น้องแว่น — Kelomn Legal Café · คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)
เจ้าของกิจการต้องทำอะไร? คู่มือเริ่ม PDPA
ชื่อในบทความนี้เป็นชื่อสมมติ ไม่มีตัวตนจริง เป็นเพียงการเล่าเรื่องทางวิชาการ ไม่ได้ตั้งใจจะพาดพิงบุคคลใดนะคะ
เปิดร้าน เปิดกิจการ มีฐานข้อมูลลูกค้า — หลายคนไม่รู้ว่าตัวเองกลายเป็น "ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล" ที่มีหน้าที่ตามกฎหมาย PDPA แล้ว ตั้งแต่เก็บชื่อ เบอร์ อีเมลลูกค้า
คำถามคือ ต้องทำอะไรบ้างถึงจะถูกกฎหมาย? ไม่ต้องตกใจค่ะ มีหลักๆ ไม่กี่เรื่อง มาดูทีละข้อแบบลงมือทำได้จริงกันค่ะ — ที่ Kelomn เราสรุปให้ครบค่ะ
ข้อ 1–3 · แจ้ง ขอความยินยอม และความปลอดภัย
แจ้งลูกค้าว่าเก็บข้อมูลอะไร เพื่ออะไร
พี่เอเปิดร้านและเก็บข้อมูลลูกค้าไว้ทำการตลาด สิ่งแรกที่กฎหมายกำหนดคือ ต้อง "แจ้ง" ลูกค้าก่อนหรือขณะเก็บข้อมูล ว่าจะเก็บอะไร เพื่อวัตถุประสงค์ใด
การแจ้งนี้คือสิ่งที่เรียกกันว่า "Privacy Notice" — กฎหมายกำหนดให้ผู้ควบคุมข้อมูลต้องแจ้งรายละเอียดสำคัญแก่เจ้าของข้อมูล เช่น วัตถุประสงค์ ข้อมูลที่เก็บ ระยะเวลาเก็บ และสิทธิของเจ้าของข้อมูล ทำเป็นเอกสารหรือประกาศความเป็นส่วนตัวไว้ให้ลูกค้าเห็นได้ค่ะ
| สิ่งที่ต้องแจ้ง | ทำได้อย่างไร |
|---|---|
| เก็บข้อมูลอะไร เพื่ออะไร | ทำ Privacy Notice / ประกาศความเป็นส่วนตัว |
| ระยะเวลาเก็บ + สิทธิของเจ้าของข้อมูล | ระบุในประกาศให้ชัดเจน |
| แจ้งก่อนหรือขณะเก็บข้อมูล | วางไว้ตอนลูกค้ากรอกข้อมูล |
(อ้างอิงจากพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๒๓)
มาตรา ๒๓ ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบก่อนหรือในขณะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลถึงรายละเอียด ดังต่อไปนี้ เว้นแต่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ทราบถึงรายละเอียดนั้นอยู่แล้ว (๑) วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมเพื่อการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้หรือเปิดเผยซึ่งรวมถึงวัตถุประสงค์ตามที่มาตรา ๒๔ ให้อำนาจในการเก็บรวบรวมได้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (๒) แจ้งให้ทราบถึงกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายหรือสัญญาหรือมีความจำเป็นต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อเข้าทำสัญญา รวมทั้งแจ้งถึงผลกระทบที่เป็นไปได้จากการไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคล (๓) ข้อมูลส่วนบุคคลที่จะมีการเก็บรวบรวมและระยะเวลาในการเก็บรวบรวมไว้ ทั้งนี้ ในกรณีที่ไม่สามารถกำหนดระยะเวลาดังกล่าวได้ชัดเจน ให้กำหนดระยะเวลาที่อาจคาดหมายได้ตามมาตรฐานของการเก็บรวบรวม (๔) ประเภทของบุคคลหรือหน่วยงานซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมอาจจะถูกเปิดเผย (๕) ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล สถานที่ติดต่อ และวิธีการติดต่อในกรณีที่มีตัวแทนหรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ให้แจ้งข้อมูล สถานที่ติดต่อ และวิธีการติดต่อของตัวแทนหรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลด้วย (๖) สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา ๑๙ วรรคห้า มาตรา ๓๐ วรรคหนึ่ง มาตรา ๓๑ วรรคหนึ่ง มาตรา ๓๒ วรรคหนึ่ง มาตรา ๓๓ วรรคหนึ่ง
น้องแว่นสรุปค่ะ
- ต้องแจ้งวัตถุประสงค์การเก็บข้อมูล ก่อนหรือขณะเก็บค่ะ
- ทำเป็น Privacy Notice / ประกาศความเป็นส่วนตัว
- ระบุข้อมูลที่เก็บ ระยะเวลา และสิทธิ ให้ชัด
- วางตรงจุดที่ลูกค้าให้ข้อมูล ค่ะ
ขอความยินยอมให้ถูกวิธี
เมื่อแจ้งแล้ว ขั้นต่อไปที่หลายคนสับสนคือ "ต้องขอความยินยอมทุกครั้งไหม?" คำตอบคือ การเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลต้องได้รับความยินยอม เว้นแต่เข้าฐานทางกฎหมายอื่น
ความยินยอมต้องทำให้ถูกวิธี — ขอโดยชัดแจ้ง แยกออกจากเงื่อนไขอื่น และแจ้งวัตถุประสงค์ให้ชัด ลูกค้าต้องยินยอมอย่างอิสระ และสามารถถอนความยินยอมได้ การติ๊กยอมรับแบบบังคับรวมหรือซ่อนไว้ในเงื่อนไขยาวๆ อาจไม่สมบูรณ์ค่ะ
| ลักษณะการขอความยินยอม | ถูกต้องไหม |
|---|---|
| ขอชัดแจ้ง แยกส่วน แจ้งวัตถุประสงค์ | ถูกต้อง |
| ให้ถอนความยินยอมได้ | ถูกต้อง |
| บังคับติ๊กยอมรวม / ซ่อนในเงื่อนไขยาว | เสี่ยงไม่สมบูรณ์ |
(อ้างอิงจากพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๑๙)
มาตรา ๑๙ ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะกระทำการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลไม่ได้หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่ได้ให้ความยินยอมไว้ก่อนหรือในขณะนั้น เว้นแต่บทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นบัญญัติให้กระทำได้ การขอความยินยอมต้องทำโดยชัดแจ้ง เป็นหนังสือหรือทำโดยผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เว้นแต่โดยสภาพไม่อาจขอความยินยอมด้วยวิธีการดังกล่าวได้ ในการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องแจ้งวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลไปด้วย และการขอความยินยอมนั้นต้องแยกส่วนออกจากข้อความอื่นอย่างชัดเจน มีแบบหรือข้อความที่เข้าถึงได้ง่ายและเข้าใจได้ รวมทั้งใช้ภาษาที่อ่านง่าย และไม่เป็นการหลอกลวงหรือทำให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเข้าใจผิดในวัตถุประสงค์ดังกล่าว ทั้งนี้ คณะกรรมการจะให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามแบบและข้อความที่คณะกรรมการประกาศกำหนดก็ได้ ในการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องคำนึงอย่างถึงที่สุดในความเป็นอิสระของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในการให้ความยินยอม ทั้งนี้ ในการเข้าทำสัญญาซึ่งรวมถึงการให้บริการใด ๆ ต้องไม่มีเงื่อนไขในการให้ความยินยอมเพื่อเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่มีความจำเป็นหรือเกี่ยวข้องสำหรับการเข้าทำสัญญาซึ่งรวมถึงการให้บริการนั้น ๆ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจะถอนความยินยอมเสียเมื่อใดก็ได้โดยจะต้องถอนความยินยอมได้ง่ายเช่นเดียวกับการให้ความยินยอม เว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธิในการถอนความยินยอมโดยกฎหมายหรือสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ การถอนความยินยอมย่อมไม่ส่งผลกระทบต่อการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ให้ความยินยอมไปแล้วโดยชอบตามที่กำหนดไว้ในหมวดนี้ ในกรณีที่การถอนความยินยอมส่งผลกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในเรื่องใด ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงผลกระทบจากการถอนความยินยอมนั้น การขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในหมวดนี้ ไม่มีผลผูกพันเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และไม่ทำให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสามารถทำการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้
น้องแว่นสรุปค่ะ
- เก็บ-ใช้-เปิดเผยต้องได้รับความยินยอม เว้นแต่มีฐานอื่นค่ะ
- ขอชัดแจ้ง แยกส่วน แจ้งวัตถุประสงค์
- ลูกค้าถอนความยินยอมได้
- บังคับติ๊กยอมรวม เสี่ยงไม่สมบูรณ์ค่ะ
วางมาตรการความปลอดภัย + แจ้งเหตุเมื่อข้อมูลรั่ว
เก็บข้อมูลลูกค้าไว้ ก็ต้องดูแลให้ปลอดภัยค่ะ น้าซีถามว่า ถ้าข้อมูลรั่วต้องทำอย่างไร? กฎหมายกำหนดทั้งหน้าที่ป้องกันและหน้าที่แจ้งเหตุ
ผู้ควบคุมข้อมูลต้อง จัดมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหายหรือเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต และเมื่อเกิดเหตุละเมิดข้อมูล ต้อง แจ้งเหตุต่อสำนักงานโดยไม่ชักช้าภายใน 72 ชั่วโมงเท่าที่ทำได้
| หน้าที่ | รายละเอียด |
|---|---|
| จัดมาตรการความมั่นคงปลอดภัย | ป้องกันสูญหาย/เข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต |
| แจ้งเหตุละเมิดข้อมูล | แจ้งสำนักงานภายใน 72 ชั่วโมง |
| กรณีเสี่ยงสูงต่อเจ้าของข้อมูล | แจ้งเจ้าของข้อมูลด้วย |
(อ้างอิงจากพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๓๗)
มาตรา ๓๗ ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ และต้องทบทวนมาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (๒) ในกรณีที่ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องดำเนินการเพื่อป้องกันมิให้ผู้นั้นใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ (๓) จัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาการเก็บรักษา หรือที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ หรือที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ถอนความยินยอม เว้นแต่เก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตามมาตรา ๒๔ (๑) หรือ (๔) หรือมาตรา ๒๖ (๕) (ก) หรือ (ข) การใช้เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมายหรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ ให้นำความในมาตรา ๓๓ วรรคห้า มาใช้บังคับกับการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลโดยอนุโลม (๔) แจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลแก่สำนักงานโดยไม่ชักช้าภายในเจ็ดสิบสองชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุเท่าที่จะสามารถกระทำได้ เว้นแต่การละเมิดดังกล่าวไม่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ในกรณีที่การละเมิดมีความเสี่ยงสูงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ให้แจ้งเหตุการละเมิดให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบพร้อมกับแนวทางการเยียวยาโดยไม่ชักช้าด้วย ทั้งนี้ การแจ้งดังกล่าวและข้อยกเว้นให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (๕) ในกรณีที่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา ๕ วรรคสอง ต้องแต่งตั้งตัวแทนของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเป็นหนังสือซึ่งตัวแทนต้องอยู่ในราชอาณาจักรและตัวแทนต้องได้รับมอบอำนาจให้กระทำการแทนผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่มีข้อจำกัดความรับผิดใด ๆ ที่เกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์ของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
น้องแว่นสรุปค่ะ
- จัดมาตรการความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสมค่ะ
- ข้อมูลรั่ว แจ้งสำนักงานภายใน 72 ชั่วโมง
- กรณีเสี่ยงสูง แจ้งเจ้าของข้อมูลด้วย
- เตรียมขั้นตอนรับมือไว้ล่วงหน้าค่ะ
มาต่อกับการทำบันทึก และการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ — กาแฟอีกแก้วไหมคะ?
ข้อ 4–5 · บันทึกการประมวลผล และเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูล
ทำบันทึกรายการประมวลผล (RoPA)
หลายกิจการไม่รู้ว่าต้องมี "สมุดบัญชี" ของข้อมูลด้วยค่ะ — กฎหมายกำหนดให้ทำบันทึกรายการประมวลผลข้อมูล หรือที่เรียกกันว่า RoPA
บันทึกนี้ช่วยให้กิจการรู้ว่าตัวเองเก็บข้อมูลอะไร ใช้ทำอะไร เก็บนานแค่ไหน และส่งต่อให้ใคร เป็นทั้งหลักฐานการปฏิบัติตามกฎหมายและเครื่องมือจัดการข้อมูลของตัวเอง กฎหมายกำหนดรายการขั้นต่ำที่ต้องบันทึกไว้
| สิ่งที่ควรอยู่ในบันทึก | ประโยชน์ |
|---|---|
| ข้อมูลที่เก็บ + วัตถุประสงค์ | รู้ขอบเขตการประมวลผลของตน |
| ระยะเวลาเก็บ + การส่งต่อ | จัดการลบ/ส่งต่อได้ถูกต้อง |
| มาตรการความปลอดภัย | เป็นหลักฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย |
(อ้างอิงจากพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๓๙)
มาตรา ๓๙ ให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลบันทึกรายการ อย่างน้อยดังต่อไปนี้ เพื่อให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลและสำนักงานสามารถตรวจสอบได้ โดยจะบันทึกเป็นหนังสือหรือระบบอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ (๑) ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการเก็บรวบรวม (๒) วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลแต่ละประเภท (๓) ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (๔) ระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล (๕) สิทธิและวิธีการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งเงื่อนไขเกี่ยวกับบุคคลที่มีสิทธิเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลและเงื่อนไขในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลนั้น (๖) การใช้หรือเปิดเผยตามมาตรา ๒๗ วรรคสาม (๗) การปฏิเสธคำขอหรือการคัดค้านตามมาตรา ๓๐ วรรคสาม มาตรา ๓๑ วรรคสาม มาตรา ๓๒ วรรคสาม และมาตรา ๓๖ วรรคหนึ่ง (๘) คำอธิบายเกี่ยวกับมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยตามมาตรา ๓๗ (๑) ความในวรรคหนึ่งให้นำมาใช้บังคับกับตัวแทนของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา ๕ วรรคสอง โดยอนุโลม ความใน (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) และ (๘) อาจยกเว้นมิให้นำมาใช้บังคับกับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นกิจการขนาดเล็กตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด เว้นแต่มีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือมิใช่กิจการที่เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเป็นครั้งคราว หรือมีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา ๒๖
น้องแว่นสรุปค่ะ
- ต้องทำบันทึกรายการประมวลผลข้อมูลค่ะ
- ระบุข้อมูลที่เก็บ วัตถุประสงค์ ระยะเวลา การส่งต่อ
- เป็นหลักฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย
- เริ่มจากตารางง่ายๆ แล้วค่อยพัฒนาค่ะ
ต้องแต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูล (DPO) ไหม?
คำถามยอดฮิตของธุรกิจเล็กคือ "ต้องจ้าง DPO ด้วยไหม?" คำตอบคือ ขึ้นอยู่กับลักษณะและขนาดของการประมวลผลข้อมูลค่ะ ไม่ใช่ทุกกิจการต้องมี
กฎหมายกำหนดให้ผู้ควบคุมข้อมูลและผู้ประมวลผลข้อมูลต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO) ในกรณีที่เข้าเงื่อนไขตามที่กฎหมายกำหนด เช่น มีการประมวลผลข้อมูลจำนวนมากหรือลักษณะที่ต้องติดตามเป็นประจำ จึงต้องพิจารณาเป็นรายกรณี
| กรณี | ต้องมี DPO ไหม |
|---|---|
| ประมวลผลข้อมูลจำนวนมาก/ติดตามเป็นประจำ | เข้าเงื่อนไข ต้องแต่งตั้ง |
| ประมวลผลข้อมูลอ่อนไหวเป็นกิจกรรมหลัก | พิจารณาตามเงื่อนไขกฎหมาย |
| ธุรกิจขนาดเล็ก ประมวลผลทั่วไป | อาจไม่เข้าเงื่อนไข แต่ควรตรวจสอบ |
(อ้างอิงจากพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๔๑)
มาตรา ๔๑ ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลและผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของตน ในกรณีดังต่อไปนี้ (๑) ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นหน่วยงานของรัฐตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (๒) การดำเนินกิจกรรมของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย จำเป็นต้องตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคลหรือระบบอย่างสม่ำเสมอโดยเหตุที่มีข้อมูลส่วนบุคคลเป็นจำนวนมากตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (๓) กิจกรรมหลักของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา ๒๖ ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลอยู่ในเครือกิจการหรือเครือธุรกิจเดียวกันเพื่อการประกอบกิจการหรือธุรกิจร่วมกันตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนดตามมาตรา ๒๙ วรรคสอง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวอาจจัดให้มีเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลร่วมกันได้ ทั้งนี้ สถานที่ทำการแต่ละแห่งของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่อยู่ในเครือกิจการหรือเครือธุรกิจเดียวกันดังกล่าวต้องสามารถติดต่อกับเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้โดยง่าย ความในวรรคสองให้นำมาใช้บังคับแก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐตาม (๑) ซึ่งมีขนาดใหญ่หรือมีสถานที่ทำการหลายแห่งโดยอนุโลม ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามวรรคหนึ่งต้องแต่งตั้งตัวแทนตามมาตรา ๓๗ (๕) ให้นำความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับแก่ตัวแทนโดยอนุโลม ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลและผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ต้องแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สถานที่ติดต่อ และวิธีการติดต่อให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลและสำนักงานทราบ ทั้งนี้ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลและการใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ได้ คณะกรรมการอาจประกาศกำหนดคุณสมบัติของเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้ โดยคำนึงถึงความรู้หรือความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอาจเป็นพนักงานของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลหรือเป็นผู้รับจ้างให้บริการตามสัญญากับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลก็ได้
น้องแว่นสรุปค่ะ
- ไม่ใช่ทุกกิจการต้องมี DPO ขึ้นกับลักษณะ-ขนาดค่ะ
- ประมวลผลจำนวนมาก/ติดตามประจำ เข้าเงื่อนไข
- ข้อมูลอ่อนไหวเป็นกิจกรรมหลัก พิจารณาตามกฎหมาย
- ประเมินและเก็บผลไว้เป็นหลักฐานค่ะ
การเริ่ม PDPA ทั้ง 5 ข้อนี้มีหัวใจเดียวกัน — แจ้งให้ชัด ขอให้ถูก ดูแลให้ปลอดภัย และทำบันทึกไว้ เมื่อเข้าใจหน้าที่ของผู้ควบคุมข้อมูลแล้ว เริ่มทีละข้อก็ทำได้จริง
- แจ้งการเก็บข้อมูล ทำ Privacy Notice แจ้งวัตถุประสงค์ก่อนหรือขณะเก็บ ดูข้อ 1
- ขอความยินยอม ขอชัดแจ้ง แยกส่วน ถอนได้ หรือใช้ฐานกฎหมายอื่น ดูข้อ 2
- ความปลอดภัย วางมาตรการป้องกัน แจ้งเหตุรั่วใน 72 ชั่วโมง ดูข้อ 3
- บันทึก RoPA ทำบันทึกรายการประมวลผลเป็นหลักฐาน ดูข้อ 4
- DPO พิจารณาเป็นรายกรณีว่าต้องแต่งตั้งหรือไม่ ดูข้อ 5
ถ้าเพิ่งเริ่มต้น ไม่ต้องทำครบทุกอย่างในวันเดียวค่ะ เริ่มจากทำ Privacy Notice และจัดระบบขอความยินยอมก่อน แล้วค่อยทยอยทำบันทึกและประเมิน DPO หากกิจการมีการประมวลผลซับซ้อน แนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้าน PDPA เพิ่มเติมนะคะ
ถ้าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์ ให้ส่ง กาแฟและขนมปัง ให้เป็นกำลังใจ
กดให้กาแฟ หรือ ขนมปัง สัก 1 อย่างไหมคะ?