น้องแว่น — Kelomn Legal Café · คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)
โดนสแปม SMS อีเมลขายของไม่หยุด ใช้ PDPA สั่งหยุดและสั่งลบได้
ชื่อในบทความนี้เป็นชื่อสมมติ ไม่มีตัวตนจริง เป็นเพียงการเล่าเรื่องทางวิชาการ ไม่ได้ตั้งใจจะพาดพิงบุคคลใดนะคะ
พี่เอเปิดมือถือมาเจอ SMS โฆษณาเงินกู้ อีเมลขายคอร์สเรียน แล้วก็สายโทรเข้าเสนอประกัน วนไปทุกวัน ทั้งที่จำไม่ได้เลยว่าเคยให้เบอร์ใครไว้
ข่าวดีคือ PDPA ให้ “สิทธิ” ที่ใช้สั่งหยุดสแปมได้จริง — ตั้งแต่คัดค้านการตลาดแบบตรง ถอนความยินยอม ไปจนถึงขอลบข้อมูลออกจากระบบ มาดูวิธีใช้ทีละขั้นกันค่ะ ที่ Kelomn เราสรุปให้ครบทุกมาตรา
4 ขั้นใช้ PDPA หยุดสแปม · เข้าใจฐาน · คัดค้าน · ถอนยินยอม · ขอลบ
ทำไมเราถึงโดนสแปม — ฐานที่ธุรกิจใช้เก็บข้อมูล (ม.๒๔)
ก่อนจะหยุดสแปม ต้องเข้าใจก่อนว่า ทำไมธุรกิจถึงมีข้อมูลเรา ทั้งที่บางทีเราไม่เคยให้เบอร์ตรง ๆ
โดยหลัก ผู้ควบคุมข้อมูลจะเก็บข้อมูลโดยไม่ได้รับความยินยอมไม่ได้ เว้นแต่เข้าข้อยกเว้นตามมาตรา ๒๔ เช่น เพื่อการศึกษาวิจัย เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูล หรือเพื่อปฏิบัติตามสัญญา — ส่วนการขอความยินยอมตามปกติเป็นไปตามมาตรา ๑๙ ดังนั้นธุรกิจที่ส่งโฆษณาหาเรา มักอ้างว่าได้ความยินยอมตอนเราสมัครบริการ หรืออ้างฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
| ธุรกิจมีข้อมูลเราได้ยังไง | ฐานทางกฎหมาย |
|---|---|
| เราเคยกดยินยอมตอนสมัครบริการ | ฐานความยินยอม (ม.๑๙) |
| อ้างประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย/ตามสัญญา | ฐานไม่ต้องขอยินยอม (ม.๒๔) |
| ไม่ว่าจะอ้างฐานใด เรายังมีสิทธิคัดค้าน/ขอลบ | ใช้สิทธิได้เสมอ |
(อ้างอิงจากพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๒๔)
มาตรา ๒๔ ห้ามมิให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ (๑) เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยหรือสถิติซึ่งได้จัดให้มีมาตรการปกป้องที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (๒) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล (๓) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น (๔) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (๕) เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญน้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (๖) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
น้องแว่นสรุปค่ะ
- ธุรกิจเก็บข้อมูลโดยไม่ขอยินยอมได้เฉพาะตามฐาน ม.๒๔
- การขอความยินยอมตามปกติเป็นไปตาม ม.๑๙
- ไม่ว่าจะอ้างฐานใด เรายังมีสิทธิคัดค้าน/ขอลบ
คัดค้านการตลาดแบบตรง — เครื่องมือหยุดสแปมที่แรงที่สุด (ม.๓๒)
ถ้าอยากให้ “หยุดส่ง” เร็วที่สุด สิทธิที่ตรงจุดที่สุดคือ การคัดค้านการตลาดแบบตรงค่ะ
เจ้าของข้อมูลมีสิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีที่กฎหมายกำหนด รวมถึงเมื่อเป็นการประมวลผลเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการตลาดแบบตรง เมื่อเจ้าของข้อมูลคัดค้าน ผู้ควบคุมข้อมูลจะประมวลผลข้อมูลเพื่อการนั้นต่อไปไม่ได้
| คัดค้านการตลาดแบบตรง (ม.๓๒) | ผล |
|---|---|
| คัดค้านการใช้ข้อมูลเพื่อการตลาดแบบตรง | ธุรกิจต้องหยุด |
| ต้องแสดงเหตุผลในการคัดค้านไหม | ไม่ต้อง สำหรับการตลาดแบบตรง |
| ผลเมื่อคัดค้าน | ห้ามประมวลผลเพื่อการนั้นต่อ |
(อ้างอิงจากพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๓๒)
มาตรา ๓๒ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนเมื่อใดก็ได้ ดังต่อไปนี้ (๑) กรณีที่เป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมได้โดยได้รับยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอมตามมาตรา ๒๔ (๔) หรือ (๕) เว้นแต่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลพิสูจน์ได้ว่า (ก) การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้น ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลได้แสดงให้เห็นถึงเหตุอันชอบด้วยกฎหมายที่สำคัญยิ่งกว่า (ข) การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นเป็นไปเพื่อก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย (๒) กรณีที่เป็นการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการตลาดแบบตรง (๓) กรณีที่เป็นการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติ เว้นแต่เป็นการจำเป็นเพื่อการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลใช้สิทธิคัดค้านตามวรรคหนึ่ง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นต่อไปได้ ทั้งนี้ ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องปฏิบัติโดยแยกส่วนออกจากข้อมูลอื่นอย่างชัดเจนในทันทีเมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้แจ้งการคัดค้านให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทราบ ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลปฏิเสธการคัดด้านด้วยเหตุผลตาม (๑) (ก) หรือ (ข) หรือ (๓) ให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลบันทึกการปฏิเสธการคัดค้านพร้อมด้วยเหตุผลไว้ในรายการตามมาตรา ๓๙
น้องแว่นสรุปค่ะ
- คัดค้านการใช้ข้อมูลเพื่อการตลาดแบบตรงได้ (ม.๓๒)
- เมื่อคัดค้านแล้วธุรกิจต้องหยุดประมวลผลเพื่อการนั้น
- เป็นเครื่องมือหยุดสแปมที่ตรงจุดที่สุด
ถอนความยินยอม — ถ้าเคยกด “ยอมรับ” ไว้ (ม.๑๙)
หลายครั้งสแปมมาจากการที่เราเคย กด “ยินยอมรับข่าวสาร” ตอนสมัครบริการโดยไม่ทันสังเกตค่ะ
การขอความยินยอมต้องทำโดยชัดแจ้ง และเจ้าของข้อมูลจะถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ โดยการถอนความยินยอมต้องทำได้ง่ายเช่นเดียวกับการให้ความยินยอม เว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธิในการถอนความยินยอมตามกฎหมายหรือสัญญาที่เป็นประโยชน์แก่เจ้าของข้อมูล
| ถอนความยินยอม (ม.๑๙) | หลักการ |
|---|---|
| ถอนได้เมื่อใดก็ได้ | เป็นสิทธิของเจ้าของข้อมูล |
| ต้องถอนได้ง่ายเหมือนตอนให้ | ห้ามทำให้ถอนยาก |
| ช่องทางถอน | มักอยู่ในอีเมล/ประกาศความเป็นส่วนตัว (unsubscribe) |
(อ้างอิงจากพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๑๙)
มาตรา ๑๙ ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะกระทำการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลไม่ได้หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่ได้ให้ความยินยอมไว้ก่อนหรือในขณะนั้น เว้นแต่บทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นบัญญัติให้กระทำได้ การขอความยินยอมต้องทำโดยชัดแจ้ง เป็นหนังสือหรือทำโดยผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เว้นแต่โดยสภาพไม่อาจขอความยินยอมด้วยวิธีการดังกล่าวได้ ในการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องแจ้งวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลไปด้วย และการขอความยินยอมนั้นต้องแยกส่วนออกจากข้อความอื่นอย่างชัดเจน มีแบบหรือข้อความที่เข้าถึงได้ง่ายและเข้าใจได้ รวมทั้งใช้ภาษาที่อ่านง่าย และไม่เป็นการหลอกลวงหรือทำให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเข้าใจผิดในวัตถุประสงค์ดังกล่าว ทั้งนี้ คณะกรรมการจะให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามแบบและข้อความที่คณะกรรมการประกาศกำหนดก็ได้ ในการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องคำนึงอย่างถึงที่สุดในความเป็นอิสระของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในการให้ความยินยอม ทั้งนี้ ในการเข้าทำสัญญาซึ่งรวมถึงการให้บริการใด ๆ ต้องไม่มีเงื่อนไขในการให้ความยินยอมเพื่อเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่มีความจำเป็นหรือเกี่ยวข้องสำหรับการเข้าทำสัญญาซึ่งรวมถึงการให้บริการนั้น ๆ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจะถอนความยินยอมเสียเมื่อใดก็ได้โดยจะต้องถอนความยินยอมได้ง่ายเช่นเดียวกับการให้ความยินยอม เว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธิในการถอนความยินยอมโดยกฎหมายหรือสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ การถอนความยินยอมย่อมไม่ส่งผลกระทบต่อการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ให้ความยินยอมไปแล้วโดยชอบตามที่กำหนดไว้ในหมวดนี้ ในกรณีที่การถอนความยินยอมส่งผลกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในเรื่องใด ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงผลกระทบจากการถอนความยินยอมนั้น การขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในหมวดนี้ ไม่มีผลผูกพันเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และไม่ทำให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสามารถทำการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้
น้องแว่นสรุปค่ะ
- ถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ และต้องถอนได้ง่าย (ม.๑๙)
- มักมีช่องทาง unsubscribe ในอีเมล/ประกาศความเป็นส่วนตัว
- ถอนแล้วไม่มีฐานอื่น = ธุรกิจใช้ข้อมูลต่อไม่ได้
ขอลบข้อมูลออกจากระบบ + หน้าที่ของธุรกิจ (ม.๓๓ / ม.๓๗)
อยากตัดให้ขาด ไม่ให้เหลือข้อมูลในระบบเขาเลย — ใช้ สิทธิขอลบข้อมูลค่ะ
เจ้าของข้อมูลมีสิทธิขอให้ผู้ควบคุมข้อมูลลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ ในกรณีที่กฎหมายกำหนด เช่น หมดความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ หรือถอนความยินยอมและไม่มีฐานอื่น ตามมาตรา ๓๓ ทั้งนี้ ผู้ควบคุมข้อมูลยังมีหน้าที่จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสมและจัดให้มีช่องทางดำเนินการตามคำขอ ตามมาตรา ๓๗
| ขอลบข้อมูล (ม.๓๓/๓๗) | ผล |
|---|---|
| หมดความจำเป็น/ถอนความยินยอม | ขอลบได้ (ม.๓๓) |
| ผู้ควบคุมข้อมูลต้องมีมาตรการ/ช่องทางรองรับ | เป็นหน้าที่ตาม ม.๓๗ |
| ถ้าธุรกิจเพิกเฉย | ร้องเรียนต่อสำนักงาน PDPC ได้ |
(อ้างอิงจากพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๓๓, ๓๗)
มาตรา ๓๓ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลดำเนินการลบหรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ ในกรณีดังต่อไปนี้ (๑) เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล (๒) เมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลถอนความยินยอมในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลและผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นได้ต่อไป (๓) เมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา ๓๒ (๑) และผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลไม่อาจปฏิเสธคำขอตามมาตรา ๓๒ (๑) (ก) หรือ (ข) ได้ หรือเป็นการคัดค้านตามมาตรา ๓๒ (๒) (๔) เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลได้ถูกเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายตามที่กำหนดไว้ในหมวดนี้ ความในวรรคหนึ่งมิให้นำมาใช้บังคับกับการเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตามมาตรา ๒๔ (๑) หรือ (๔) หรือ มาตรา ๒๖ (๕) (ก) หรือ (ข) การใช้เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลได้ทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะและผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลถูกขอให้ลบหรือทำลายหรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ตามวรรคหนึ่ง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการทั้งในทางเทคโนโลยีและค่าใช้จ่ายเพื่อให้เป็นไปตามคำขอนั้น โดยแจ้งผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่น ๆ เพื่อให้ได้รับคำตอบในการดำเนินการให้เป็นไปตามคำขอ กรณีผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลไม่ดำเนินการตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสาม เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิร้องเรียนต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญเพื่อสั่งให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลดำเนินการได้ คณะกรรมการอาจประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ในการลบหรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามวรรคหนึ่งก็ได้ มาตรา ๓๗ ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ และต้องทบทวนมาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (๒) ในกรณีที่ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องดำเนินการเพื่อป้องกันมิให้ผู้นั้นใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ (๓) จัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาการเก็บรักษา หรือที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ หรือที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ถอนความยินยอม เว้นแต่เก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตามมาตรา ๒๔ (๑) หรือ (๔) หรือมาตรา ๒๖ (๕) (ก) หรือ (ข) การใช้เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมายหรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ ให้นำความในมาตรา ๓๓ วรรคห้า มาใช้บังคับกับการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลโดยอนุโลม (๔) แจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลแก่สำนักงานโดยไม่ชักช้าภายในเจ็ดสิบสองชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุเท่าที่จะสามารถกระทำได้ เว้นแต่การละเมิดดังกล่าวไม่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ในกรณีที่การละเมิดมีความเสี่ยงสูงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ให้แจ้งเหตุการละเมิดให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบพร้อมกับแนวทางการเยียวยาโดยไม่ชักช้าด้วย ทั้งนี้ การแจ้งดังกล่าวและข้อยกเว้นให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (๕) ในกรณีที่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา ๕ วรรคสอง ต้องแต่งตั้งตัวแทนของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเป็นหนังสือซึ่งตัวแทนต้องอยู่ในราชอาณาจักรและตัวแทนต้องได้รับมอบอำนาจให้กระทำการแทนผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่มีข้อจำกัดความรับผิดใด ๆ ที่เกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์ของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
น้องแว่นสรุปค่ะ
- ขอให้ลบ/ทำลายข้อมูลได้เมื่อหมดความจำเป็นหรือถอนความยินยอม (ม.๓๓)
- ผู้ควบคุมข้อมูลต้องมีมาตรการและช่องทางรองรับ (ม.๓๗)
- ถ้าธุรกิจเพิกเฉย ร้องเรียนต่อสำนักงาน PDPC ได้
หัวใจของการหยุดสแปมด้วย PDPA คือ — ข้อมูลของเราเป็นของเรา แม้ธุรกิจจะอ้างฐานในการเก็บข้อมูล เราก็ยัง คัดค้านการตลาดแบบตรง ถอนความยินยอม และขอลบข้อมูล ได้ตามกฎหมาย
- ทำไมโดนสแปม ธุรกิจอ้างฐานยินยอม (ม.๑๙) หรือ ม.๒๔ ดูข้อ 1
- คัดค้านการตลาด ม.๓๒ คัดค้านแล้วต้องหยุดทันที ดูข้อ 2
- ถอนความยินยอม ม.๑๙ ถอนเมื่อใดก็ได้ ต้องถอนง่าย ดูข้อ 3
- ขอลบข้อมูล ม.๓๓ ตัดข้อมูลออกจากระบบ + ร้องเรียนได้ ดูข้อ 4
วิธีที่ได้ผลคือใช้สามสิทธินี้ประกอบกัน — คัดค้านเพื่อให้หยุดส่ง ถอนความยินยอมเพื่อตัดฐานทางกฎหมาย และขอลบเพื่อเอาข้อมูลออกจากระบบ และถ้าธุรกิจยังเพิกเฉย สามารถร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้นะคะ
ถ้าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์ ให้ส่ง กาแฟและขนมปัง ให้เป็นกำลังใจ
กดให้กาแฟ หรือ ขนมปัง สัก 1 อย่างไหมคะ?