินมากสูง มีคู่ค้าหรือลูกค้าองค์กร
ต้องการพาร์ทเนอร์/ระดมทุนไม่จำเป็นเหมาะสำหรับหุ้นส่วนหลายคน
ค่าใช้จ่ายบริหารต่ำ (ไม่ต้องมีนักบัญชีประจำ)สูงกว่า (งบการเงิน, ผู้สอบบัญชี)
ความน่าเชื่อถือต่อองค์กรปานกลางสูงกว่า มีเลขทะเบียนนิติบุคคล
ป้องกันทรัพย์ส่วนตัวไม่มีมี (ม.๑๐๙๖ ป.พ.พ.)
🤔 หลักกฎหมายที่ตัดสิน: ความรับผิดจำกัดตาม ม.๑๐๙๖ คือสิ่งที่บุคคลธรรมดาไม่มี และหาไม่ได้จากทะเบียนพาณิชย์ ดูข้อ 2 ต้องตั้งบริษัทจำกัดและจดทะเบียนเท่านั้นจึงจะได้ "กำแพงนิติบุคคล" ค่ะ
ที่มา: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๐๙๖ (บริษัทจำกัด) · มาตรา ๑๐๑๕ (นิติบุคคล)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บัญญัติไว้ว่า
มาตรา ๑๐๙๖ อันว่าบริษัทจำกัดนั้น คือบริษัทประเภทซึ่งตั้งขึ้นด้วยแบ่งทุนเป็นหุ้นมีมูลค่าเท่า ๆ กัน ผู้ถือหุ้นต่างรับผิดจำกัดเพียงไม่เกินจำนวนเงินที่ตนยังส่งใช้ไม่ครบมูลค่าของหุ้นที่ตนถือ
น้องแว่น

น้องแว่นสรุปค่ะ

  1. รายได้น้อย ความเสี่ยงต่ำ: บุคคลธรรมดา + ทะเบียนพาณิชย์ก็เพียงพอ
  2. รายได้สูง มีความเสี่ยง หรือต้องการลูกค้าองค์กร: บริษัทจำกัดได้เปรียบชัดเจน
  3. ปรึกษานักบัญชีหรือทนายธุรกิจ ก่อนตัดสินใจ โดยเฉพาะหากมีรายได้สูงหรือโครงสร้างซับซ้อนค่ะ

ความแตกต่างระหว่างเปิดร้านในนามตัวเองกับตั้งบริษัทจำกัดมีหัวใจเดียว — กำแพงนิติบุคคล ที่บริษัทให้ได้แต่บุคคลธรรมดาไม่มี เมื่อธุรกิจเติบโตและความเสี่ยงเพิ่มขึ้น การปกป้องทรัพย์สินส่วนตัว กลายเป็นสิ่งที่คุ้มค่ากว่าความสะดวกในระยะสั้นค่ะ

  1. ทะเบียนพาณิชย์ บุคคลธรรมดาต้องจดภายใน 30 วัน — ง่าย ถูก แต่ไม่สร้างนิติบุคคล  ข้อ 1
  2. ความรับผิดจำกัด บริษัทจำกัด (ม.๑๐๙๖) ปกป้องทรัพย์ส่วนตัว — บุคคลธรรมดารับผิดไม่จำกัด  ข้อ 2
  3. นิติบุคคล จดทะเบียนแล้วบริษัทแยกตัวตนออกจากผู้ถือหุ้น (ม.๑๐๑๕) — ห้างหุ้นส่วนสามัญรับผิดไม่จำกัด (ม.๑๐๒๕)  ข้อ 3
  4. ภาษี บริษัทมีโครงสร้างภาษีที่ยืดหยุ่นกว่า โดยเฉพาะ SME — ตรวจสอบอัตราล่าสุดที่ rd.go.th  ข้อ 4
  5. เลือกให้เหมาะ รายได้น้อย ความเสี่ยงต่ำ = บุคคลธรรมดาพอ / รายได้สูง มีความเสี่ยง = บริษัทจำกัดได้เปรียบ  ข้อ 5

ถ้าธุรกิจเติบโตจนมีความเสี่ยงหรือรายได้สูง ลงทุนจดทะเบียนบริษัทจำกัดสักครั้งคุ้มกว่าแก้ปัญหาที่เกิดจากความรับผิดไม่จำกัดในภายหลังมากค่ะ

อ้างอิง  ·  ม.๑๐๑๒ (สัญญาจัดตั้ง)  ·  ม.๑๐๑๕ (นิติบุคคล)  ·  ม.๑๐๒๕ (ห้างหุ้นส่วนสามัญ)  ·  ม.๑๐๙๖ (บริษัทจำกัด)  ·  ป.พ.พ. บรรพ ๓

น้องแว่นทำบทความนี้ด้วยใจ ถ้าเป็นประโยชน์นะคะ

ลองกดให้กาแฟหรือขนมปังน้องแว่นสักชิ้นนะคะ 💕

☕ กาแฟ 0 แก้ว 🍞 ขนมปัง 0 ชิ้น

💛 หมายเหตุจาก Kelomn: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลความรู้ทั่วไปด้านกฎหมายบริษัทและธุรกิจ อ้างอิงจากประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ ๓ (หุ้นส่วนและบริษัท) และพระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 ซึ่งอาจมีการแก้ไขเพิ่มเติมในอนาคต ข้อมูลในบทความนี้ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายและไม่สามารถใช้แทนการปรึกษาทนายความหรือนักบัญชีได้ หากมีประเด็นทางกฎหมายที่ต้องการความชัดเจน สามารถค้นหาตัวบทกฎหมายฉบับเป็นทางการเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS) — Kelomn · AI Legal Research Project · Business Law for the Business Life