
พื้นฐานกฎหมายธุรกิจ
ความรู้กฎหมายธุรกิจขั้นพื้นฐาน หลักการสำคัญ และกรอบกฎหมายที่นักธุรกิจทุกคนควรรู้
Kelomn Knowledge Base
Sophisticated Legal Advance Solution
for Strategic Growth
Nong Waen Studio
จากบรรยากาศคาเฟ่สู่กรอบคิดกฎหมายธุรกิจ ก่อนเข้าสู่ SHARE, SHIELD, CONTROL และ UP
รวมบทความที่ผ่านโครงสร้างการเขียนแบบ Kelomn อ่านง่าย เป็นระบบ และแยกคำอธิบายออกจากตัวบทกฎหมายอย่างชัดเจน
เทียบ JV กับ Consortium แบบเห็นภาพ: หน่วยภาษี เลขผู้เสียภาษี ความรับผิด การแบ่งงาน การบัญชี และสัญญากับเจ้าของงาน
Controller สั่ง · Processor ทำ · DPO ตรวจ · เช็กหน้าที่ ม.37 · เกณฑ์ต้องมี DPO · โทษตาม PDPA
เทียบห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด และบริษัทมหาชนแบบเข้าใจง่าย ทั้งการจัดตั้ง การบริหาร การประชุม ความรับผิด และตัวบทสำคัญ
ใบรับรอง PDPA ครั้งแรก · คุณสมบัติผู้ยื่น · ขั้นตอน 180 วัน · ใบรับรอง 2 ระดับ · เครื่องหมายรับรองโฮโลแกรม
มาตรฐาน PDPA 128 ข้อ · 4 กลุ่ม 10 ด้าน · เกณฑ์คะแนน 80% และ 90% · ตัวบทประกาศและ PDPA ที่เกี่ยวข้อง
รถชนกันใครผิด ใครต้องจ่าย — หลักละเมิด ม.420 ภาระพิสูจน์ ม.437 ประมาทร่วม ม.442 ค่าสินไหม ม.438/443 และ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535…
เปิดร้านกาแฟต้องขออะไรบ้าง? ใบอนุญาตสถานที่จำหน่ายอาหาร ลิขสิทธิ์เพลง ภาษีป้ายใน กทม. ทะเบียนพาณิชย์…
ลิขสิทธิ์เกิดทันทีที่สร้างงาน ไม่ต้องจดทะเบียนที่ไหน เจ้าของมีสิทธิแต่ผู้เดียว 5 ประการ ม.15 โดนก๊อปโดยไม่ได้รับอนุญาต = ละเมิด ม.27 โทษปรับ-จำคุก ม.69 ค่ะ
โพสต์ด่า แชร์ คอมเมนต์ในโซเชียล ผิดหมิ่นประมาท ม.326/328 หรือดูหมิ่น ม.393 อย่างไร? พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ม.14 ใช้ฟ้องหมิ่นประมาทออนไลน์ได้หรือไม่…
ธรรมนูญครอบครัวคืออะไร ทำไมไม่มี พ.ร.บ.เฉพาะในไทย วางแผนมรดกด้วยพินัยกรรม ม.1599 ม.1646 พร้อมสัญญาผู้ถือหุ้น และ Holding Company…

ความรู้กฎหมายธุรกิจขั้นพื้นฐาน หลักการสำคัญ และกรอบกฎหมายที่นักธุรกิจทุกคนควรรู้

กลยุทธ์และเครื่องมือทางกฎหมายในการปกป้องธุรกิจ สัญญา สิทธิ์ และการป้องกันความเสี่ยงทางกฎหมาย

หลักธรรมาภิบาล การกำกับดูแลกิจการ บรรษัทภิบาล และระบบการควบคุมภายในที่มีประสิทธิภาพ

กฎหมายสำหรับการขยายกิจการ การลงทุน การควบรวมกิจการ และกลยุทธ์การเติบโตอย่างยั่งยืน
สิทธิและหน้าที่ของลูกจ้าง-นายจ้าง · ค่าจ้าง · เวลาทำงาน · วันลา · เลิกจ้าง · ประกันสังคม
การจัดตั้งบริษัท · ผู้ถือหุ้น · กรรมการ · การประชุม · M&A
การทำสัญญา · ตีความ · ผิดสัญญา · ค่าเสียหาย · เลิกสัญญา
ที่ดิน · คอนโด · สิทธิครอบครอง · จำนอง · เช่า · ซื้อขาย
ภาษีเงินได้ · VAT · ภาษีธุรกิจเฉพาะ · ภาษีที่ดิน · BOI
การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล · ความยินยอม · สิทธิเจ้าของข้อมูล · ความรับผิดผู้บริหาร
สคบ. · สินค้าชำรุด · โฆษณาเกินจริง · สัญญาไม่เป็นธรรม
ขั้นตอนฟ้อง · ค่าธรรมเนียมศาล · ฎีกา · ศาลปกครอง · ศาลแรงงาน
ลิขสิทธิ์ · สิทธิบัตร · เครื่องหมายการค้า · ดิจิทัลแพลตฟอร์ม · AI law
สมรส · สมรสเท่าเทียม · หย่า · มรดก · พินัยกรรม
สาระสำคัญ
คดีนี้มีประเด็นว่าเงินที่จำเลยแจ้งหน่วยงานต้นสังกัดของโจทก์ทั้งสองให้หักไว้เพื่อชำระหนี้ตามสัญญาค้ำประกันเงินกู้ เป็นลาภมิควรได้ที่โจทก์ทั้งสองมีสิทธิฟ้องเรียกคืนหรือไม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าหนังสือยินยอมหักเงินตาม พ.ร.บ. สหกรณ์ พ.ศ. 2542 มาตรา 42/1 เป็นกฎหมายเฉพาะที่ไม่อยู่ภายใต้บังคับ ป.พ.พ. มาตรา 686 จำเลยจึงไม่จำต้องบอกกล่าวโจทก์ทั้งสองก่อนแจ้งหักเงิน เมื่อผู้กู้ที่โจทก์ทั้งสองค้ำประกันผิดนัดชำระหนี้มาตั้งแต่ก่อนปี 2560
ศาลฎีกาเห็นว่าการหักเงินของจำเลยเป็นการกระทำที่มีมูลอันจะอ้างตามกฎหมาย ไม่ใช่ลาภมิควรได้ พิพากษายืนให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสอง ฎีกาของโจทก์ทั้งสองฟังไม่ขึ้น
สรุปโดยระบบ AI Legal Research · โปรดอ่านตรวจทานและปรึกษาทนายความผู้เชี่ยวชาญ · โปรดตรวจสอบกับคำพิพากษาฉบับเต็ม
สาระสำคัญ
คดีนี้มีปัญหาข้อกฎหมายว่า ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายมีสิทธิยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 หรือไม่ เพียงใด ในคดีที่จำเลยถูกฟ้องฐานแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ และใช้หรืออ้างเอกสารอันเกิดจากการกระทำความผิดดังกล่าวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 267 และ 268
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ค่าสินไหมทดแทนตามมาตรา 44/1 ต้องเป็นการชดเชยความเสียหายที่เกิดจากการกระทำความผิดที่พนักงานอัยการฟ้องร้องเท่านั้น เมื่อได้ความว่าจำเลยนำหลักฐานการแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานไปขอออกใบแทนโฉนดที่ดิน ทั้งที่ยังชำระราคาที่ดินพร้อมอาคารพาณิชย์แก่ผู้ตายไม่ครบถ้วน แล้วนำไปขายให้บุคคลอื่น ทำให้สิทธิเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ของผู้ตายต้องสิ้นไปหรือลดน้อยถอยลง อันเป็นความเสียหายในทางทรัพย์สินจากการกระทำความผิดของจำเลยโดยตรง ผู้ร้องจึงมีสิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากจำเลยในคดีนี้ และที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 กำหนดค่าสินไหมทดแทน 4,800,000 บาท ตามราคาที่จำเลยยังค้างชำระนั้นเหมาะสมแล้ว ทั้งคำร้องส่วนแพ่งถือเป็นส่วนหนึ่งแห่งคำพิพากษาคดีอาญา เมื่อคดีอาญาขึ้นสู่ศาลฎีกา คดีส่วนแพ่งจึงไม่ต้องห้ามฎีกาและผู้ร้องไม่ต้องขออนุญาตฎีกา ส่วนที่จำเลยขอให้ลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าพฤติการณ์แห่งคดีร้ายแรง จำเลยไม่รู้สึกถึงความผิดและไม่บรรเทาผลร้าย การไม่รอการลงโทษจำคุกจึงเหมาะสมแล้ว
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ภาค 5 จำเลยแพ้คดี ต้องรับโทษจำคุก 4 เดือน โดยไม่รอการลงโทษ และต้องชำระค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ร้อง 4,800,000 บาท ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
สรุปโดยระบบ AI Legal Research · โปรดอ่านตรวจทานและปรึกษาทนายความผู้เชี่ยวชาญ · โปรดตรวจสอบกับคำพิพากษาฉบับเต็ม
สาระสำคัญ
คดีมีปัญหาข้อกฎหมายว่า เมื่อระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกามีพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 30) พ.ศ. 2568 ออกใช้บังคับ โดยเพิ่มบทนิยาม "กระทำชำเรา" เป็น (18) ของมาตรา 1 ให้ครอบคลุมการใช้อวัยวะอื่นหรือวัตถุล่วงล้ำอวัยวะเพศหรือทวารหนักของผู้อื่น และยกเลิกวรรคสี่ถึงวรรคเจ็ดของมาตรา 279 จะถือว่ากฎหมายใหม่เป็นคุณแก่จำเลยซึ่งใช้นิ้วมือล่วงล้ำอวัยวะเพศของผู้เสียหายที่ 1 ซึ่งเป็นเด็กอายุยังไม่เกิน 13 ปีหรือไม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการกระทำดังกล่าวยังคงเป็นความผิดอยู่ มิใช่กรณีที่กฎหมายภายหลังบัญญัติให้การกระทำนั้นไม่เป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 2 วรรคสอง เพียงแต่เปลี่ยนฐานความผิดจากอนาจารโดยการล่วงล้ำเป็นฐานกระทำชำเรา และเมื่อระวางโทษตามมาตรา 279 วรรคห้า (เดิม) กับมาตรา 277 วรรคสอง (ที่แก้ไขใหม่) เท่ากัน กฎหมายใหม่จึงไม่เป็นคุณแก่จำเลย ต้องใช้กฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดบังคับตาม ป.อ. มาตรา 2 วรรคหนึ่ง
นอกจากนี้ ศาลฎีกาเห็นว่าการที่ศาลล่างทั้งสองฟังว่าจำเลยกระทำความผิดตามมาตรา 279 วรรคห้า (เดิม) จริง แต่ไม่ปรับบทความผิดดังกล่าวและกลับลงโทษฐานพยายามกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกิน 13 ปี ตามมาตรา 277 วรรคสอง ประกอบมาตรา 80 ซึ่งเป็นบทเบากว่านั้นไม่ถูกต้อง เพราะการกระทำทั้งสองฐานเป็นกรรมเดียวต้องลงโทษบทที่มีโทษหนักที่สุดตาม ป.อ. มาตรา 90 ปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขให้ถูกต้องได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 แต่ไม่อาจลงโทษจำเลยให้หนักขึ้น เพราะโจทก์และโจทก์ร่วมทั้งสองมิได้ฎีกา ต้องห้ามตาม ป.วิ.อ. มาตรา 212 ประกอบมาตรา 225
ศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 279 วรรคห้า (เดิม) อีกบทหนึ่ง อันเป็นกรรมเดียวกับความผิดฐานพยายามกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกิน 13 ปี และฐานพาเด็กอายุยังไม่เกิน 13 ปีไปเพื่อการอนาจาร ให้ลงโทษฐานกระทำอนาจารแก่เด็กโดยใช้วัตถุหรืออวัยวะอื่นล่วงล้ำอวัยวะเพศของเด็กซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุก 10 ปี เมื่อรวมกับโทษฐานพรากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปีไปเพื่อการอนาจารตามคำพิพากษาศาลล่างแล้ว คงจำคุกจำเลยรวม 16 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ซึ่งรวมถึงส่วนที่ให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหายที่ 1 และโจทก์ร่วมทั้งสองด้วย
สรุปโดยระบบ AI Legal Research · โปรดอ่านตรวจทานและปรึกษาทนายความผู้เชี่ยวชาญ · โปรดตรวจสอบกับคำพิพากษาฉบับเต็ม
สาระสำคัญ
คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า ผู้รับจำนองจะฟ้องบังคับจำนองเอาแก่ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่ศาลอาญามีคำสั่งถึงที่สุดให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติดได้หรือไม่ โดยโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยที่ 1 ผู้กู้ชำระหนี้เงินกู้พร้อมดอกเบี้ย หากไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองซึ่งจำเลยที่ 2 ได้รับโอนมาตามคำสั่งศาลออกขายทอดตลาด ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 โจทก์จึงฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สิทธิจำนองตาม ป.พ.พ. มาตรา 702 และมาตรา 714 เป็นทรัพยสิทธิที่ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ผู้รับจำนองชอบที่จะได้รับชำระหนี้จากทรัพย์จำนองก่อนเจ้าหนี้สามัญโดยไม่ต้องพิเคราะห์ว่ากรรมสิทธิ์ได้โอนไปยังบุคคลภายนอกแล้วหรือไม่ การที่กฎหมายบัญญัติให้ทรัพย์สินตกเป็นของกองทุนมิใช่ตกเป็นของแผ่นดิน กองทุนที่รับทรัพย์สินมาย่อมมีหน้าที่ความรับผิดตามภาระผูกพันที่ติดอยู่กับทรัพย์นั้น และไม่มีกฎหมายใดจำกัดสิทธิของผู้รับจำนอง โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องบังคับจำนองได้แม้ที่ดินตกเป็นของกองทุนแล้ว ทั้งข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าสัญญากู้ยืมเงินและสัญญาจำนองเป็นการแสดงเจตนาลวงโดยสมรู้กัน อย่างไรก็ตาม พยานหลักฐานฟังได้ว่าโจทก์ส่งมอบเงินกู้จริงเพียง 600,000 บาท ส่วนที่เหลือเป็นดอกเบี้ยที่หักไว้ล่วงหน้า รวมแล้วเป็นการคิดดอกเบี้ยเกินอัตราร้อยละ 15 ต่อปีที่กฎหมายกำหนด ดอกเบี้ยจึงตกเป็นโมฆะ โจทก์คงมีสิทธิเรียกได้เฉพาะดอกเบี้ยผิดนัดตามกฎหมาย ซึ่งเป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนที่ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยเองได้
ศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 600,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2557 ถึงวันที่ 10 เมษายน 2564 และอัตราร้อยละ 5 ต่อปี นับแต่วันที่ 11 เมษายน 2564 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากไม่ชำระหรือชำระไม่ครบถ้วน ให้ยึดทรัพย์จำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ และให้จำเลยที่ 2 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาแทนโจทก์ โจทก์จึงเป็นฝ่ายชนะคดีในชั้นฎีกา มีสิทธิบังคับจำนองเอาแก่ที่ดินพิพาทได้
สรุปโดยระบบ AI Legal Research · โปรดอ่านตรวจทานและปรึกษาทนายความผู้เชี่ยวชาญ · โปรดตรวจสอบกับคำพิพากษาฉบับเต็ม
สาระสำคัญ
ผู้ถูกกล่าวหาซึ่งดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ (วาระที่ 2) ถูกกล่าวหาว่าจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินกรณีพ้นจากตำแหน่งอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริง โดยไม่แสดงบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ 1 บัญชี ผู้ถูกกล่าวหาให้การรับสารภาพ
ศาลฎีกาพิพากษาให้ผู้ถูกกล่าวหาพ้นจากตำแหน่งที่ดำรงอยู่ นับแต่วันหยุดปฏิบัติหน้าที่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไป และมีความผิดตาม พ.ร.ป.ป.ป.ช. มาตรา 167 ลงโทษจำคุก 1 เดือน ปรับ 4,000 บาท โดยรอการลงโทษจำคุกไว้ 1 ปี
สรุปโดยระบบ AI Legal Research · โปรดอ่านตรวจทานและปรึกษาทนายความผู้เชี่ยวชาญ · โปรดตรวจสอบกับคำพิพากษาฉบับเต็ม
สาระสำคัญ
ผู้ถูกกล่าวหาซึ่งดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี ถูกกล่าวหาว่าจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินกรณีพ้นจากตำแหน่งอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริง โดยไม่แสดงรายการเงินฝากธนาคาร ต่อมาได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งเดิมอีกวาระหนึ่ง และให้การรับสารภาพ
ศาลฎีกาพิพากษาให้ผู้ถูกกล่าวหาพ้นจากตำแหน่งที่ดำรงอยู่ นับแต่วันหยุดปฏิบัติหน้าที่วันที่ 11 มีนาคม 2569 เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไป และลงโทษจำคุก 3 เดือน ปรับ 5,000 บาท โดยรอการลงโทษจำคุกไว้ 3 ปี
สรุปโดยระบบ AI Legal Research · โปรดอ่านตรวจทานและปรึกษาทนายความผู้เชี่ยวชาญ · โปรดตรวจสอบกับคำพิพากษาฉบับเต็ม