น้องแว่น — Kelomn Legal Café · คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)
ใช้สิทธิ PDPA จริงต้องทำยังไง — คู่มือยื่นคำขอทีละขั้น
ชื่อในบทความนี้เป็นชื่อสมมติ ไม่มีตัวตนจริง เป็นเพียงการเล่าเรื่องทางวิชาการ ไม่ได้ตั้งใจจะพาดพิงบุคคลใดนะคะ
หลายคนรู้ว่า PDPA ให้สิทธิเยอะ แต่พอจะใช้จริงกลับ “งงว่าต้องเริ่มจากตรงไหน ยื่นที่ใคร แล้วถ้าเขาไม่ทำตามจะทำยังไง?”
พี่เออยากจัดการข้อมูลของตัวเองที่กระจายอยู่ตามธุรกิจต่าง ๆ — บทความนี้เลยสรุปเป็นขั้นตอนใช้สิทธิ PDPA แบบทำตามได้จริง ตั้งแต่หาช่องทาง ยื่นคำขอ ไปจนถึงร้องเรียน ที่ Kelomn เราสรุปให้ครบทุกมาตรา
ใช้สิทธิ PDPA 4 ขั้น · หาช่องทาง · ขอเข้าถึง · ขอจัดการ · ร้องเรียน
ขั้นที่ 1 — หาช่องทางใช้สิทธิจากประกาศความเป็นส่วนตัว (ม.๒๓)
ก่อนยื่นคำขอ ต้องรู้ก่อนว่า จะยื่นที่ไหน — คำตอบมักอยู่ในประกาศความเป็นส่วนตัวของธุรกิจค่ะ
ตามมาตรา ๒๓ ก่อนหรือขณะเก็บข้อมูล ผู้ควบคุมข้อมูลต้องแจ้งให้เจ้าของข้อมูลทราบถึงวัตถุประสงค์ ข้อมูลที่เก็บ ระยะเวลา บุคคลที่อาจเปิดเผยให้ สิทธิของเจ้าของข้อมูล และข้อมูล/ช่องทางติดต่อของผู้ควบคุมข้อมูล — รายละเอียดเหล่านี้คือสิ่งที่เราเห็นใน “ประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice)” และเป็นจุดเริ่มต้นในการหาช่องทางยื่นคำขอใช้สิทธิ
| เริ่มจากอ่าน Privacy Notice | หาอะไร |
|---|---|
| สิทธิที่เรามี + เงื่อนไข | ม.๒๓ กำหนดให้ต้องแจ้ง |
| ช่องทาง/ผู้ติดต่อของผู้ควบคุมข้อมูล | ม.๒๓ กำหนดให้ต้องแจ้ง |
| วัตถุประสงค์ + ระยะเวลาเก็บ | ใช้ประเมินว่าจะใช้สิทธิใด |
(อ้างอิงจากพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๒๓)
มาตรา ๒๓ ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบก่อนหรือในขณะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลถึงรายละเอียด ดังต่อไปนี้ เว้นแต่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ทราบถึงรายละเอียดนั้นอยู่แล้ว (๑) วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมเพื่อการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้หรือเปิดเผยซึ่งรวมถึงวัตถุประสงค์ตามที่มาตรา ๒๔ ให้อำนาจในการเก็บรวบรวมได้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (๒) แจ้งให้ทราบถึงกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายหรือสัญญาหรือมีความจำเป็นต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อเข้าทำสัญญา รวมทั้งแจ้งถึงผลกระทบที่เป็นไปได้จากการไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคล (๓) ข้อมูลส่วนบุคคลที่จะมีการเก็บรวบรวมและระยะเวลาในการเก็บรวบรวมไว้ ทั้งนี้ ในกรณีที่ไม่สามารถกำหนดระยะเวลาดังกล่าวได้ชัดเจน ให้กำหนดระยะเวลาที่อาจคาดหมายได้ตามมาตรฐานของการเก็บรวบรวม (๔) ประเภทของบุคคลหรือหน่วยงานซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมอาจจะถูกเปิดเผย (๕) ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล สถานที่ติดต่อ และวิธีการติดต่อในกรณีที่มีตัวแทนหรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ให้แจ้งข้อมูล สถานที่ติดต่อ และวิธีการติดต่อของตัวแทนหรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลด้วย (๖) สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา ๑๙ วรรคห้า มาตรา ๓๐ วรรคหนึ่ง มาตรา ๓๑ วรรคหนึ่ง มาตรา ๓๒ วรรคหนึ่ง มาตรา ๓๓ วรรคหนึ่ง มาตรา ๓๔ วรรคหนึ่ง มาตรา ๓๖ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๗๓ วรรคหนึ่ง
น้องแว่นสรุปค่ะ
- ม.๒๓ บังคับให้ธุรกิจแจ้งสิทธิ + ช่องทางติดต่อ
- ช่องทางยื่นคำขอมักอยู่ในประกาศความเป็นส่วนตัว
- ใช้ข้อมูลนี้ประเมินว่าจะใช้สิทธิใด
ขั้นที่ 2 — ยื่นคำขอเข้าถึงและขอสำเนาข้อมูล (ม.๓๐)
คำขอที่ใช้บ่อยและเริ่มง่ายที่สุดคือ “ขอดูว่าธุรกิจเก็บอะไรของเราไว้บ้าง”ค่ะ
เจ้าของข้อมูลมีสิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตน รวมถึงขอให้เปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลที่ตนไม่ได้ให้ความยินยอม ตามมาตรา ๓๐ เมื่อยื่นคำขอ ควรระบุตัวตน ข้อมูลที่ต้องการ และช่องทางรับผล ผู้ควบคุมข้อมูลต้องดำเนินการตามคำขอ เว้นแต่มีเหตุปฏิเสธได้ตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล
| ยื่นคำขอเข้าถึง (ม.๓๐) | ทำได้ |
|---|---|
| ขอดู + ขอสำเนาข้อมูลของตน | ได้ |
| ขอให้เปิดเผยที่มาของข้อมูลที่ไม่ได้ยินยอม | ได้ |
| ระบุตัวตน + ข้อมูลที่ต้องการในคำขอ | ช่วยให้ดำเนินการเร็วขึ้น |
(อ้างอิงจากพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๓๐)
มาตรา ๓๐ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือขอให้เปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวที่ตนไม่ได้ให้ความยินยอม ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องปฏิบัติตามคำขอตามวรรคหนึ่ง จะปฏิเสธคำขอได้เฉพาะในกรณีที่เป็นการปฏิเสธตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล และการเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลนั้นจะส่งผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลปฏิเสธคำขอตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลบันทึกการปฏิเสธคำขอดังกล่าวพร้อมด้วยเหตุผลไว้ในรายการตามมาตรา ๓๙ เมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีคำขอตามวรรคหนึ่งและเป็นกรณีที่ไม่อาจปฏิเสธคำขอได้ตามวรรคสอง ให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลดำเนินการตามคำขอโดยไม่ชักช้า แต่ต้องไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ คณะกรรมการอาจกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเข้าถึงและการขอรับสำเนาตามวรรคหนึ่ง รวมทั้งการขยายระยะเวลาตามวรรคสี่หรือหลักเกณฑ์อื่นตามความเหมาะสมก็ได้
น้องแว่นสรุปค่ะ
- ยื่นคำขอเข้าถึง/ขอสำเนาข้อมูลของตนได้ (ม.๓๐)
- ขอให้เปิดเผยที่มาของข้อมูลที่เราไม่ได้ยินยอม
- ระบุตัวตน + ข้อมูลที่ต้องการ ช่วยให้ดำเนินการเร็วขึ้น
ขั้นที่ 3 — ยื่นคำขอจัดการข้อมูล เช่น ขอลบ (ม.๓๓)
พอรู้ว่าธุรกิจมีข้อมูลอะไร ขั้นต่อไปคือ สั่งให้เขาจัดการ เช่น ขอให้ลบค่ะ
เจ้าของข้อมูลมีสิทธิขอให้ผู้ควบคุมข้อมูลลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ ในกรณีที่กฎหมายกำหนด เช่น หมดความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ หรือถอนความยินยอมและไม่มีฐานอื่น ตามมาตรา ๓๓ การยื่นคำขอควรอ้างเหตุที่ใช้สิทธิให้ชัด เพื่อให้ผู้ควบคุมข้อมูลพิจารณาดำเนินการได้
| ยื่นคำขอลบข้อมูล (ม.๓๓) | เงื่อนไข |
|---|---|
| หมดความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ | ขอลบได้ |
| ถอนความยินยอมและไม่มีฐานอื่น | ขอลบได้ |
| ระบุเหตุที่ใช้สิทธิในคำขอ | ช่วยให้พิจารณาได้เร็ว |
(อ้างอิงจากพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๓๓)
มาตรา ๓๓ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลดำเนินการลบหรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ ในกรณีดังต่อไปนี้ (๑) เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล (๒) เมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลถอนความยินยอมในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลและผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นได้ต่อไป (๓) เมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา ๓๒ (๑) และผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลไม่อาจปฏิเสธคำขอตามมาตรา ๓๒ (๑) (ก) หรือ (ข) ได้ หรือเป็นการคัดค้านตามมาตรา ๓๒ (๒) (๔) เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลได้ถูกเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายตามที่กำหนดไว้ในหมวดนี้ ความในวรรคหนึ่งมิให้นำมาใช้บังคับกับการเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตามมาตรา ๒๔ (๑) หรือ (๔) หรือ มาตรา ๒๖ (๕) (ก) หรือ (ข) การใช้เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลได้ทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะและผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลถูกขอให้ลบหรือทำลายหรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ตามวรรคหนึ่ง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการทั้งในทางเทคโนโลยีและค่าใช้จ่ายเพื่อให้เป็นไปตามคำขอนั้น โดยแจ้งผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่น ๆ เพื่อให้ได้รับคำตอบในการดำเนินการให้เป็นไปตามคำขอ กรณีผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลไม่ดำเนินการตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสาม เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิร้องเรียนต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญเพื่อสั่งให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลดำเนินการได้ คณะกรรมการอาจประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ในการลบหรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามวรรคหนึ่งก็ได้
น้องแว่นสรุปค่ะ
- ยื่นคำขอลบ/ทำลายข้อมูลได้ตามกรณีที่กฎหมายกำหนด (ม.๓๓)
- เหตุที่ใช้บ่อย: หมดความจำเป็น / ถอนความยินยอม
- ระบุเหตุที่ใช้สิทธิให้ชัดในคำขอ
ขั้นที่ 4 — ธุรกิจต้องทำตาม และเราร้องเรียนได้ (ม.๓๗ / ม.๓๙)
ถ้าธุรกิจเงียบหรือปฏิเสธแบบไม่มีเหตุผล — เรายังมีทางไปต่อค่ะ
ผู้ควบคุมข้อมูลมีหน้าที่จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมและช่องทางในการดำเนินการตามคำขอใช้สิทธิตามมาตรา ๓๗ และต้องบันทึกรายการการประมวลผลข้อมูล (เช่น ข้อมูลที่เก็บ วัตถุประสงค์ ผู้ที่อาจเปิดเผยให้) เพื่อให้เจ้าของข้อมูลและสำนักงานตรวจสอบได้ตามมาตรา ๓๙ ดังนั้นหากธุรกิจไม่ดำเนินการตามคำขอโดยไม่มีเหตุอันชอบ เจ้าของข้อมูลสามารถร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้
| เมื่อธุรกิจไม่ทำตาม | ทำได้ |
|---|---|
| ธุรกิจต้องมีช่องทาง/มาตรการรองรับคำขอ | หน้าที่ตาม ม.๓๗ |
| ธุรกิจต้องเก็บบันทึกรายการให้ตรวจสอบได้ | ม.๓๙ (RoPA) |
| ไม่ทำตามโดยไม่มีเหตุอันชอบ | ร้องเรียนต่อสำนักงาน PDPC |
(อ้างอิงจากพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๓๗, ๓๙)
มาตรา ๓๗ ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ และต้องทบทวนมาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (๒) ในกรณีที่ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องดำเนินการเพื่อป้องกันมิให้ผู้นั้นใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ (๓) จัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาการเก็บรักษา หรือที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ หรือที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ถอนความยินยอม เว้นแต่เก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตามมาตรา ๒๔ (๑) หรือ (๔) หรือมาตรา ๒๖ (๕) (ก) หรือ (ข) การใช้เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมายหรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ ให้นำความในมาตรา ๓๓ วรรคห้า มาใช้บังคับกับการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลโดยอนุโลม (๔) แจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลแก่สำนักงานโดยไม่ชักช้าภายในเจ็ดสิบสองชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุเท่าที่จะสามารถกระทำได้ เว้นแต่การละเมิดดังกล่าวไม่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ในกรณีที่การละเมิดมีความเสี่ยงสูงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ให้แจ้งเหตุการละเมิดให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบพร้อมกับแนวทางการเยียวยาโดยไม่ชักช้าด้วย ทั้งนี้ การแจ้งดังกล่าวและข้อยกเว้นให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (๕) ในกรณีที่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา ๕ วรรคสอง ต้องแต่งตั้งตัวแทนของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเป็นหนังสือซึ่งตัวแทนต้องอยู่ในราชอาณาจักรและตัวแทนต้องได้รับมอบอำนาจให้กระทำการแทนผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่มีข้อจำกัดความรับผิดใด ๆ ที่เกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์ของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล มาตรา ๓๙ ให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลบันทึกรายการ อย่างน้อยดังต่อไปนี้ เพื่อให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลและสำนักงานสามารถตรวจสอบได้ โดยจะบันทึกเป็นหนังสือหรือระบบอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ (๑) ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการเก็บรวบรวม (๒) วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลแต่ละประเภท (๓) ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (๔) ระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล (๕) สิทธิและวิธีการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งเงื่อนไขเกี่ยวกับบุคคลที่มีสิทธิเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลและเงื่อนไขในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลนั้น (๖) การใช้หรือเปิดเผยตามมาตรา ๒๗ วรรคสาม (๗) การปฏิเสธคำขอหรือการคัดค้านตามมาตรา ๓๐ วรรคสาม มาตรา ๓๑ วรรคสาม มาตรา ๓๒ วรรคสาม และมาตรา ๓๖ วรรคหนึ่ง (๘) คำอธิบายเกี่ยวกับมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยตามมาตรา ๓๗ (๑) ความในวรรคหนึ่งให้นำมาใช้บังคับกับตัวแทนของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา ๕ วรรคสอง โดยอนุโลม ความใน (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) และ (๘) อาจยกเว้นมิให้นำมาใช้บังคับกับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นกิจการขนาดเล็กตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด เว้นแต่มีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือมิใช่กิจการที่เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเป็นครั้งคราว หรือมีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา ๒๖
น้องแว่นสรุปค่ะ
- ธุรกิจต้องมีช่องทาง/มาตรการรองรับคำขอ (ม.๓๗)
- ธุรกิจต้องเก็บบันทึกรายการให้ตรวจสอบได้ (ม.๓๙)
- ไม่ทำตามโดยไม่มีเหตุอันชอบ ร้องเรียนต่อสำนักงาน PDPC ได้
หัวใจของการใช้สิทธิ PDPA คือ — สิทธิมีค่าเมื่อลงมือใช้ เริ่มจากหาช่องทางในประกาศความเป็นส่วนตัว ยื่นคำขอเป็นลายลักษณ์อักษร และถ้าธุรกิจไม่ดูแล เรายังร้องเรียนต่อสำนักงาน PDPC ได้
- หาช่องทาง ดู Privacy Notice ตาม ม.๒๓ เพื่อหาช่องทางยื่น ดูข้อ 1
- ขอเข้าถึง ยื่นคำขอดู/ขอสำเนาข้อมูล (ม.๓๐) ดูข้อ 2
- ขอจัดการ ยื่นคำขอลบหรือสิทธิอื่น พร้อมเหตุ (ม.๓๓) ดูข้อ 3
- ร้องเรียนได้ ธุรกิจมีหน้าที่ ม.๓๗/๓๙ — ไม่ทำ ร้องเรียน PDPC ดูข้อ 4
เคล็ดลับคือเก็บหลักฐานการยื่นคำขอไว้เสมอ (วันที่ ช่องทาง ข้อความ) เพราะธุรกิจมีหน้าที่บันทึกรายการตาม ม.๓๙ อยู่แล้ว หลักฐานของเราจึงช่วยให้การร้องเรียนหนักแน่นขึ้นนะคะ
ถ้าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์ ให้ส่ง กาแฟและขนมปัง ให้เป็นกำลังใจ
กดให้กาแฟ หรือ ขนมปัง สัก 1 อย่างไหมคะ?