
พื้นฐานกฎหมายธุรกิจ
ความรู้กฎหมายธุรกิจขั้นพื้นฐาน หลักการสำคัญ และกรอบกฎหมายที่นักธุรกิจทุกคนควรรู้
Kelomn Knowledge Base
Sophisticated Legal Advance Solution
for Strategic Growth
Sophisticated Legal Advance Solution
for Strategic Growth
Nong Waen Studio
จากบรรยากาศคาเฟ่สู่กรอบคิดกฎหมายธุรกิจ ก่อนเข้าสู่ SHARE, SHIELD, CONTROL และ UP
ตั้งแต่ 15 ก.ย. 2569 ยากลุ่ม GLP-1 ชนิดฉีดเป็นยาควบคุมพิเศษ สรุปหน้าที่ของผู้นำเข้า ผู้ขายส่ง ร้านขายยา และคลินิก ทั้งผู้ซื้อที่ขายให้ได้ ฉลาก บัญชี และการโฆษณา
ร้านเล็กจะเก็บชื่อ เบอร์ หรือไลน์ของลูกค้า ต้องทำอะไรก่อนตาม PDPA น้องแว่นสรุป 7 ขั้นตอนก่อนเปิดแบบฟอร์ม ตั้งแต่บอกว่าจะนำข้อมูลไปใช้ทำอะไร จนถึงเรื่อง DPO
ซื้อกิจการต้องเดินให้ครบ 6 ขั้น น้องแว่นสรุปว่าแต่ละขั้นต้องมีอะไรบ้าง ตั้งแต่สัญญารักษาความลับ หนังสือแสดงเจตนา การตรวจสอบกิจการ สัญญาซื้อขาย การขออนุญาตหน่วยงานรัฐ จนถึงวันปิดดีล
NDA หรือข้อตกลงรักษาความลับ ควรมี 7 องค์ประกอบอะไรบ้าง น้องแว่นสรุปให้เข้าใจง่าย พร้อมตัวบท พ.ร.บ.ความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 ข้อยกเว้น 4 ข้อ และวิธีเลือกแบบ NDA
โอนหุ้นบริษัทจำกัด 4 ขั้นตาม ป.พ.พ. มาตรา 1129 ตรวจข้อบังคับ ทำตราสารโอนหุ้น ติดอากรแสตมป์ จดแจ้งทะเบียนผู้ถือหุ้น บทบาท บอจ.5 พร้อมตารางเปรียบเทียบและแนวฎีกา
ยังไม่ใช้บริการ + บอกเลิกภายใน 7 วัน · เหตุบอกเลิกอื่น · กำหนดคืนเงิน 15/45 วัน · แบบสัญญา สคบ. ครบ 6 หน้า
ปูพื้นฐาน Due Diligence แยก share deal กับ asset deal แล้วไล่ตรวจ 11 หมวดสำคัญก่อนซื้อโรงแรม พร้อมเอกสารและเหตุผลที่ต้องรู้ก่อนปิดดีล
เริ่ม 28 ก.ค. 2569 · แยก 3 กลุ่ม ห้าม/ไม่ต้องขอ/ต้องขอ · บัญชี 4 คือชั้นตรวจคำเตือนเพิ่ม · ข้อความต้องห้ามขออนุญาตไม่ได้
เริ่ม 1 ส.ค. 2569 · ต่างด้าวถือหุ้นไม่ถึง 50% หรือเป็นกรรมการลงนาม = ส่งเอกสารเพิ่ม · ตั้งใหม่ใช้หนังสือชี้แจง · แก้ทีหลังใช้หนังสือยืนยัน
เทียบ JV กับ Consortium แบบเห็นภาพ: หน่วยภาษี เลขผู้เสียภาษี ความรับผิด การแบ่งงาน การบัญชี และสัญญากับเจ้าของงาน

ความรู้กฎหมายธุรกิจขั้นพื้นฐาน หลักการสำคัญ และกรอบกฎหมายที่นักธุรกิจทุกคนควรรู้

กลยุทธ์และเครื่องมือทางกฎหมายในการปกป้องธุรกิจ สัญญา สิทธิ์ และการป้องกันความเสี่ยงทางกฎหมาย

หลักธรรมาภิบาล การกำกับดูแลกิจการ บรรษัทภิบาล และระบบการควบคุมภายในที่มีประสิทธิภาพ

กฎหมายสำหรับการขยายกิจการ การลงทุน การควบรวมกิจการ และกลยุทธ์การเติบโตอย่างยั่งยืน
สิทธิและหน้าที่ของลูกจ้าง-นายจ้าง · ค่าจ้าง · เวลาทำงาน · วันลา · เลิกจ้าง · ประกันสังคม
การจัดตั้งบริษัท · ผู้ถือหุ้น · กรรมการ · การประชุม · M&A
การทำสัญญา · ตีความ · ผิดสัญญา · ค่าเสียหาย · เลิกสัญญา
ที่ดิน · คอนโด · สิทธิครอบครอง · จำนอง · เช่า · ซื้อขาย
ภาษีเงินได้ · VAT · ภาษีธุรกิจเฉพาะ · ภาษีที่ดิน · BOI
การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล · ความยินยอม · สิทธิเจ้าของข้อมูล · ความรับผิดผู้บริหาร
สคบ. · สินค้าชำรุด · โฆษณาเกินจริง · สัญญาไม่เป็นธรรม
ขั้นตอนฟ้อง · ค่าธรรมเนียมศาล · ฎีกา · ศาลปกครอง · ศาลแรงงาน
ลิขสิทธิ์ · สิทธิบัตร · เครื่องหมายการค้า · ดิจิทัลแพลตฟอร์ม · AI law
สมรส · สมรสเท่าเทียม · หย่า · มรดก · พินัยกรรม
สาระสำคัญ
ประเด็นแห่งคดีคือ สิทธินำคดีอาญามาฟ้องจำเลยฐานพยายามข่มขืนใจผู้เสียหายระงับไปแล้วหรือไม่ เมื่อการข่มขู่ให้ผู้เสียหายกลับมาคบหากับจำเลยโดยอ้างว่าจะเผยแพร่ภาพของผู้เสียหายเกี่ยวพันกับคดีก่อนที่จำเลยถูกฟ้องจากการครอบครองและส่งต่อภาพดังกล่าว แม้โจทก์แยกฟ้องเป็นคนละฐานความผิดและเกิดต่างวันเวลากัน แต่เป็นการกระทำต่อผู้เสียหายรายเดียวกันจากมูลเหตุและเจตนาที่ต่อเนื่องเชื่อมโยงกัน
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การกระทำทั้งสองคดีเป็นความผิดในเรื่องเดียวกันและเป็นความผิดกรรมเดียว เมื่อการกระทำตามฟ้องมีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดแล้วในคดีก่อน สิทธินำคดีอาญามาฟ้องคดีนี้ย่อมระงับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (4) ประกอบพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 182/1 วรรคสอง
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ ให้ยกฟ้องโจทก์เพราะสิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไปแล้ว และฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น
สรุปโดยระบบ AI Legal Research · โปรดอ่านตรวจทานและปรึกษาทนายความผู้เชี่ยวชาญ · โปรดตรวจสอบกับคำพิพากษาฉบับเต็ม
สาระสำคัญ
ประเด็นแห่งคดีคือ การมีเมทแอมเฟตามีนไว้เพื่อจำหน่ายและพยายามส่งออกไปต่างประเทศเป็นเหตุฉกรรจ์ที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 145 วรรคสาม (2) หรือไม่ และจำเลยยังมีสิทธิขอให้ลงโทษน้อยเป็นการเฉพาะรายตามมาตรา 152 วรรคสองหรือไม่
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เหตุฉกรรจ์เรื่องผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐต้องพิจารณาจากพฤติการณ์เป็นรายคดี คดีนี้จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนจำนวนมากไว้เพื่อจำหน่ายและพยายามส่งออกไปยังประเทศอิสราเอล หากเจ้าพนักงานไม่จับกุมเสียก่อน ยาเสพติดย่อมถูกนำไปแพร่กระจาย ประกอบกับประเทศไทยมีพันธกรณีต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ การกระทำจึงกระทบต่อความน่าเชื่อถือและระบบเศรษฐกิจของประเทศ และต้องด้วยมาตรา 145 วรรคสาม (2) แม้จำเลยไม่มีเจตนาให้ยาเสพติดแพร่กระจายในประเทศไทย
เมื่อจำเลยไม่อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นที่วางโทษประหารชีวิตก่อนลดโทษเป็นจำคุกตลอดชีวิต และศาลอุทธรณ์เพียงปรับบทตามกฎหมายใหม่โดยคงความผิดและโทษไว้ ข้อเท็จจริงส่วนนั้นยุติแล้ว จำเลยจึงไม่มีสิทธิฎีกาขอให้ลงโทษน้อยเป็นการเฉพาะรายตามมาตรา 152 วรรคสอง ศาลฎีกาพิพากษายืน ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น และไม่รับวินิจฉัยคำขอตามมาตรา 152 วรรคสอง
สรุปโดยระบบ AI Legal Research · โปรดอ่านตรวจทานและปรึกษาทนายความผู้เชี่ยวชาญ · โปรดตรวจสอบกับคำพิพากษาฉบับเต็ม
สาระสำคัญ
ประเด็นแห่งคดีคือ จำเลยซึ่งได้รับโอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างอันเป็นทรัพย์มรดก แล้วแบ่งแยกและขายที่ดินบางส่วน ต้องถูกกำจัดมิให้รับมรดกเพราะจงใจยักย้ายหรือปิดบังทรัพย์มรดกโดยฉ้อฉลหรือไม่ ทรัพย์ดังกล่าวยังเป็นทรัพย์มรดกหรือกลายเป็นกรรมสิทธิ์ส่วนตัวแล้ว และการฟ้องขอให้คืนทรัพย์เข้าสู่กองมรดกขาดอายุความหรือไม่
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จากลำดับการโอนและข้อตกลงในคดีเดิม จำเลยอาจเข้าใจโดยสุจริตว่าการจัดการมรดกเสร็จสิ้นและทรัพย์เป็นกรรมสิทธิ์ส่วนตัว จึงยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนาฉ้อฉลหรือรู้อยู่ว่าทำให้ทายาทอื่นเสียประโยชน์ จำเลยไม่ต้องถูกกำจัดมิให้รับมรดก อย่างไรก็ดี การที่ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์มรดกให้ตนเองในฐานะส่วนตัวไม่ใช่การแบ่งปันมรดกโดยสุจริต การจัดการมรดกจึงยังไม่เสร็จ ผู้รับโอนต่อ ๆ มารวมถึงจำเลยถือครองแทนทายาททั้งหมด และเงินจากการขายยังเป็นทรัพย์มรดก การฟ้องเพื่อให้คืนทรัพย์เป็นการเรียกร้องแบ่งปันมรดก จึงฟ้องได้แม้พ้นกำหนด 1 ปี
คำขอให้คืนที่ดินย่อมรวมสิ่งปลูกสร้างซึ่งเป็นส่วนควบ และทุนทรัพย์ต้องรวมราคาสิ่งปลูกสร้างด้วย ศาลฎีกาพิพากษาแก้ให้จำเลยไม่ถูกกำจัดมิให้รับมรดก แต่ให้คืนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างเข้าสู่กองมรดก และคืนเงินจากการขายที่ดินเพียง 5 ใน 6 ส่วน จำนวน 2,500,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9
สรุปโดยระบบ AI Legal Research · โปรดอ่านตรวจทานและปรึกษาทนายความผู้เชี่ยวชาญ · โปรดตรวจสอบกับคำพิพากษาฉบับเต็ม
สาระสำคัญ
คดีนี้มีประเด็นว่าเงินที่จำเลยแจ้งหน่วยงานต้นสังกัดของโจทก์ทั้งสองให้หักไว้เพื่อชำระหนี้ตามสัญญาค้ำประกันเงินกู้ เป็นลาภมิควรได้ที่โจทก์ทั้งสองมีสิทธิฟ้องเรียกคืนหรือไม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าหนังสือยินยอมหักเงินตาม พ.ร.บ. สหกรณ์ พ.ศ. 2542 มาตรา 42/1 เป็นกฎหมายเฉพาะที่ไม่อยู่ภายใต้บังคับ ป.พ.พ. มาตรา 686 จำเลยจึงไม่จำต้องบอกกล่าวโจทก์ทั้งสองก่อนแจ้งหักเงิน เมื่อผู้กู้ที่โจทก์ทั้งสองค้ำประกันผิดนัดชำระหนี้มาตั้งแต่ก่อนปี 2560
ศาลฎีกาเห็นว่าการหักเงินของจำเลยเป็นการกระทำที่มีมูลอันจะอ้างตามกฎหมาย ไม่ใช่ลาภมิควรได้ พิพากษายืนให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสอง ฎีกาของโจทก์ทั้งสองฟังไม่ขึ้น
สรุปโดยระบบ AI Legal Research · โปรดอ่านตรวจทานและปรึกษาทนายความผู้เชี่ยวชาญ · โปรดตรวจสอบกับคำพิพากษาฉบับเต็ม
สาระสำคัญ
คดีนี้มีปัญหาข้อกฎหมายว่า ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายมีสิทธิยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 หรือไม่ เพียงใด ในคดีที่จำเลยถูกฟ้องฐานแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ และใช้หรืออ้างเอกสารอันเกิดจากการกระทำความผิดดังกล่าวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 267 และ 268
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ค่าสินไหมทดแทนตามมาตรา 44/1 ต้องเป็นการชดเชยความเสียหายที่เกิดจากการกระทำความผิดที่พนักงานอัยการฟ้องร้องเท่านั้น เมื่อได้ความว่าจำเลยนำหลักฐานการแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานไปขอออกใบแทนโฉนดที่ดิน ทั้งที่ยังชำระราคาที่ดินพร้อมอาคารพาณิชย์แก่ผู้ตายไม่ครบถ้วน แล้วนำไปขายให้บุคคลอื่น ทำให้สิทธิเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ของผู้ตายต้องสิ้นไปหรือลดน้อยถอยลง อันเป็นความเสียหายในทางทรัพย์สินจากการกระทำความผิดของจำเลยโดยตรง ผู้ร้องจึงมีสิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากจำเลยในคดีนี้ และที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 กำหนดค่าสินไหมทดแทน 4,800,000 บาท ตามราคาที่จำเลยยังค้างชำระนั้นเหมาะสมแล้ว ทั้งคำร้องส่วนแพ่งถือเป็นส่วนหนึ่งแห่งคำพิพากษาคดีอาญา เมื่อคดีอาญาขึ้นสู่ศาลฎีกา คดีส่วนแพ่งจึงไม่ต้องห้ามฎีกาและผู้ร้องไม่ต้องขออนุญาตฎีกา ส่วนที่จำเลยขอให้ลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าพฤติการณ์แห่งคดีร้ายแรง จำเลยไม่รู้สึกถึงความผิดและไม่บรรเทาผลร้าย การไม่รอการลงโทษจำคุกจึงเหมาะสมแล้ว
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ภาค 5 จำเลยแพ้คดี ต้องรับโทษจำคุก 4 เดือน โดยไม่รอการลงโทษ และต้องชำระค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ร้อง 4,800,000 บาท ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
สรุปโดยระบบ AI Legal Research · โปรดอ่านตรวจทานและปรึกษาทนายความผู้เชี่ยวชาญ · โปรดตรวจสอบกับคำพิพากษาฉบับเต็ม
สาระสำคัญ
คดีมีปัญหาข้อกฎหมายว่า เมื่อระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกามีพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 30) พ.ศ. 2568 ออกใช้บังคับ โดยเพิ่มบทนิยาม "กระทำชำเรา" เป็น (18) ของมาตรา 1 ให้ครอบคลุมการใช้อวัยวะอื่นหรือวัตถุล่วงล้ำอวัยวะเพศหรือทวารหนักของผู้อื่น และยกเลิกวรรคสี่ถึงวรรคเจ็ดของมาตรา 279 จะถือว่ากฎหมายใหม่เป็นคุณแก่จำเลยซึ่งใช้นิ้วมือล่วงล้ำอวัยวะเพศของผู้เสียหายที่ 1 ซึ่งเป็นเด็กอายุยังไม่เกิน 13 ปีหรือไม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการกระทำดังกล่าวยังคงเป็นความผิดอยู่ มิใช่กรณีที่กฎหมายภายหลังบัญญัติให้การกระทำนั้นไม่เป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 2 วรรคสอง เพียงแต่เปลี่ยนฐานความผิดจากอนาจารโดยการล่วงล้ำเป็นฐานกระทำชำเรา และเมื่อระวางโทษตามมาตรา 279 วรรคห้า (เดิม) กับมาตรา 277 วรรคสอง (ที่แก้ไขใหม่) เท่ากัน กฎหมายใหม่จึงไม่เป็นคุณแก่จำเลย ต้องใช้กฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดบังคับตาม ป.อ. มาตรา 2 วรรคหนึ่ง
นอกจากนี้ ศาลฎีกาเห็นว่าการที่ศาลล่างทั้งสองฟังว่าจำเลยกระทำความผิดตามมาตรา 279 วรรคห้า (เดิม) จริง แต่ไม่ปรับบทความผิดดังกล่าวและกลับลงโทษฐานพยายามกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกิน 13 ปี ตามมาตรา 277 วรรคสอง ประกอบมาตรา 80 ซึ่งเป็นบทเบากว่านั้นไม่ถูกต้อง เพราะการกระทำทั้งสองฐานเป็นกรรมเดียวต้องลงโทษบทที่มีโทษหนักที่สุดตาม ป.อ. มาตรา 90 ปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขให้ถูกต้องได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 แต่ไม่อาจลงโทษจำเลยให้หนักขึ้น เพราะโจทก์และโจทก์ร่วมทั้งสองมิได้ฎีกา ต้องห้ามตาม ป.วิ.อ. มาตรา 212 ประกอบมาตรา 225
ศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 279 วรรคห้า (เดิม) อีกบทหนึ่ง อันเป็นกรรมเดียวกับความผิดฐานพยายามกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกิน 13 ปี และฐานพาเด็กอายุยังไม่เกิน 13 ปีไปเพื่อการอนาจาร ให้ลงโทษฐานกระทำอนาจารแก่เด็กโดยใช้วัตถุหรืออวัยวะอื่นล่วงล้ำอวัยวะเพศของเด็กซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุก 10 ปี เมื่อรวมกับโทษฐานพรากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปีไปเพื่อการอนาจารตามคำพิพากษาศาลล่างแล้ว คงจำคุกจำเลยรวม 16 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ซึ่งรวมถึงส่วนที่ให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหายที่ 1 และโจทก์ร่วมทั้งสองด้วย
สรุปโดยระบบ AI Legal Research · โปรดอ่านตรวจทานและปรึกษาทนายความผู้เชี่ยวชาญ · โปรดตรวจสอบกับคำพิพากษาฉบับเต็ม