น้องแว่น — Kelomn Legal Café · คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)
สิทธิ 8 อย่างของเจ้าของข้อมูลตาม PDPA ที่ทุกคนควรรู้
ชื่อในบทความนี้เป็นชื่อสมมติ ไม่มีตัวตนจริง เป็นเพียงการเล่าเรื่องทางวิชาการ ไม่ได้ตั้งใจจะพาดพิงบุคคลใดนะคะ
เคยรู้สึกไหมคะว่า ข้อมูลส่วนตัวของเราไปอยู่ในมือธุรกิจมากมายโดยที่เราคุมอะไรไม่ได้เลย? ทั้งเบอร์โทร อีเมล ประวัติการซื้อของ ตำแหน่งที่อยู่ — กระจายอยู่เต็มไปหมด
ข่าวดีคือ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ (PDPA) ให้ “สิทธิ” แก่เราในฐานะเจ้าของข้อมูลไว้ถึง 8 อย่าง ที่ใช้ทวงคืนการควบคุมข้อมูลของตัวเองได้จริง มาดูทีละสิทธิกันค่ะ — ที่ Kelomn เราสรุปให้ครบทุกมาตรา
สิทธิ 8 อย่างของเจ้าของข้อมูล · ใช้ปกป้องตัวเองได้จริง
สิทธิได้รับการแจ้ง (Right to be informed)
ก่อนที่ธุรกิจจะเก็บข้อมูลของพี่เอ เขา ต้องแจ้งให้พี่เอรู้ก่อนว่าจะเก็บอะไร เอาไปทำอะไร
ก่อนหรือขณะเก็บข้อมูล ผู้ควบคุมข้อมูลต้องแจ้งให้เจ้าของข้อมูลทราบถึงวัตถุประสงค์ ข้อมูลที่เก็บ ระยะเวลาเก็บ บุคคลที่อาจเปิดเผยให้ สิทธิของเจ้าของข้อมูล และข้อมูลผู้ควบคุม — นี่คือที่มาของ “ประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice)” ที่เราเห็นตามเว็บไซต์
| ธุรกิจต้องแจ้งอะไรบ้าง (ม.๒๓) | สาระ |
|---|---|
| วัตถุประสงค์ที่เก็บและจะนำไปใช้ | ต้องบอกชัด |
| ข้อมูลที่เก็บ + ระยะเวลาที่เก็บไว้ | ต้องบอก |
| สิทธิของเจ้าของข้อมูล + ช่องทางติดต่อ | ต้องบอก |
(อ้างอิงจากพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๒๓)
มาตรา ๒๓ ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบก่อนหรือในขณะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลถึงรายละเอียด ดังต่อไปนี้ เว้นแต่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ทราบถึงรายละเอียดนั้นอยู่แล้ว (๑) วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมเพื่อการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้หรือเปิดเผยซึ่งรวมถึงวัตถุประสงค์ตามที่มาตรา ๒๔ ให้อำนาจในการเก็บรวบรวมได้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (๒) แจ้งให้ทราบถึงกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายหรือสัญญาหรือมีความจำเป็นต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อเข้าทำสัญญา รวมทั้งแจ้งถึงผลกระทบที่เป็นไปได้จากการไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคล (๓) ข้อมูลส่วนบุคคลที่จะมีการเก็บรวบรวมและระยะเวลาในการเก็บรวบรวมไว้ ทั้งนี้ ในกรณีที่ไม่สามารถกำหนดระยะเวลาดังกล่าวได้ชัดเจน ให้กำหนดระยะเวลาที่อาจคาดหมายได้ตามมาตรฐานของการเก็บรวบรวม (๔) ประเภทของบุคคลหรือหน่วยงานซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมอาจจะถูกเปิดเผย (๕) ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล สถานที่ติดต่อ และวิธีการติดต่อในกรณีที่มีตัวแทนหรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ให้แจ้งข้อมูล สถานที่ติดต่อ และวิธีการติดต่อของตัวแทนหรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลด้วย (๖) สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา ๑๙ วรรคห้า มาตรา ๓๐ วรรคหนึ่ง มาตรา ๓๑ วรรคหนึ่ง มาตรา ๓๒ วรรคหนึ่ง มาตรา ๓๓ วรรคหนึ่ง มาตรา ๓๔ วรรคหนึ่ง มาตรา ๓๖ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๗๓ วรรคหนึ่ง
น้องแว่นสรุปค่ะ
- ต้องแจ้งก่อนหรือขณะเก็บข้อมูลค่ะ
- บอกวัตถุประสงค์ ข้อมูลที่เก็บ ระยะเวลา และสิทธิของเรา
- นี่คือที่มาของ Privacy Notice
สิทธิถอนความยินยอม (Right to withdraw consent)
พี่เอเคยกดยินยอมให้แอปหนึ่งใช้ข้อมูล วันนี้ไม่อยากให้แล้ว — ถอนได้ทุกเมื่อค่ะ
การขอความยินยอมต้องทำโดยชัดแจ้ง และเจ้าของข้อมูลจะถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ โดยต้องถอนได้ง่ายเช่นเดียวกับตอนให้ความยินยอม เว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธิตามกฎหมายหรือตามสัญญาที่เป็นประโยชน์แก่เจ้าของข้อมูล
| การถอนความยินยอม (ม.๑๙) | หลักการ |
|---|---|
| ถอนเมื่อใดก็ได้ | เป็นสิทธิของเจ้าของข้อมูล |
| ต้องถอนได้ง่ายเหมือนตอนให้ | ห้ามทำให้ถอนยาก |
| ผลของการถอน | ธุรกิจต้องแจ้งผลกระทบให้ทราบ |
(อ้างอิงจากพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๑๙)
มาตรา ๑๙ ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะกระทำการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลไม่ได้หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่ได้ให้ความยินยอมไว้ก่อนหรือในขณะนั้น เว้นแต่บทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นบัญญัติให้กระทำได้ การขอความยินยอมต้องทำโดยชัดแจ้ง เป็นหนังสือหรือทำโดยผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เว้นแต่โดยสภาพไม่อาจขอความยินยอมด้วยวิธีการดังกล่าวได้ ในการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องแจ้งวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลไปด้วย และการขอความยินยอมนั้นต้องแยกส่วนออกจากข้อความอื่นอย่างชัดเจน มีแบบหรือข้อความที่เข้าถึงได้ง่ายและเข้าใจได้ รวมทั้งใช้ภาษาที่อ่านง่าย และไม่เป็นการหลอกลวงหรือทำให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเข้าใจผิดในวัตถุประสงค์ดังกล่าว ทั้งนี้ คณะกรรมการจะให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามแบบและข้อความที่คณะกรรมการประกาศกำหนดก็ได้ ในการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องคำนึงอย่างถึงที่สุดในความเป็นอิสระของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในการให้ความยินยอม ทั้งนี้ ในการเข้าทำสัญญาซึ่งรวมถึงการให้บริการใด ๆ ต้องไม่มีเงื่อนไขในการให้ความยินยอมเพื่อเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่มีความจำเป็นหรือเกี่ยวข้องสำหรับการเข้าทำสัญญาซึ่งรวมถึงการให้บริการนั้น ๆ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจะถอนความยินยอมเสียเมื่อใดก็ได้โดยจะต้องถอนความยินยอมได้ง่ายเช่นเดียวกับการให้ความยินยอม เว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธิในการถอนความยินยอมโดยกฎหมายหรือสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ การถอนความยินยอมย่อมไม่ส่งผลกระทบต่อการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ให้ความยินยอมไปแล้วโดยชอบตามที่กำหนดไว้ในหมวดนี้ ในกรณีที่การถอนความยินยอมส่งผลกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในเรื่องใด ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงผลกระทบจากการถอนความยินยอมนั้น การขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในหมวดนี้ ไม่มีผลผูกพันเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และไม่ทำให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสามารถทำการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้
น้องแว่นสรุปค่ะ
- ถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ค่ะ
- ต้องถอนได้ง่ายเหมือนตอนให้ความยินยอม
- ถอนแล้วไม่มีฐานอื่น = ธุรกิจประมวลผลต่อไม่ได้
สิทธิขอเข้าถึงและขอสำเนา (Right of access)
พี่เอสงสัยว่าบริษัทเก็บข้อมูลอะไรของตนไว้บ้าง — ขอดูและขอสำเนาได้ค่ะ
เจ้าของข้อมูลมีสิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตน รวมถึงขอให้เปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลที่ตนไม่ได้ให้ความยินยอม ผู้ควบคุมข้อมูลต้องดำเนินการตามคำขอ เว้นแต่มีเหตุปฏิเสธได้ตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล
| ขอเข้าถึงได้อะไร (ม.๓๐) | สาระ |
|---|---|
| ขอดูข้อมูลที่ธุรกิจเก็บเกี่ยวกับเรา | ได้ |
| ขอสำเนาข้อมูล | ได้ |
| ขอให้เปิดเผยที่มาของข้อมูลที่เราไม่ได้ยินยอม | ได้ |
(อ้างอิงจากพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๓๐)
มาตรา ๓๐ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือขอให้เปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวที่ตนไม่ได้ให้ความยินยอม ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องปฏิบัติตามคำขอตามวรรคหนึ่ง จะปฏิเสธคำขอได้เฉพาะในกรณีที่เป็นการปฏิเสธตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล และการเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลนั้นจะส่งผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลปฏิเสธคำขอตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลบันทึกการปฏิเสธคำขอดังกล่าวพร้อมด้วยเหตุผลไว้ในรายการตามมาตรา ๓๙ เมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีคำขอตามวรรคหนึ่งและเป็นกรณีที่ไม่อาจปฏิเสธคำขอได้ตามวรรคสอง ให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลดำเนินการตามคำขอโดยไม่ชักช้า แต่ต้องไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ คณะกรรมการอาจกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเข้าถึงและการขอรับสำเนาตามวรรคหนึ่ง รวมทั้งการขยายระยะเวลาตามวรรคสี่หรือหลักเกณฑ์อื่นตามความเหมาะสมก็ได้
น้องแว่นสรุปค่ะ
- ขอดูและขอสำเนาข้อมูลของตนได้ค่ะ
- ขอให้เปิดเผยที่มาของข้อมูลที่เราไม่ได้ยินยอม
- เป็นก้าวแรกก่อนใช้สิทธิอื่น
สิทธิขอรับและโอนย้ายข้อมูล (Right to data portability)
พี่เออยากย้ายข้อมูลจากผู้ให้บริการเดิมไปเจ้าใหม่ — ขอข้อมูลในรูปแบบที่ใช้ต่อได้ค่ะ
ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลทำให้ข้อมูลอยู่ในรูปแบบที่อ่านหรือใช้งานโดยเครื่องมืออัตโนมัติได้ เจ้าของข้อมูลมีสิทธิขอรับข้อมูลนั้น และขอให้ส่งหรือโอนข้อมูลไปยังผู้ควบคุมข้อมูลรายอื่นเมื่อทำได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ
| สิทธิโอนย้ายข้อมูล (ม.๓๑) | สาระ |
|---|---|
| ขอรับข้อมูลในรูปแบบที่ใช้งานต่อได้ | ได้ |
| ขอให้โอนไปยังผู้ควบคุมรายอื่น | ได้เมื่อทำได้ด้วยวิธีอัตโนมัติ |
| ใช้กับข้อมูลที่ให้ความยินยอม/ตามสัญญา | ขอบเขตตามกฎหมาย |
(อ้างอิงจากพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๓๑)
มาตรา ๓๑ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนจากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลได้ ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลได้ทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานโดยทั่วไปได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติและสามารถใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ รวมทั้งมีสิทธิ ดังต่อไปนี้ (๑) ขอให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นเมื่อสามารถทำได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ (๒) ขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นโดยตรง เว้นแต่โดยสภาพทางเทคนิคไม่สามารถทำได้ ข้อมูลส่วนบุคคลตามวรรคหนึ่งต้องเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ให้ความยินยอมในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามหลักเกณฑ์แห่งพระราชบัญญัตินี้ หรือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอมตามมาตรา ๒๔ (๓) หรือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลอื่นที่กำหนดในมาตรา ๒๔ ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด การใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามวรรคหนึ่งจะใช้กับการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์สาธารณะหรือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายไม่ได้ หรือการใช้สิทธินั้นต้องไม่ละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น ทั้งนี้ ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลปฏิเสธคำขอด้วยเหตุผลดังกล่าว ให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลบันทึกการปฏิเสธคำขอพร้อมด้วยเหตุผลไว้ในรายการตามมาตรา ๓๙
น้องแว่นสรุปค่ะ
- ขอรับข้อมูลในรูปแบบที่ใช้ต่อได้ค่ะ
- ขอให้โอนไปผู้ควบคุมรายอื่นเมื่อทำได้อัตโนมัติ
- ช่วยให้ย้ายผู้ให้บริการได้สะดวก
สิทธิคัดค้าน (Right to object)
พี่เอรำคาญโฆษณาที่ยิงตรงมาหาตลอด — คัดค้านไม่ให้ใช้ข้อมูลทำการตลาดได้ค่ะ
เจ้าของข้อมูลมีสิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีที่กฎหมายกำหนด เช่น เมื่อเป็นการประมวลผลเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย หรือเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการตลาดแบบตรง เมื่อคัดค้านแล้วผู้ควบคุมข้อมูลจะประมวลผลต่อไม่ได้ เว้นแต่แสดงเหตุอันชอบด้วยกฎหมายที่สำคัญยิ่งกว่า
| คัดค้านได้เมื่อไหร่ (ม.๓๒) | ผล |
|---|---|
| คัดค้านการตลาดแบบตรง (Direct marketing) | ธุรกิจต้องหยุด |
| คัดค้านการประมวลผลเพื่อประโยชน์โดยชอบ | หยุด เว้นมีเหตุสำคัญยิ่งกว่า |
| ผลเมื่อคัดค้านสำเร็จ | ต้องแยกข้อมูลออก/หยุดใช้ |
(อ้างอิงจากพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๓๒)
มาตรา ๓๒ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนเมื่อใดก็ได้ ดังต่อไปนี้ (๑) กรณีที่เป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมได้โดยได้รับยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอมตามมาตรา ๒๔ (๔) หรือ (๕) เว้นแต่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลพิสูจน์ได้ว่า (ก) การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้น ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลได้แสดงให้เห็นถึงเหตุอันชอบด้วยกฎหมายที่สำคัญยิ่งกว่า (ข) การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นเป็นไปเพื่อก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย (๒) กรณีที่เป็นการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการตลาดแบบตรง (๓) กรณีที่เป็นการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติ เว้นแต่เป็นการจำเป็นเพื่อการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลใช้สิทธิคัดค้านตามวรรคหนึ่ง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นต่อไปได้ ทั้งนี้ ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องปฏิบัติโดยแยกส่วนออกจากข้อมูลอื่นอย่างชัดเจนในทันทีเมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้แจ้งการคัดค้านให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทราบ ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลปฏิเสธการคัดด้านด้วยเหตุผลตาม (๑) (ก) หรือ (ข) หรือ (๓) ให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลบันทึกการปฏิเสธการคัดค้านพร้อมด้วยเหตุผลไว้ในรายการตามมาตรา ๓๙
น้องแว่นสรุปค่ะ
- คัดค้านการเก็บ/ใช้/เปิดเผยข้อมูลได้ตามกรณีที่กฎหมายกำหนดค่ะ
- การตลาดแบบตรง คัดค้านแล้วต้องหยุด
- ธุรกิจจะทำต่อได้ก็ต่อเมื่อมีเหตุสำคัญยิ่งกว่า
สิทธิขอให้ลบหรือทำลาย (Right to erasure)
พี่เอเลิกใช้บริการแล้ว แต่ข้อมูลยังอยู่ในระบบ — ขอให้ลบได้ค่ะ
เจ้าของข้อมูลมีสิทธิขอให้ผู้ควบคุมข้อมูลลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ ในกรณีที่กฎหมายกำหนด เช่น หมดความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ ถอนความยินยอมและไม่มีฐานอื่น หรือข้อมูลถูกประมวลผลโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
| ขอลบได้เมื่อ (ม.๓๓) | ผล |
|---|---|
| หมดความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ | ไม่จำเป็นต้องเก็บต่อ |
| ถอนความยินยอมและไม่มีฐานอื่น | ไม่มีอำนาจประมวลผลต่อ |
| ข้อมูลถูกประมวลผลโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย | ต้องลบ/ทำลาย |
(อ้างอิงจากพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๓๓)
มาตรา ๓๓ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลดำเนินการลบหรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ ในกรณีดังต่อไปนี้ (๑) เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล (๒) เมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลถอนความยินยอมในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลและผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นได้ต่อไป (๓) เมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา ๓๒ (๑) และผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลไม่อาจปฏิเสธคำขอตามมาตรา ๓๒ (๑) (ก) หรือ (ข) ได้ หรือเป็นการคัดค้านตามมาตรา ๓๒ (๒) (๔) เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลได้ถูกเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายตามที่กำหนดไว้ในหมวดนี้ ความในวรรคหนึ่งมิให้นำมาใช้บังคับกับการเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตามมาตรา ๒๔ (๑) หรือ (๔) หรือ มาตรา ๒๖ (๕) (ก) หรือ (ข) การใช้เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลได้ทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะและผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลถูกขอให้ลบหรือทำลายหรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ตามวรรคหนึ่ง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการทั้งในทางเทคโนโลยีและค่าใช้จ่ายเพื่อให้เป็นไปตามคำขอนั้น โดยแจ้งผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่น ๆ เพื่อให้ได้รับคำตอบในการดำเนินการให้เป็นไปตามคำขอ กรณีผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลไม่ดำเนินการตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสาม เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิร้องเรียนต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญเพื่อสั่งให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลดำเนินการได้ คณะกรรมการอาจประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ในการลบหรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามวรรคหนึ่งก็ได้
น้องแว่นสรุปค่ะ
- ขอให้ลบ ทำลาย หรือทำให้ระบุตัวไม่ได้ตามกรณีที่กฎหมายกำหนดค่ะ
- หมดความจำเป็น/ถอนความยินยอม = ขอลบได้
- ข้อมูลถูกใช้โดยไม่ชอบ ต้องลบ
สิทธิขอให้ระงับการใช้ (Right to restriction)
ยังไม่อยากให้ลบ แต่อยาก “พักการใช้” ไว้ก่อน — น้าซีขอระงับการใช้ข้อมูลได้ค่ะ
เจ้าของข้อมูลมีสิทธิขอให้ผู้ควบคุมข้อมูลระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีที่กฎหมายกำหนด เช่น อยู่ระหว่างการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล หรือระหว่างพิจารณาคำคัดค้าน เป็นการพักการประมวลผลชั่วคราวโดยยังไม่ลบข้อมูล
| ขอระงับใช้ได้เมื่อ (ม.๓๔) | ลักษณะ |
|---|---|
| อยู่ระหว่างตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล | พักใช้ชั่วคราว |
| อยู่ระหว่างพิจารณาคำคัดค้าน | พักใช้จนกว่าจะได้ข้อยุติ |
| ขอระงับแทนการลบ | เก็บไว้แต่ไม่ใช้ |
(อ้างอิงจากพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๓๔)
มาตรา ๓๔ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลได้ ในกรณีดังต่อไปนี้ (๑) เมื่อผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอยู่ในระหว่างการตรวจสอบตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอให้ดำเนินการตามมาตรา ๓๖ (๒) เมื่อเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องลบหรือทำลายตามมาตรา ๓๓ (๔) แต่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลขอให้ระงับการใช้แทน (๓) เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล แต่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีความจำเป็นต้องขอให้เก็บรักษาไว้เพื่อใช้ในการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย (๔) เมื่อผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอยู่ในระหว่างการพิสูจน์ตามมาตรา ๓๒ (๑) หรือตรวจสอบตามมาตรา ๓๒ (๓) เพื่อปฏิเสธการคัดค้านของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา ๓๒ วรรคสาม กรณีผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลไม่ดำเนินการตามวรรคหนึ่ง เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิร้องเรียนต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญเพื่อสั่งให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลดำเนินการได้ คณะกรรมการอาจประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ในการระงับการใช้ตามวรรคหนึ่งก็ได้
น้องแว่นสรุปค่ะ
- ขอให้ระงับการใช้ข้อมูลตามกรณีที่กฎหมายกำหนดค่ะ
- ระหว่างตรวจสอบความถูกต้อง/พิจารณาคำคัดค้าน
- เป็นการพักใช้ชั่วคราว ยังไม่ลบ
สิทธิขอแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง (Right to rectification)
ธุรกิจบันทึกชื่อหรือที่อยู่ของลุง D ผิด — ขอให้แก้ไขให้ถูกต้องได้ค่ะ
ผู้ควบคุมข้อมูลต้องดำเนินการให้ข้อมูลส่วนบุคคลถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ตามมาตรา ๓๕ และหากเจ้าของข้อมูลร้องขอให้แก้ไขแล้วผู้ควบคุมข้อมูลไม่ดำเนินการ ต้องบันทึกคำร้องขอพร้อมเหตุผลไว้ ตามมาตรา ๓๖
| ขอแก้ไขให้ถูกต้อง (ม.๓๕–๓๖) | หน้าที่ธุรกิจ |
|---|---|
| ทำให้ข้อมูลถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ | เป็นหน้าที่ผู้ควบคุม |
| ไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด | เป็นหน้าที่ผู้ควบคุม |
| ถ้าไม่แก้ตามคำขอ | ต้องบันทึกคำขอ+เหตุผล (ม.๓๖) |
(อ้างอิงจากพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๓๕, ๓๖)
มาตรา ๓๕ ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องดำเนินการให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด มาตรา ๓๖ ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลดำเนินการตามมาตรา ๓๕ หากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลไม่ดำเนินการตามคำร้องขอ ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องบันทึกคำร้องขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลพร้อมด้วยเหตุผลไว้ในรายการตามมาตรา ๓๙ ให้นำความในมาตรา ๓๔ วรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลม
น้องแว่นสรุปค่ะ
- ขอให้แก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบันได้ค่ะ
- เป็นหน้าที่ของผู้ควบคุมข้อมูลตาม ม.๓๕
- ถ้าไม่แก้ตามคำขอ ต้องบันทึกคำขอ+เหตุผล (ม.๓๖)
สิทธิทั้ง 8 ข้อนี้มีหัวใจเดียวกัน — ข้อมูลส่วนตัวเป็นของเรา เราจึงมีสิทธิ รู้ว่าใครเก็บ ถอนความยินยอม ขอดู ขอย้าย คัดค้าน ขอลบ ขอระงับ และขอแก้ไข ข้อมูลของตัวเองได้ตามกฎหมาย
- ได้รับการแจ้ง ธุรกิจต้องแจ้งก่อน/ขณะเก็บข้อมูล (Privacy Notice) ดูข้อ 1
- ถอนความยินยอม ถอนเมื่อใดก็ได้ และต้องถอนได้ง่าย ดูข้อ 2
- ขอเข้าถึง ขอดูและขอสำเนาข้อมูลของตน + ที่มา ดูข้อ 3
- ขอโอนย้าย ขอรับข้อมูลในรูปแบบที่ใช้ต่อ + โอนรายอื่น ดูข้อ 4
- คัดค้าน คัดค้านการใช้ข้อมูล โดยเฉพาะการตลาดแบบตรง ดูข้อ 5
- ขอลบ ขอให้ลบเมื่อหมดความจำเป็น/ถอนความยินยอม ดูข้อ 6
- ขอระงับใช้ พักการใช้ข้อมูลชั่วคราวโดยยังไม่ลบ ดูข้อ 7
- ขอแก้ไข ขอให้แก้ข้อมูลให้ถูกต้องเป็นปัจจุบัน ดูข้อ 8
ถ้าอยากใช้สิทธิเหล่านี้ เริ่มจากทำคำขอเป็นลายลักษณ์อักษรไปยังผู้ควบคุมข้อมูล (มักมีช่องทางอยู่ในประกาศความเป็นส่วนตัว) และถ้าไม่ได้รับการดูแล สามารถร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้นะคะ
ถ้าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์ ให้ส่ง กาแฟและขนมปัง ให้เป็นกำลังใจ
กดให้กาแฟ หรือ ขนมปัง สัก 1 อย่างไหมคะ?